สรุปประเด็น นักแปลใช้ AI แปลหนังสือเล่มดัง ก่อนเจอริบลิขสิทธิ์คืน เหตุทำผิดกฎ

30.08.24 | 15:07 น.

สรุปประเด็น นักแปลใช้ AI แปลหนังสือเล่มดัง ก่อนเจอริบลิขสิทธิ์คืน เหตุทำผิดกฎ

กำลังเป็นที่ถกเถียงในสังคมออนไลน์ ภายหลัง เจ้าของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ถึงการแปลหนังสือดัง หลังได้รับลิขสิทธิ์ หนังสือเรื่องดัง

หนังสือเล่มดังกล่าว เป็นหนังสือแนว Memoir ที่ดีที่สุดในปี 2012 ได้รับรางวัล Goodread Choice Award ได้นำไปทำภาพยนตร์ ถือเป็นหนังสือเล่มดัง ที่ได้รับการแปลไปแล้วกว่า 30 ภาษา

โดย ก่อนหน้านี้ เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2023 สำนักพิมพ์ได้ออกมาโพสต์ว่า ใช้เวลานับปี ถึงได้ลิขสิทธิ์เล่มดังกล่าวมา และเป็น passion ส่วนตัว ทั้งยังแปลกใจว่า ยังไม่มีใครซื้อลิขสิทธิ์มาแปลเลย

ต่อมา ผู้แปล ยังได้ออกมาโพสต์ถึงการใช้เอไอ ในการแปลหนังสือได้จบ 1 เล่ม โดยช่วงตอนหนึ่งระบุว่า

Advertisement

“อันที่จริง ก็อยากจะจ้างนักแปลปกติ แต่รุ่นพี่นักแปลคนหนึ่ง ดันไซโคให้ผมแปลเอง เพราะตัวเองชอบเดินป่าอะไรทำนองนั้น

แต่ผมไม่ได้มั่นใจสักเท่าไหร่ และหนังสือก็หนาถึง 336 หน้า ลากเลือดแน่นอน

กล่าวคือ สกิลภาษาอังกฤษของผมไม่ได้ดีขนาดนั้น และการแปลหนังสือนี่มันคือ สกิลอีกระดับหนึ่งเลยที่ผมมี มีเพียงแค่สกิลการใช้ภาษาไทยที่ค่อนข้างดีเท่านั้น

แน่นอนว่า ถ้ามานั่งใช้ Google Translate ช่วยมันคงไม่รอด ไม่ก็คงแปลได้ไม่ถึงไหน ผมเลยลองมาให้ Chat GPT ช่วยแทน ก็ค้นพบว่า เฮ้ย มันได้ว่ะ”

โพสต์ดังกล่าว ได้ถูกนำมาถกเถียงในเอ็กซ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งมีคนบอกว่า นักเขียน และเจ้าของร้านหนังสือ มาอวดว่าใช้ AI แปลอย่างภาคภูมิ และจะนำหนังสือขายเดือนตุลาคม ซึ่งมีคนเห็นโพสต์ดังกล่าวกว่า 9 แสนครั้ง

และมีแอคเคาท์หนึ่ง อ้างว่าเป็นตัวแทนการจัดการลิขสิทธิ์ดังกล่าว และว่า อยากจะชี้แจงว่า ในสัญญาไม่อนุญาตให้ผู้จัดพิมพ์ใช้ AI รวมถึงปก และการแปล การกระทำดังกล่าวเป็นการผิดสัญญา และ จะดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ล่าสุด แอคเคาท์ 光磊國際版權公司 ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ออกประกาศระบุว่า

“ประกาศ
จากกรณีที่เกิดข้อกังขาเกี่ยวกับการแปลหนังสือเรื่อง…โดย … ในช่วงที่ผ่านมา The Grayhawk Agency และผู้เขียนรับทราบถึงข้อความบนเฟซบุ๊กของ….. ซึ่งนำมาสู่การตั้งคำถามและข้อถกเถียงถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการผลิตหนังสือดังกล่าวข้างต้น

The Grayhawk Agency ให้ความสำคัญกับการปกป้องลิขสิทธิ์ของนักเขียนและรักษาความครบถ้วนสมบูรณ์ของผลงาน สัญญาการซื้อขายลิขสิทธิ์ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้ใช้ AI ในทุกขั้นตอนของการผลิตหนังสือแปลตั้งแต่การผลิตเนื้อหา การออกแบบหน้าปก ไปจนถึงการแปล

ด้วยเหตุนี้ The Grayhawk Agency และเจ้าของลิขสิทธิ์ พร้อมด้วยการสนับสนุนจากผู้เขียน ได้ตัดสินใจเรียกคืนสิทธิ์การแปลภาษาไทยกลับสู่ผู้เขียนและเจ้าของลิขสิทธิ์ การตัดสินใจในครั้งนี้สะท้อนถึงการให้เกียรติการแปลวรรณกรรมในฐานะวิชาชีพหนึ่ง รวมทั้งสะท้อนความตั้งใจในการรักษามาตรฐานสูงสุดสำหรับลูกค้าของเราและผลงานของพวกเขา

สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการได้เห็นเรื่องราวนี้เข้าถึงผู้อ่าน เราจึงยังมุ่งมั่นที่จะหาบ้านใหม่ให้กับหนังสือเล่มนี้ ดังที่….. กล่าวไว้ว่า “ฉันเข้มแข็ง ฉันกล้าหาญ ไม่มีอะไรจะทำลายฉันได้”

โพสต์ดังกล่าว มีคนแชร์ออกไปจำนวนมาก และเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย