‘แก๊ป sound engineer’ ย้อนไทม์ไลน์ ยันแฟนสาวไม่ได้คบหา ‘แสตมป์’ มั่นใจนักร้องดังตามจีบ เผยสาเหตุโดนฟ้องหมิ่นประมาท
จากกรณีที่นักร้องชื่อดัง แสตมป์ อภิวัชร์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องห่างหายจากวงการบันเทิง เพราะตนเองและนิว ภรรยา ถูกคุกคาม จนเป็นคดีในชั้นศาล อีกทั้งพ่อของคู่กรณี ซึ่งเป็นนายพล ขอให้ถอนฟ้องและข่มขู่จะยัดคดีทางการเมือง รวมถึงมีการกล่าวพาดพิงถึงวงดนตรีวงหนึ่ง
ก่อนที่แฟนของคู่กรณีจะออกมาชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมได้โพสต์ชี้แจงอีกรอบว่า ไม่เคยมีคำตัดสินเรื่องคุกคามแต่อย่างใด มีเพียงคดีหมิ่นประมาทกับคดีอื่นๆ ที่โจทก์ถอนฟ้อง คดีที่ยอมความคือคดีละเมิด ในเนื้อความมีเรื่องเกี่ยวกับชู้สาวที่ศาลเยาวชน และได้ทำสัญญาจ่ายเงินเป็นจำนวนหนึ่งล้านบาทเพื่อให้เรื่องจบนั้น
ล่าสุด แก๊ป sound engineer ประจำวง Tilly birds แฟนหนุ่มของคู่กรณี ได้มาร่วมรายการโหนกระแส ก็ได้เผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า
“ยืนยันว่าแจมไม่ได้คบหากับแสตมป์ ตามไทม์ไลน์ ผมเริ่มคบแจมปี 2564 รู้ว่าแจมเป็นแฟนคลับของแสตมป์ ตั้งแต่ก่อนจะคุยกันด้วยซ้ำ เขาเป็นแฟนคลับตั้งแต่ปี 2553 ตั้งแต่ก่อนเข้ามหา’ลัยเลย
ตั้งแต่ที่ผมรู้มา เขาเป็นแฟนคลับที่ไม่ว่าศิลปินคนนี้จะไปเล่นที่ไหน ถ้าเป็นไปได้ เขาจะตามไปดู เป็นการชื่นชอบส่วนตัวมากๆ และคนรอบตัวก็จะรู้ และคนที่ทำงานก็จะรู้ว่าพี่แจมชอบศิลปินคนนี้มากๆ ที่มีการฟ้องร้องกันน่าจะเป็นเพราะคู่กรณีฝั่งผู้หญิง คุณนิว น่าจะเข้าใจว่าพี่แจมเป็นชู้กับสามีเขาตามที่เขาคิด ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเจอ เพราะผมรู้จักเขามาก่อนที่ทางฝั่งนู้นจะเริ่มทักเข้ามาแบบจริงๆ จังๆ ด้วยซ้ำ

เมื่อถามว่าในช่วงนั้นที่คบหา หรือพูดคุยกับทางฝั่งของแจม เห็นแสตมป์ติดต่อมาทางแฟนคุณยังไงบ้าง
แก๊ปได้เผยว่า เท่าที่รู้ก็จะมีทางดีเอ็ม อินสตาแกรม จนถึงการเปลี่ยนไปที่ไลน์ และถึงขั้นชวนไปทำงานในช่วงหนึ่ง ที่จริงเขาชวนผมไปแทน แต่ผมเลือกไม่ไป เพราะที่นั่นเขามีคนของเขาอยู่แล้ว ผมก็เลยปฏิเสธไป ผมเข้าใจว่าเป็นการชวนแบบหยอกเล่น เพราะผมเห็นจากแชตที่เขาพิมพ์หาพี่แจม จนกระทั่งชวนพี่แจมไปทำงาน
ที่นี้มันอาจเริ่มอาจจะเกินเลย คือมันไม่ได้เริ่มเกินเลยไปทางนั้น รู้สึกว่ามันกำลังจะเกินเลย แต่ไม่มีการเกินเลย ไม่มีเรื่องแบบนั้นแบบที่คนคิดกัน ไม่มีการคุยในลักษณะแฟนอย่างทางฝั่งคุณแสตมป์กล่าวถึงหรือพูดกับคนอื่นว่าเป็นแฟนกับพี่แจม
คือการพูดว่าเป็นแฟนกัน ผมยืนยันว่าเป็นการพูดจากฝั่งนู้นฝ่ายเดียว และยืนยันเลยว่าฝั่งผมหรือพี่แจมไม่เคยพูดว่าเป็นแฟนกับทางคู่กรณี และไม่เคยมีเรื่องแบบนั้นด้วย
แสตมป์เคยพูดคุยกับผมว่าเขาเป็นแฟนกับแจม ซึ่งผมก็ไม่เชื่อเพราะผมก็รับรู้มาแบบของผมเหมือนกัน ซึ่งแจมบอกว่าไม่ได้เป็นแฟน ไปทำงานเป็นสไตลิสต์ดูแลเสื้อผ้าให้กับแสตมป์ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยและไม่ได้มีคำว่าแฟนหรือคบหากัน
ถามว่าตอนแรกผมมีข้อสงสัยไหม ผมสงสัย ใครก็สงสัย เพราะผมทะเลาะกับเขาเรื่องนี้น่าจะเกิน 50 รอบ คือผมคิดว่าใช่ แต่เขายืนยันว่าไม่ใช่ จนวันหนึ่งผมคิดว่าไม่ใช่แล้วแหละเขาพูดความจริงแน่ๆ ผมมั่นใจมากๆ ฝั่งคุณแสตมป์พยายามตามจีบ และเห็นความพยายามของแสตมป์ที่ตามตื๊อแฟนผม
เมื่อถามว่าที่บอกว่าตามตื๊อทางข้อความทางดีเอ็มหรือทางไลน์
จริงๆ มันสื่อได้หลายทาง ทางนั้นด้วย แล้วก็มีการผ่านทางคนรู้จักด้วย และผ่านการชวนไปทำงานซึ่งเรารู้ทีหลังว่ามันคือความที่เขาพยายามจะจีบ มันอาจจะแปลกมากว่าทำไมผมถึงเชื่อได้ขนาดนั้น ถ้าเป็นพี่หนุ่ม สมมุติว่าแฟนพี่หนุ่มบอกว่าไม่เคยเป็นไรกับใคร กับอีกคนนึงมาบอกว่าคนนี้เคยมีอะไรกับแฟนเรา พี่หนุ่มจะเชื่อใคร
ผมยอมรับว่ามีแผลในใจ ผมมีความเข้าใจในแบบที่ผมเชื่อมาตลอด ทุกๆ ครั้งที่เขาไปเป็นสไตลิสต์ คือมีอยู่บ้างที่ผมก็ไปรับไปส่ง ก็รู้สถานการณ์มีการพิมพ์มาบอกว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน มีหมด มีเหตุการณ์เหมือนจำเป็นที่จะต้องเข้าไปในห้อง 2 คน คือตรงนั้นมันไม่มีใครบอกได้ แต่มันคอนเฟิร์มจากปากเขาเลยว่าไม่มีอะไรหนึ่งล้านเปอร์เซ็นต์

ด้านประเด็นที่แสตมป์ฟ้องคือเรื่องหมิ่นประมาท คือผมเข้าไปปรึกษาผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมเคารพรักมากๆ ช่วงก่อนหน้าที่ผมจะย้ายวง เหตุการณ์มันจะเกิดจากที่ผมออกจากวงนึงไปที่วงนึง และเหมือนกับว่าเราไปเจอกันตามงานคือเขาเข้าใจว่าผมไปดักเจอ แต่จริงๆ ผมไปทำงานให้วงดนตรีวงนึงและได้ไปเร็วกว่าเวลา เวลาที่ไปงานเฟสติวัลเราจะเดินไปหลังเวที ไปทักทายพี่ๆ ในสายอาชีพ หรือว่าไปดูการทำงานของเขา ซึ่งตอนนั้นหลังจากที่อยู่กับเพื่อนพี่ น้อง ผมก็ได้มีการปลีกตัวออกมาเพื่อไปเวทีที่ผมทำงาน ตอนนั้นมี 2 เวที คือ เวที 1 เวที 2 ผมกำลังจะเดินไปจากเวที 1 ไปเวที 2 ที่นี้ระหว่างจากการเดิน มันเดินผ่านห้องห้องหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่ได้สังเกตว่าห้องใคร ไม่ได้ดูชื่อข้างหน้า ผมเดินผ่านด้านหน้าของห้องนั้น เพื่อที่จะออกไปจากสเตเดียมนั้นไปอีกสเตเดียมหนึ่ง ในระหว่างนั้นก็มีคนเปิดประตูออกมา ผมก็เห็นหางตา ผมก็หันกลับไป แล้วผมก็เจอคู่กรณีกับทีมงานเขา ด้วยความที่ผมตกใจ ผมชะงัก ผมทำไรไม่ถูก ผมยืนอยู่กับที่ แต่ก่อนที่จะทำอะไร ผมก็โดนตะโกนด่ามาเลยจากฝั่งพี่ผู้หญิง (คุณนิว) ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ว่าเป็นไรมากไหม ไอ้เxย มึงโกหก พูดความจริงดิ ซึ่งเขาหาว่าผมโกหกเรื่องที่ว่าเขาเป็นบ้า
เมื่อถามทำไมแก๊ปถึงมั่นใจว่าแจมไม่เคยคบหากับแสตมป์ ถ้าวันหนึ่งเปิดมาแล้วมันเป็นแบบนั้น เรารับได้ไหม
แก๊ปเผยว่า ถ้ามันเป็นความจริง ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน แต่ผมเชื่อของผมแบบนี้ เพราะผมอยู่มาแต่ก่อนที่เขาจะเริ่มทักหา หลังจากงาน Octopop ปี’66 ที่มีการเสียงดังใส่กัน ทางฝั่งที่ผู้ชาย (แสตมป์) ก็ได้ลากพี่ผู้หญิง (ภรรยา) เข้าไปหลังเวที พวกผมก็ไม่ได้เดินตามเข้าไป ตอนนั้นจบกันแค่นั้น
หลังจากนั้นเป็นเวลาค่อนข้างนาน มีความเคลื่อนไหว ผมเองได้รับการทักมาบอกจากเพื่อนๆ หรือญาติทางฝั่งของพี่แจม ทั้งเพื่อน ทั้งญาติ ทั้งพี่ ทั้งน้องว่า ทางฝั่งที่ผู้หญิงได้มีการกดฟอลโลว์โซเชียล บางทีก็กดอันฟอลโลว์ อีกวันหนึ่งก็กดฟอลโลว์อีกแล้ว มาๆ ไปๆ หลังจากที่เรามีปัญหากันวันนั้นที่งาน Octopop ก็รู้สึกแปลกๆ ที่มีการมาทำอะไรแบบนี้กับคนรอบตัว เราก็รู้สึกว่าคุณต้องการอะไร ในใจผมก็มีเรื่องตั้งต้นไว้แล้ว ที่นี้มาพีคตรงตอนที่คุณนิวเขามากดฟอลโลว์ผม ถ้าเป็นคนอื่นมากดคงไม่มีอะไรหรอก แต่กับคนที่เราเคยมีประเด็นกันมาก่อนผมก็เลยแคป แต่ผมเบลอทุกอย่าง คือคนทั่วไปน่าจะไม่รู้ว่าเป็นใคร ผมก็มีการโพสต์ข้อความซึ่งเป็นข้อความที่ไม่ค่อยน่าจะดีเท่าไหร่ คร่าวๆ ประมาณมีอาการทางจิต
ด้วยอารมณ์ตอนนั้น รู้สึกเหมือนวุ่นวายกับชีวิต ซึ่งตรงนี้ถ้าเขาไม่พอใจก็ต้องขอโทษจริงๆ แต่ตอนนั้นมันเป็นอารมณ์แบบนี้ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ได้โพสต์ไปแล้ว นอกจากจะพูดและเบลอทุกอย่าง ผมก็ได้มีการส่งไปถามพี่ผู้หญิงอีก 2 คนที่ผมเคารพเหมือนกัน ซึ่งเป็นคำที่ไม่ดีว่าคนนี้เป็นอะไร ซึ่งเป็นเชิงในการถามมากกว่า แต่เป็นคำที่ไม่ค่อยดี

ด้วยสิ่งนี้อาจจะส่งผลให้เขาตะโกนด่าผมในงาน Octopop หรือเปล่า แล้วบอกว่าเราโกหก เหมือนเขาบอกว่าเราไปเล่าว่าเขาเป็นบ้า ซึ่งผมคิดว่าทางโน้นเขาป่วนก่อนในเรื่องการตามฟอลโลว์คนรอบข้าง ญาติพี่น้อง แม้กระทั่งตอนแรกที่เกิดขึ้น ที่เขาโทรหาแม่พี่แจม มันก็เลยรู้สึกไม่ดีแต่ตอนนั้น
สาเหตุที่ผมใช้คำว่าบ้า หรืออาการทางประสาท มันมีเหตุผลคือช่วงไทม์ไลน์ตอนเฟส 2 ที่มีช่วงที่คุยกันมากขึ้นคือช่วงที่ทางฝ่ายนู้น ชักชวนไปทำสไตลิสต์ คือทางฝั่งโน้น (แสตมป์) เล่าเรื่องภรรยาให้ฟังค่อนข้างเยอะ เยอะมากๆ ที่นี่มันมีอยู่แชตนึงซึ่งผมเห็นกับตาคือเขาได้มีการใช้คำแบบนี้ที่ผมโพสต์ไปว่าภรรยาเขา เหมือนกับที่ผมเคยโพสต์ไป ซึ่งผมคิดว่า ผมเอาคำจากตรงนี้แหละไปใช้ในตรงนั้น
จริงๆ ตอนนั้นผมไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับทางพี่ผู้ชายนะ ผมรู้สึกว่าเขามาปรึกษาเรื่องภรรยากับพี่แจม ผมก็ยังรู้สึกเห็นใจเขา ผมก็เชื่อว่าพี่เขาโดนอะไรมาหนักก็เลยมาระบาย

