เบนซ์ เรซซิ่ง โพสต์เสียใจ ผู้กํากับโจ้เสียชีวิต แนะราชทัณฑ์ชี้แจงอย่างโปร่งใส

9.03.25 | 11:44 น.

เบนซ์ เรซซิ่ง โพสต์แสดงความเสียใจ ผู้กํากับโจ้เสียชีวิต แนะกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส

จากกรณีที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีตผู้กำกับโจ้ อายุ 43 ปี อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ เสียชีวิตที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 7 มี.ค.68 ซึ่งกรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงว่าเวลา 20.24 น. เจ้าพนักงานเวรรักษาการณ์เดินไปจ่ายยาประจำตัวให้กับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ พบเห็นในลักษณะนั่งหลังพิงกับประตูห้องขัง จึงได้พยายามเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้แจ้งพัศดีเวรและพยาบาลเวรเข้าเปิดห้องขัง พบว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ใช้ผ้าขนหนูขนาดเล็กผูกคอกับประตูห้องขัง ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก ไม่รู้สึกตัว ปลายนิ้วมือซีดเขียวคล้ำ ไม่พบชีพจรบริเวณหลอดเลือดแดงใหญ่ ที่คอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าทางเดินไม่พบว่ามีผู้ใดเข้าออกห้องดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรถึงสาเหตุการเสียชีวิต ยืนยันว่าไม่มีเจ้าพนักงานเรือนจำหรือผู้ต้องขังรายใดทำร้าย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ปรากฏโดยทันที

ล่าสุด เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ เบนซ์ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์ในเรือนจำมาพักใหญ่ โพสต์ล่าสุดวันนี้ (9 มีนาคม 68) หลังการเสียชีวิตของอดีตผู้กำกับโจ้ในเรือนจำว่า

“ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของอดีตผู้กำกับโจ้ หรือ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อค่ำวานนี้

ในส่วนของเรื่องคดีความ คงไม่อาจก้าวล่วงได้ เนื่องจากผมไม่ทราบข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ทราบจากข่าวเพียงว่า ตั้งแต่เกิดคดีคลุมถุงดำในปี 2564 พ.ต.อ.ธิติสรรค์ได้มอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมมาโดยตลอด รวมเป็นเวลากว่า 3 ปี 6 เดือน

Advertisement

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาประหารชีวิต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากเป็นความเครียดจากคำพิพากษา ก็น่าจะส่งผลกระทบตั้งแต่ช่วงที่ถูกตัดสินโทษประหารชีวิต หรือช่วงที่เพิ่งถูกควบคุมตัวใหม่ๆ อีกทั้ง คดียังไม่ถึงที่สุด ยังอยู่ในกระบวนการศาลอุทธรณ์ และยังเหลือโอกาสในการต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา

ในกรณีของโทษจำคุกตลอดชีวิต ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องขังจะต้องอยู่ในเรือนจำจนสิ้นอายุขัย สำหรับคดีที่ไม่ใช่คดียาเสพติด หากเป็นการกระทำผิดครั้งแรก ผู้ต้องขังอาจได้รับการลดโทษจากการประพฤติตัวดีและการได้รับอภัยโทษตามวาระสำคัญต่างๆ ซึ่งโดยเฉลี่ยอาจเหลือเวลาจำคุกจริง ประมาณ 10-15 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งตัวของ ผกก.โจ้เองนั้นก็อยู่มาแทบจะ 1 ใน 3 ของโทษแล้วก็ว่าได้

ประเด็นเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นรายงานระบุว่าเป็นการแขวนคอภายในห้องขัง อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงยังคงต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติเวชและการสืบสวนอย่างเป็นทางการ กรณีที่ผู้ต้องขังเสียชีวิตระหว่างกระบวนการพิจารณาคดีย่อมเป็นที่สนใจของสังคม และหากมีข้อสงสัยหรือเกิดข้อครหาจากสังคม กรมราชทัณฑ์ควรชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส

ท้ายที่สุด หากเหตุการณ์นี้มีข้อสงสัยหรือเงื่อนงำใดๆ ที่ทำให้สังคมเกิดคำถาม กรมราชทัณฑ์จำเป็นต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดในทุกมิติ และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการประพฤติมิชอบ ควรมีมาตรการลงโทษอย่างจริงจังเพื่อรักษาความโปร่งใสของระบบเรือนจำ”