ภาพจระเข้หน้าเหี้ย ว่อนโซเชียล เพจ ไดโนเสาร์เล่าแบบไทยๆ ชี้ที่มา
วันที่ 29 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้โซเชียลมีการแชร์ ภาพ วาราโนซูคัส สกลนครเอนซิส (Varanosuchus sakonnakhonensis) หรือ จระเข้หน้าเหี้ย กันอย่างแพร่หลาย จนเกิดเป็นกระแสไวรัล ขึ้นมา ทั้งๆที่ วาราโนซูคัส สกลนครเอนซิส หรือ จระเข้หน้าเหี้ยนั้น ในวงการวิชาการ ได้เผยแพร่บทความ ผ่านวารสารวิชาการ Zoological มาตั้งแต่ ต้นปี 2567 แล้ว
ทั้งนี้เฟซบุ๊ก ไดโนเสาร์เล่าแบบไทยๆ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 วารสารวิชาการ Zoological เผยแพร่บทความวิชาการเรื่อง New Cretaceous neosuchians (Crocodylomorpha) from Thailand bridge the evolutionary history of atoposaurids and paralligatorids เป็นการรายงานการค้นพบซากดึกดำบรรพ์จระเข้สายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย จากแหล่งขุดค้นภูสูง จังหวัดสกลนคร หมวดหินเสาขัว ยุคครีเตเชียสตอนปลาย อายุประมาณ 130 ล้านปี โดยความร่วมมือของนักบรรพชีวินวิทยาประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศส ประกอบด้วยกระดูกสันหลัง แผ่นเกล็ด กระดูกแขนขา และกะโหลก พบว่าจระเข้สายพันธุ์นี้มีขนาดยาวไม่เกิน 1 เมตรถือเป็นจระเข้แคระ โดยเฉพาะกะโหลกที่มีความแตกต่างกับจระเข้สายพันธุ์อื่น ๆ มีขนาดที่สั้นคล้ายคลึงกับกะโหลกของสัตว์กลุ่มเหี้ยจึงเป็นที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์ Varanosuchus sakonnakhonensis
จากความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบทีมวิจัยจึงสามารถศึกษาข้อมูลสายพันธุ์และคาดการณ์ของพฤติกรรมได้ จากลักษณะของกระดูกบ่งบอกถึงลักษณะหน้าที่สั้น มีแขนขายาวที่เหยียดตรงขนานกับพื้นยามที่เดินหรือวิ่ง จึงส่งผลให้มีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่บนบกมากกว่าจระเข้สายพันธุ์อื่น ก่อนหน้านี้ที่หมวดหินเสาขัวของประเทศไทยมีการค้นพบจระเข้ดึกดำบรรพ์มาแล้วจำนวน 2 สายพันธุ์ จึงทำให้ปัจจุบันหมวดหินเสาขัวเป็นหมวดหินที่มีความหลากหลายของจระเข้ดึกดำบรรพ์สูงมากในกลุ่มหินโคราช และแต่ละชนิดมีวิวัฒนาการแตกต่างกันออกไปเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ลดการแย่งพื้นที่อาศัย


ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก ไดโนเสาร์เล่าแบบไทยๆ

