ผู้เสียหายโผล่เพียบ! หนุ่มจ่ายเงินล้าน แต่งรถในฝันกับอู่ดัง ผ่านไป 4 ปี หายวับโผล่บ้านคนอื่น
เมื่อวันที่ 17 มกราคม ภัคพล เจริญสันติสุข หรือเปเปอร์ ผู้เสียหายจากกรณีจ่ายเงินล้านให้อู่ดัง หวังแต่งรถในฝัน ผ่านไป 4 ปี ปิดอู่หนี รถหายไปโผล่บ้านคนอื่น ได้ออกมาเปิดใจกับรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ กรณีดังกล่าว
ภัคพลกล่าวว่า ตัดสินใจซื้อซากรถคันหนึ่งราคา 180,000 บาท นำไปที่อู่ดังแห่งหนึ่งเพื่อแต่งให้เป็นรถ BMW รุ่นที่ชื่นชอบ ใช้งบประมาณรวมกว่า 1.1 ล้านบาท โดยมีกำหนดทำเสร็จวันที่ 30 มี.ค.64 แต่เมื่อถึงกำหนดวันรับรถ อู่มักจะหาข้ออ้างเลื่อนทุกครั้ง จนครั้งล่าสุด 14 เม.ย.67 ตนไปตามที่อู่ กลับพบว่ารถในอู่กว่า 30 คัน รวมถึงรถของตนหายไปจากอู่ และไม่สามารถติดต่อเจ้าของอู่ได้ ทำให้ตนมีอาการเครียดเป็นโรคซึมเศร้า จึงไปขอความช่วยเหลือจากปทุมต้องรอด

ไตรภพ ดีบ้านคลอง ผู้ก่อตั้งเพจฯ ปทุมต้องรอด เล่าว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน พบว่ามีข้อสงสัยคือการทำสัญญา เปเปอร์จ่ายเงินไปก่อนมากถึง 950,000 บาท เนื่องจากอู่มีความน่าเชื่อถือ คนมีชื่อเสียงใช้บริการบ่อย จากการสืบหาสอบถามข้อมูลของทีมงาน พบว่ารถส่วนใหญ่ที่หายไปยังไม่สามารถขับได้ แต่มีอะไหล่ที่ราคาแพง โดยอู่ย้ายด้วยการนำขึ้นรถสไลด์ไปหลายที่ จนทราบข้อมูลว่ารถของเปเปอร์ไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เจ้าตัวดีใจจนร้องไห้คิดว่าจะได้รถคืน จากนั้นได้ไปลงบันทึกประจำวัน และให้ตำรวจไปช่วยเจรจาขอเอารถคืน แต่ทางเจ้าของอู่ติดต่อผ่านนิติหมู่บ้าน อ้างว่าถ้าอยากได้รถคืนให้ไปฟ้องเอา
โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย ให้ความเห็นด้านกฎหมายว่า การว่าจ้างอู่ให้แต่งรถแล้วอู่ปิดหนีหายไป ขั้นตอนแรกต้องไปแจ้งความ สุดท้ายเจ้าหน้าที่จะสอบสวนจนได้ความจริงว่า เปเปอร์เป็นเจ้าของรถตัวจริง และการแต่งรถไม่น่าใช้งบประมาณถึง 950,000 บาท อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ และตำรวจจะมีอำนาจยึดรถคันนี้ไว้เป็นของกลาง ส่วนผู้ที่รับฝากรถไว้อาจมีความผิดรับของโจร

ด้าน อั๋น อีกหนึ่งผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อปี 2557 รู้จักอู่ดังกล่าวผ่านเพื่อน ตอนแรกเห็นว่าอู่มีความน่าเชื่อถือ โดยจ่ายเงินไปก่อน 50,000 บาท ระหว่างซ่อมตนโทรติดตามรถเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านไป 1 ปี ก็ยังซ่อมไม่เสร็จและปิดอู่หนี ตัดสินใจไปแจ้งความแล้วพบว่า เจ้าของอู่เคยมีคดีติดตัว สุดท้ายด้วยความพยายามจึงได้รถคืน หลังจากนั้นมีการรวมกลุ่มของผู้เสียหายเพื่อเอาผิด แต่ไม่ทราบความคืบหน้า และไม่คาดคิดว่าอู่ดังกล่าวจะกลับมาเปิดแล้วหลอกคนอื่นอีก
ประยงค์ เฉลิมทิศ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สคบ. กล่าวว่า จากการตรวจสอบยังไม่มีใครมาร้องเรียนกับ สคบ.ส่วนกระบวนการตรวจสอบ จะต้องดูว่าสัญญาการซ่อมรถเป็นอย่างไร มีการทำผิดสัญญาอย่างไรบ้าง ส่วนเรื่องการปิดอู่หนีแล้วย้ายที่ไปเรื่อยๆ ก็จะต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนใช้บริการ แนะนำให้ผู้เสียหายนำหลักฐานมาร้องกับ สคบ.ให้ช่วยเหลือได้

พ.ต.ท. เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บางใหญ่ ชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีนี้ว่า ได้สอบปากคำผู้เสียหายแล้ว และจะรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าวที่มีรถของเปเปอร์ต่อไป เผยว่ามีการติดต่อกับเจ้าของอู่ แต่ยังไม่ได้พูดคุยกัน ล่าสุดได้ออกหมายเรียกเจ้าของอู่แล้ว เบื้องต้นเจ้าของอู่มีความผิดข้อหายักยอกทรัพย์
ทีมงานรายการถกไม่เถียงสืบพบว่า มีผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกอู่ดังกล่าวหลอก เจ้าของอู่ดังกล่าวเคยเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย พร้อมระบุประวัติในโซเชียลส่วนตัวว่าเคยทำงานที่สภาทนายความ และยังมีความสนิทกับดาราชื่อดังของประเทศไทย ด้านดาราคนดังกล่าว ชี้แจงว่ารู้จักเจ้าของอู่จริงเนื่องจากเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียน แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับการกระทำของอู่แต่อย่างใด

