ทนายรณณรงค์ วิเคราะห์สาเหตุ ไขข้อสงสัยทำไม เสก โลโซ เข้าเรือนจำทันที ไม่รอลงอาญา ลั่นปืนในมือไม่ใช่แค่ของเล่น
จากกรณีศาลอาญามีนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการ โจทก์ ยื่นฟ้อง นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ จำเลยคดีหมายเลขคดีดำ อ.1662/2561 แดง อ.8288/2561 ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่, เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490
โดยศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน 20 วัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายเสกสรรค์ไปยังเรือนจำพิเศษมีนบุรีเพื่อรับโทษต่อไป
อ่านข่าว – ศาลฎีกาสั่งจำคุก เสก โลโซ 2 ปี 12 เดือน 20 วัน คดียาเสพติด-ขัดขวางจับกุม
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์ข้อความผ่านเพจ “รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์”
“เสก โลโซไม่รอลงอาญา เพราะปืนในมือไม่ใช่แค่ของเล่น”
โดย ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์
ถ้าจะถามว่าทำไมคดีนี้ถึงไม่รออาญา… ต้องเริ่มจากปืนในมือนั่นแหละครับ
หลายคนสงสัยว่าทำไม “เสก โลโซ” ศิลปินชื่อดังถึงไม่รอดจากการ “รอการลงโทษ” เหมือนคดีอาญาทั่วไป ทั้งที่ดูเผิน ๆ เหมือนเขาแค่ดื้อกับตำรวจ?
คำตอบสั้น ๆ คือ – “เพราะปืนในมือเขาไม่ใช่แค่ของเล่น”
ย้อนเหตุการณ์: จุดเริ่มจาก 10 นัด บนฟ้า ถึงนาทีขัดขวางตำรวจ
เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2560 โดยมี 2 เหตุการณ์สำคัญ:
- ยิงปืนขึ้นฟ้า
วันที่ 29 ธันวาคม 2560 นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” เดินทางไปประกอบพิธีที่วัดเขาขุนพนม จ.นครศรีธรรมราช และภายหลังได้ ยิงปืนขึ้นฟ้า 10 นัด โดยอ้างว่าเป็นการยิงถวาย
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
- มาตรา 376: ยิงปืนในที่สาธารณะ
- พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ: พกพาอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุอันควร
- ไม่ยอมให้จับ – ขัดขวางโดยมีอาวุธ
ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับไปที่บ้านพักของเสก โลโซที่ จ.นครนายก เพื่อดำเนินคดี
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เสก ตะโกน ขัดขืน ด่าทอ และมีอาวุธปืนอยู่ในบ้าน ทำให้การจับกุมต้องใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ และมีการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย
พฤติกรรมแบบนี้…ไม่ใช่เรื่องเล็ก
คนทั่วไปอาจคิดว่า แค่ดื้อ ไม่ให้จับ…จะถึงกับติดคุกเลยหรือ?
แต่ในทางกฎหมาย “การขัดขวางเจ้าหน้าที่โดยมีอาวุธ” = เรื่องใหญ่
บทกฎหมายสำคัญที่ใช้ในคดีนี้
มาตรา 138 วรรคสอง
ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี
มาตรา 140 วรรคหนึ่ง
ถ้าการกระทำตาม ม.138 มี “อาวุธ” หรือกระทำร่วมกัน 3 คนขึ้นไป เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี
มาตรา 140 วรรคสาม
ถ้าใช้อาวุธ ปืน หรือ วัตถุระเบิด
ต้อง เพิ่มโทษหนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่ง (จาก 5 ปี → 7 ปี 6 เดือน)
วิเคราะห์แบบชัด ๆ: เสก โลโซ “ไม่รออาญา” เพราะเข้าข่ายเพิ่มโทษเต็มขั้น
- เขา ไม่เพียงแค่ขัดขืนเจ้าพนักงาน แต่ยัง มีอาวุธปืน
- และปืนที่มีก็ บรรจุกระสุน พร้อมยิง
- เมื่อเข้าเงื่อนไข “มีอาวุธปืน” = ศาลต้องใช้มาตรา 140 วรรคสาม
- ซึ่งนำไปสู่การ เพิ่มโทษ “ครึ่งหนึ่ง” จากโทษเดิม
แล้วทำไมศาลถึงไม่รออาญา?
ตาม มาตรา 56 ประมวลกฎหมายอาญา ศาลจะรอการลงโทษได้ก็ต่อเมื่อ
- จำเลย สำนึกผิด
- ไม่เป็นภัยต่อสังคม
- มีแนวโน้มจะ กลับตัวเป็นพลเมืองดี
แต่เสก โลโซ ในช่วงเกิดเหตุ ไม่ได้สำนึก กลับใช้ปืน ขัดขืนตำรวจอย่างเปิดเผย
ศาลจึงเห็นว่า “ไม่เข้าเงื่อนไขที่สมควรจะเมตตาให้รออาญา”
เทียบเคียงคดีอื่น – เสกไม่ใช่รายแรก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2561
- จำเลยซ่อนปืนไว้ใต้เบาะในรถ
- ปืนมีกระสุนบรรจุพร้อมยิง
- ศาลตีความว่า “มีอาวุธพร้อมใช้”
- ลงโทษตามมาตรา 140 วรรคสาม เช่นเดียวกับกรณีเสก โลโซ
บทสรุปจากทนายรณรงค์: เปรี้ยวได้…แต่อย่าเปรี้ยวผิดที่
กฎหมายไม่ได้กลัวชื่อเสียงใคร
ต่อให้คุณเป็นร็อกสตาร์แค่ไหน ถ้า ด่าตำรวจ-ถือปืน-ขัดขืนการจับกุม
ก็หนีไม่พ้นการลงโทษที่เข้มข้นตามบทกฎหมาย
เพราะเจ้าหน้าที่ที่รักษากฎหมายต้องได้รับความคุ้มครอง


