รู้จัก ซ้ออี๊ด CEOหญิงแกร่ง เจ้าของธุรกิจมากกว่า 5 อย่าง สู้สร้างชีวิตไม่ให้ถูกล้อว่าลำบาก

4.01.25 | 20:47 น.
ซ้ออี๊ด

รู้จัก ซ้ออี๊ด CEOหญิงแกร่ง เจ้าของธุรกิจมากกว่า 5 อย่าง สู้สร้างชีวิตไม่ให้ถูกล้ออีกว่าลำบาก

ซ้ออี๊ด – เมื่อวันที่ 4 มกราคม จากกรณี สภ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนทำร้ายตัวเองในบ้านพัก ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และพบว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จันทร์ทิมา หรือ ซ้ออี๊ด ผู้ใช้ติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามกว่า 1.6 ล้านคนนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดชนวนเหตุ ซ้ออี๊ด CEOสบู่ดัง จบชีวิตหลังไลฟ์ พ่อเล่านาทีสลด อุ้มลูกสาวส่งรพ. 
ชาวเน็ต แห่อาลัย เปิดโพสต์สุดท้าย ซ้ออี๊ด CEO เจ้าของสบู่แบรนด์ดัง ก่อนเสียชีวิต ร่ำไห้ไลฟ์
ช็อก! CEOสาว เจ้าของสบู่แบรนด์ดัง เสียชีวิต สามีกอดลูกโพสต์เศร้า

มติชนออนไลน์ รายงานว่า  น.ส.จันทร์ทิมา หรือ ซ้ออี๊ด ปัจจุบันอายุ 29 ปี ชาวอ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ที่มีผู้ติดตามในโลกออนไลน์กว่า 1.6 ล้านคนในแพลตฟอร์ม TikTok โดยเธอเป็น CEO บริษัท บีอี ไวท์ จำกัด หรือ เจ้าของแบรนด์ สบู่สับปะรด ที่เพิ่งก่อตั้งโรงงานในพื้นที่บ้าน ประมาณ 2 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของกิจการมากมาย ทั้งทำรีสอร์ต เปิดฟาร์มหอยเชอรี่ ปลูกผักผลไม้ เลี้ยงหมู ตลอดจนทำน้ำส้มขาย รับจัดโรงทาน ฯลฯ

ขณะที่สามีของ ซ้ออี๊ด คือ นายบิ๊ก มีลูกชายเป็นโซ่ทองคล้องใจ 1 คน ก็ได้เปิดกิจการทำแบรนด์เสื้อจำหน่ายด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ น.ส.จันทร์ทิมา หรือซ้ออี๊ด มีผู้ติดตามจำนวนมาก จากไลฟ์สไตล์ของเธอที่สู้งาน ขยัน ชื่นชอบแฟชั่นการแต่งตัว รอยสัก และหมั่นทำบุญอยู่เป็นนิจ ทั้งยังเป็นคนรักครอบครัว ดูแลน้องชายและคุณพ่อเป็นอย่างดี ทำให้หลายๆ คนดูคลิปของเธอแล้วอบอุ่นหัวใจไปด้วย

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อของเธอ ได้เผยตอนหนึ่งว่า น.ส.จันทร์ทิมา ป่วยภาวะซึมเศร้า และรักษาตัวอยู่ที่คลินิกใน จ.สระบุรี สอดคล้องกับที่ญาติเผยว่า ปกติเธอเป็นคนร่าเริง แต่เมื่อประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีอาการซึมเศร้าไม่ออกไปไหน และพูดบ่อยๆ ว่า เหนื่อย ท้อแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุสลดในวันนี้

โดยใน ไลฟ์สุดท้าย ของเธอ ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งใจความว่า ที่เหนื่อยทุกวันนี้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อลูกและครอบครัว กลัวว่าถ้าตายไปลูกกับน้องจะอยู่ยังไง ก็ต้องทำรากฐานไว้ให้ดีที่สุด เพราะหากวันหนึ่งเดินออกจากบ้านแล้วตายไปจะทำยังไง ส่วนตัวโตมาอย่างลำบากเพราะไม่มี กว่าจะหาเงินได้แต่ละวัน เพราะฉะนั้นก็ต้องทำให้ลูกโตมาแล้วจะได้ไม่ต้องถูกเพื่อนล้อว่าลำบาก

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงาน ญาติได้เผยกำหนดการพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.จันทร์ทิมา ณ วัดวิหารขาว ต.วิหารขาว อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ตั้งสวดอภิธรรม 7 คืน ดังนี้ วันที่ 5 มกราคม เวลา 16.00 น. รดน้ำศพ สวดอภิธรรม เวลา 19.30 น. (5-11 ม.ค67) และวันที่ 12 ฌาปนกิจ (เผา) เวลา 15.00 น.

ขณะที่ โลกออนไลน์ เหล่าคนที่ชื่นชอบและติดตาม น.ส.จันทร์ทิมา ก็ได้เข้าไปแสดงความเสียใจ และไว้อาลัยต่อการจากไปของเธออย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันก็วิพากษ์วิจารณ์ตลอดจนสะท้อนถึงปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่ใต้มือถือและคีย์บอร์ดกับเรื่อง “ความรุนแรงในโลกออนไลน์” ที่มีผลร้ายมากกว่าที่คิด เพราะหลายๆ คนคอมเมนต์โดยไม่ได้สนใจถึงสภาพจิตใจคนอื่น โดยระบุว่า หลายๆ ครั้งที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ หรือคนดังไลฟ์ โพสต์คลิป ก็มักจะมีคอมเมนต์บูลลี่ หรือเอาไปแขวนให้ถูกทำให้เข้าใจผิด และอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงและควรตระหนักถึงผลกระทบกันได้แล้วด้วย อาทิ

– เหมือนที่ศิลปินเกาหลีโพสต์ไว้ตอนตัดสินใจจบชีวิต “ผู้คนบนโลกจะรักและใจดีกับคุณก็ในวันที่คุณตายไปแล้ว”
– ในฐานะที่เป็นลูกค้าที่ซื้อสบู่กับเขาเพราะชอบในความเก่งของเขา เราตกใจมาก เห็นคอมเมนต์แย่ๆ ที่ด่าเขามาเยอะมาก หลายคลิปหลายไลฟ์ แต่เขายิ้มสู้มาตลอด ตอนนี้เขาคงสู้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ฝากถึงคนที่ชอบพิมพ์ด่าคนอื่น คิดถึงใจเขาใจเรากันบ้าง อย่าสนุกกับความทุกข์คนอื่น
– ดวงตาที่งดงามที่สุดคือดวงตาที่มองเห็นความดีคนอื่น อย่าใจดีมองเห็นกันในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว
– ภูมิคุ้มกันคนเราไม่เท่ากัน กว่าจะผ่านไปแต่ละจุดเเต่ละขั้นมันทรมานใจนะ บางคนดูเหมือนปกติทุกอย่าง แต่จริงๆ ใจเขาอาจขุ่นมัวก็เป็นไปได้ สภาพจิตใจไม่มีใครมองเห็น การเที่ยวด่าใครต่อใครเพื่อความสนุกก็เช่นกัน
– ก่อนหน้านั้นโดนดราม่าเยอะจริง โดนด่าแรงจริง ซึ่งช่วงหลังๆ มานี่ เขาดีขึ้นมากๆ เลยนะ กำลังไปได้ดีเลย คอมเมนต์ส่วนมากมีแต่คนชม จากที่ไม่ชอบ มีคนรักเยอะขึ้น
– คำพูดทำร้ายกันได้จริงคือเรื่องจริงค่ะเป็นแผลทางกายรักษายังหายได้ แต่แผลทางใจมันยากที่จะลบลืม เสียใจด้วยนะคะ
– บางคนชอบด่าคนอื่นสนุกปาก ด่าแบบตะบี้ตะบัน แบบด่าจนแบบเหมือนเขาทำเรื่องเลวร้ายมากทั้งที่เขาก็ใช้ชีวิตปกติ แต่หารู้ไม่ว่าการที่เขาไม่ตอบโต้ไม่อะไรไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็น เราเห็นคนชอบด่าแฟนยูทูบเปอร์ชื่อดังคนหนึ่ง เราสงสารนางมาก คือคนเรามันสามารถด่าคนที่ไม่รู้จักกันได้ขนาดนี้เลยหรือ