เอฟเฟ็กต์ แม่หยัว ฉากวางยาสลบแมว สัตวแพทย์ ชี้อันตรายมาก อย่าทำตาม ต้องมีผู้เชี่ยวชาญ
กรณีละครเรื่องแม่หยัว ที่มีฉากแมวดำกินยาน้ำที่ผสมยาพิษแล้วตาย โดยในฉากนั้น เมื่อแมวกินน้ำ มีอาการกระตุก แล้วนิ่งไป จนชาวโซเชียล ตั้งคำถามกับฉากดังกล่าวว่า ทำอย่างไร แมวจึงชักกระตุกเช่นนั้น และเวลานี้แมวตัวดังกล่าว ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำตอบว่า แมวตัวที่เข้าฉากนั้นเป็นอย่างไร ยังอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม มีแอคเคาต์หนึ่งออกมาระบุว่า แมวไม่ได้ตายจริง แต่มีการวางยาสลบ
วันที่ 9 พฤศจิกายน สัตวแพทย์หญิง (สพญ.) สุนิตา วิงวอน นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.) ที่ 1 (สระบุรี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ ที่เชี่ยวชาญ และวางยาสลบสัตว์เพื่อรักษาอาการป่วย ให้ข้อมูล กับมติชนออนไลน์ ว่า ไม่ได้ดูละครเรื่องนี้ แต่ตื่นเช้า เปิดเฟซบุ๊กขึ้นมามา เพื่อนๆ สัตวแพทย์ ได้แชร์เรื่องนี้ และพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมะสมกัน รวมทั้งแสดงความเป็นห่วงว่า แมวตัวดังกล่าวนั้น ยังอยู่หรือไม่อย่างไร
สพญ.สุนิตา กล่าวว่า แต่หลังจากดูคลิปแล้วก็อึ้งไปเหมือนกัน และอยากถามว่า ระหว่างการถ่ายทำฉากนี้ มีสัตวแพทย์ควบคุมอย่างใกล้ชิดหรือไม่ เพราะการใช้ยาสลบกับสัตว์ทุกชนิดตามกฎหมายแล้วจะต้องมีการควบคุมโดยสัตวแพทย์ เหมือนกันรักษาคนที่ต้องวางยาสลบ แม้กระทั่งหมอทั่วไปก็วางยาสลบเองโดยพลการไม่ได้ จะต้องมีวิสัญญีแพทย์ หรือหมอดมยา มาควบคุมทุกครั้ง
“การวางยาสลบในสัตว์มีความเสี่ยง ก่อนวางยาต้องตรวจเลือด ตรวจร่างกายก่อน เพราะยาสลบมีผลข้างเคียง กดการหายใจ กดระบบเลือด และถ้าสัตว์มีภาวะตับหรือไตมีปัญหา เมื่อวางยาไป จะมีผลต่อการขับออกของยา ทั้งนี้ ยาสลบต้องให้พร้อมกับยาซึม ยาสลบและยาซึมที่ให้ มีตัวหนึ่งที่ฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และทำให้อาเจียนได้ ซึ่งถ้าสัตว์ไม่ได้งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง อาจทำให้ยังมีเศษอาหารค้างในกระเพาะอาหาร และเกิดการอาเจียนออกมา ระหว่างนั้นกล้ามเนื้อหลอดอาหาร หลอดลมคลายตัว ฝาปิดกล่องเสียงคลายตัว อาจทำให้เศษอาหาร น้ำลาย หรือน้ำย่อยสำลักลงหลอดลมได้ และผลทำให้หลอดลมอุดตัน ตายได้ จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์” สพญ.สุนิตา กล่าว

