อดีตภรรยา บอสพอล ไม่เกี่ยวข้องดิไอคอน หลังมีชื่อถูกอายัดทรัพย์สิน ร่ำไห้วอนสังคมอย่าทำร้ายลูก เล่าสาเหตุเลิกปิดฉากรัก 19 ปี
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ในรายการ โหนกระแส สัมภาษณ์อดีตภรรยาบอสพอล ซึ่งตอนหนึ่งอดีตภรรยาเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอและบอสพอล ว่า คบหากันมานาน 19 ปี รู้จักจากโปรแกรมแชต ปัจจุบันหย่าขาดกันไปนานแล้ว มีปัญหากันตั้งแต่ปี 2559 แยกกันอยู่ปี 2560 และหย่าปี 2562 ซึ่งช่วงที่หย่า ดิไอคอนเริ่มต้นใหม่ๆ วิธีการลึกๆ ตนไม่รู้เพราะมีหน้าที่ดูแลในฐานะภรรยาเท่านั้น
สาเหตุการหย่า ก่อนที่จะเป็นหน้าปัจจุบัน ช่วงนั้นเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาดี เขาหล่อ และมีสาวๆ เข้าหาเยอะมาก เข้าหาตลอด ส่วนตอนที่เป็นดิไอคอนก็มีมาเช่นกัน
ส่วนที่แยกย้ายและหย่ากันเพราะมีผู้หญิงอยู่คนนึงที่คอยติดตามเขาตลอดเวลา ตนเป็นคนที่นั่งข้างพอลในฐานะเมีย เขาจะเป็นคนที่นั่งข้างตนในฐานะผู้ดูแล เขาเคยบอกว่า “ถ้าน้องไม่ว่าง พี่ดูแลให้” ซึ่งมีหลายคนเคยเตือนๆ ตนไม่เชื่อเพราะมีหลายคนที่ต้องการ “พอล” เพราะเขาหล่อ รวย และมีความสามารถ
ซึ่งทนายตั้มถามว่า “หมายถึงบอสปันหรือเปล่า” อดีตภรรยาพยักหน้า พร้อมบอกว่า “ทุกคนพูดถึงให้ฟังบ่อยๆ”

จากนั้นตนจับได้ ซึ่งตนอยากบอกว่าตนมีลูกสาวเพียงคนเดียว ตนเลยแยกย้าย ก็เลยรู้ 100% ว่าที่ได้ยินมาทั้งหมดคือเรื่องจริง เพราะเมื่อแยกจากตนไป ก็มาอยู่กับคนนี้
ยืนยันว่าแยกย้ายตั้งแต่ 2562 ตอนนั้น ตั้งแต่ที่ดิไอคอนยังไม่ขึ้น 2562 หย่าและแยกบ้านอยู่เลย ทั้งนี้ บอสพอลมีการโอนเงินเข้ามาเพื่อเลี้ยงดูลูกของตนในทุกๆ เดือน ตอนแรกโอนให้เดือนละ 1 แสน ต่อมาตนขอเพิ่มเป็น 1.6 แสนต่อเดือน ตามข้อตกลง ไม่มีเกี่ยวกับบริษัทเข้ามาแล้ว เป็นชื่อของพอลเท่านั้น
ส่วนมีเงินก้อนใหญ่ๆ เข้ามาในบัญชีหรือไม่ มีการโอนมาครั้งเดียวตามข้อตกลงหลังการหย่า ตามข้อตกลง ส่วนรถมีเป็นชื่อตนเท่านั้น บ้านและทรัพย์สินอื่นๆ เป็นชื่อพอลทั้งหมด
ไม่ได้เป็นแม่ข่าย เคยไปถ่ายรูปให้ 1-2 ครั้งบนเวทีเท่านั้น ปัจจุบันทราบว่า ปปง.อายัดบัญชี ทรัพย์สิน ซึ่งตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัท เมื่อชื่อตนขึ้นมาในการอายัดทรัพย์ตนตกใจมาก
“หนูไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย แต่ชื่อหนูปรากฏไปทั่วประเทศ แล้วกระทบกับลูก กับครอบครัว และมีหลายๆ เพจเอาหน้าของลูกตนไปโพสต์ อยากให้ทุกคนอย่าทำร้ายเด็ก เห็นใจเด็กด้วย เพราะว่าตอนนี้น้องบอกว่า ไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว น้องรับไม่ไหว เพราะน้องอายุเพิ่ง 14 ปี น้องรับไม่ได้” (สะอื้น)
ทนายเดชากล่าวว่า เป็นไปได้ที่ถูกอายัดบัญชี เพราะโดยหลักหากสามีถูกข้อหาฉ้อโกง จะถูกอายัดบัญชีทั้งหมด เป็นหน้าที่ของผู้หญิงที่ต้องมาชี้แจงต่อ ปปง.ว่าเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดู


