สาวไทย เล่านาทีตกเป็นผู้ประสบภัย เผชิญไฟดับที่สเปน ระหว่างนั่งรถไฟ เห็นทั้งด้านดี-ร้ายของคน
จากเหตุการณ์ไฟดับทั่วทั้งประเทศสเปนและโปรตุเกสเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้รถไฟฟ้าใต้ดิน ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงสายการบินต่างๆ ขณะที่อินเตอร์เน็ตเกิดปัญหาเช่นกัน เป็นเวลามากกว่า 3 ชั่วโมง นั้น
อ่านข่าว – สเปน-โปรตุเกส ไฟดับเป็นวงกว้าง ทำ รถไฟฟ้าใต้ดินมืดมิด ต้องหยุดให้บริการ
เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความแชร์ประสบการณ์เจอเหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างไปเที่ยวลงในกลุ่ม “เที่ยวยุโรปด้วยตัวเอง” ที่มีสมาชิกมากกว่า 5.5 แสนคน ระบุว่า
ตกเป็นผู้ประสบภัยตัวจริงในเหตุการณ์ที่สเปนไฟดับทั้งประเทศค่ะ 😱
นั่งรถไฟจาก Seville มา Madrid ตั้งแต่ 11 โมง พอถึงกลางทาง อยู่ดีๆรถไฟก็จอด เรานึกว่ามีเหตุอะไรนิดหน่อย เดี๋ยวคงไปต่อ
สักพักเจ้าหน้าที่ มาบอกว่าไฟดับทั้งประเทศ ลามไปถึงโปรตุเกส เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส
อีนี่เริ่มรู้สึกไม่ปกติ ตั้งสติว่าต้องใช้โทรศัพท์ให้น้อยเพื่อให้แบตหมดช้าที่สุด และส่งข้อความบอกเพื่อนไว้ (ยังไม่บอกที่บ้าน เดี๋ยวแม่กรี๊ด)

หลายคนเช็กข่าวและบอกกันว่าจะไม่กลับมาปกติเร็วแน่ๆ อย่างน้อย 6-10 ชั่วโมง
ในรถไฟร้อนระอุมาก และในที่สุดก็เปิดประตูให้ออกมาข้างนอกได้ เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เพราะแดดข้างนอกก็แผดเผาสุดๆ
ในเรื่องร้ายๆ ยังมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น เพราะเราเห็นหลายคนเดินเอาน้ำมาแจกจ่าย เจ้าหน้าที่ของรถไฟ เอาขนมมาแจกจ่ายโดยขอให้กับเด็กๆและคนแก่ก่อน
สักพักพอคนในหมู่บ้านใกล้ๆมาเจอ ก็ขนเสบียงสารพัดสิ่ง ทั้ง น้ำ ขนม ผลไม้ แซนวิชมาแจกแบบชุดใหญ่ เพิ่งเข้าใจที่เคยได้ยินว่าคนสเปนนิสัยคล้ายคนไทยก็หนนี้ จะเกิดอะไรยังไงท้องอิ่มไว้ก่อนจริงๆ
ราวๆ 6 โมงเย็น เจ้าหน้าที่แจ้งว่า จะมีรถมารับคนทั้งหมดไปในเมืองเล็กๆที่ใกล้ที่สุด เพื่อบริหารจัดการกันที่นั่น และเป็นไปได้ยากมากที่จะไป Madrid ในวันนี้ เพราะที่นั่นวุ่นวายอุตลุตสุดๆ ไม่มีรถไฟ ไม่มี Metro ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ไม่มีไฟฟ้า ระบบอินเตอร์เนตล่ม โกลาหลอลหม่านมาก

เมืองที่มาคือ Puertollano ที่นี่เปิด Stadium ให้เป็นที่พัก ทำข้าว แจกน้ำ หาที่นอนมาให้ สัมผัสได้เลยว่าเค้าพยายามดูแลทุกคนให้ทั่วถึง
สัก 3 ทุ่ม เริ่มมาแจ้งว่า จะมีรถไปที่เมืองนั้น เมืองนี้ ให้เตรียมขึ้นรถได้เลย แต่ไม่มี Madrid นะจ๊ะ เจ้าหน้าที่ยังคง Say No impossible อยู่ค่ะ
เที่ยงคืนแล้ว เราเหลือบไปเห็นมีคนหยิบสายชาร์จโทรศัพท์ ก็เลยถาม ได้ความว่ามีจุดที่ให้เสียบชาร์จได้ ก็เลยตามเค้าไปชาร์จ อย่างน้อยมีแบตโทรศัพท์ไว้ก็อุ่นใจ
นั่งชาร์จอยู่สัก 15 นาที มีคนตะโกน Madrid Madrid วิ่งไปถาม เลยรู้ว่ากำลังจะมีบัสคันนึงวิ่งไปมาดริด แต่ต้องจ่ายคนละ 20 ยูโร
วิ่งไปหยิบของอย่างเร็วเลยค่ะ คนทั้งหมดเกือบ 300 มาออกันที่รถบัส
เราใช้กลยุทธ์โยนกระเป๋าใบใหญ่เข้าใต้ท้องรถก่อนและก็มุดไปอยู่ใกล้ๆประตู ทันใดนั้นก็เกิดการหยุมหัวกันขึ้น ฝรั่งผู้ชายตัวใหญ่จิกหัวผู้หญิง และใช้กำลังผลักจนตัวเองขึ้นไปบนรถได้
ตำรวจที่มาช่วยดูแลเข้าชาร์จและลากลงทันที วุ่นวายจนตำรวจต้องมายืนขึงกันที่ประตูรถ และคัดคนว่าจะให้ใครไปก่อนได้บ้าง โดยยังให้สิทธิ์คนแก่ กับครอบครัวที่มีเด็กเล็กก่อน แล้วก็มีบางคนพูดสเปนเค้าก็ปล่อยขึ้นรถไป
เราเลยสะกิดคุณพี่ตำรวจบอกว่า กระเป๋าชั้นอยู่ใต้รถแล้ว และเราก็มาคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ ขอไปได้มั๊ย ตำรวจหันไปคุยกันยก 1 นิ้ว ถามเราพอเราพยักหน้า ก็เลยได้ขึ้นรถ
โชคดีที่มีเงินสดติดตัว เพราะรถบัสรับแต่เงินสดเท่านั้น ถ้าไม่มีต้องลง ตื่นเต้นและระทึกมาก
นั่งรถบัสถึงมาดริดตอนตี3 ครึ่ง ต่อแท๊กซี่มาโรงแรม เช็คอินเรียบร้อย ตอนนี้ตี 5 ยังตาค้างอยู่ เลยมาเขียนเล่าไว้ค่ะ
เป็นอีกประสบการณ์ที่จะจำได้ไม่ลืมจริงๆ รู้สึกดีใจและอิ่มเอมมาก ตอนที่เห็นคนออกมาช่วยเหลือ ขนของมาแจก และเห็นมุมที่คนต้องเอาตัวรอดจนทำร้ายคนอื่นด้วยเช่นกัน
การได้เจอะเจอประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้แหละมั๊ง คือความทรงจำและแรงผลักที่ทำให้เราชอบออกไปท่องโลกกว้างเสมอมา 😊😊
หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไปมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์เป็นจำนวนมาก









