เพจดัง แชร์ประสบการณ์ ใช้บริการแท็กซี่สนามบิน เจอบ่นเพราะให้ส่งใกล้ ซ้ำขับเลยจุดหมาย

26.05.25 | 11:32 น.

เพจดัง แชร์ประสบการณ์ ใช้บริการแท็กซี่สนามบิน เจอบ่นเพราะให้ส่งใกล้ ซ้ำขับเลยจุดหมาย ชี้ทัศนคติในการให้บริการก็สำคัญ

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นการเรียนบริการรถโดยสาร ไม่ว่าจะเป็น “แท็กซี่” และ การเรียนรถผ่าน “แอพพิเคชั่นต่างๆ” หลายคนต่างถกเถียงในหลายแง่มุม เช่น ผู้ให้บริการอย่าง “แท็กซี่” มอกงว่า “ไดรเวอร์” ประจำแอพพ์ มาแย่งลูกค้า ทำให้ขาดรายได้ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการจัดการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ด้วย

ในขณะที่ประชาชนผู้ใช้บริการ มองว่า เป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถเลือกใช้บริการตามความต้องการของตนเอง ว่าอยากจะใช้บริการของ “แท็กซี่” หรือ เรียกรับบริการผ่าน “แอพพ์” ซึ่งก็มีประชาชนหลายคนต่างออกมาแชร์ประสบการณ์ที่ไม่ดีระหว่างการเรียกใช้ แท็กซี่ และเรียกรถผ่านแอพพ์ จำนวนมาก

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “อ้ายจง” ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การใช้รถแท็กซี่ โดยระบุว่า

เมื่อวานนี้ผมบินเข้ากรุงเทพ ลงที่สนามบินดอนเมือง

Advertisement

ตั้งใจว่าจะใช้บริการแท็กซี่จากจุดให้บริการภายในสนามบิน ซึ่งผมก็ทราบดีอยู่แล้วว่า จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม 50 บาทจากค่ามิเตอร์

ก็โอเคครับ เพราะเคยใช้บริการมาก่อน และปลายทางก็ไม่ได้ไกลมาก แถวๆ สถานี Thai PBS นี่เอง

แต่ที่อยากเล่าในวันนี้คือ ประสบการณ์ตรงที่เจอ

พอขึ้นรถ พี่แท็กซี่เริ่มพูดตั้งแต่ยังไม่ทันออกรถว่า

“ผมรอมา 4-5 ชั่วโมงแล้วนะ ทำไมไปใกล้ๆ แบบนี้ ไม่คุ้มเลย ต้องจ่ายค่าตั๋วให้กับสนามบิน เพื่อมารอรับอีก”

ผมเข้าใจครับว่าการรอผู้โดยสารที่สนามบินอาจใช้เวลานาน และก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ แต่มันทำให้ผมในฐานะผู้โดยสาร รู้สึกอึดอัดตั้งแต่เริ่มเดินทางเลย

พอใกล้ถึงที่หมาย พี่ขับเลยจุดที่ควรจะจอดไปเล็กน้อย ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดด้วย ต้องทักว่า

“เลยแล้วครับพี่”

พี่ก็หยุดให้… แต่พูดว่า

“เดินเข้าไปเองละกันนะ”

จะไม่คิดมากก็ยากครับ ว่าพี่ตั้งใจจะขับเลย เพื่อจะต้องกลับรถเพิ่มระยะทางหรือเปล่า เพราะเส้นทางแถวนั้น ถ้ากลับรถคือยาวมาก และค่าโดยสารก็จะเพิ่มขึ้นพอสมควร

ผมไม่ได้จะมาต่อว่าหรือกล่าวโทษนะครับ

ผมเข้าใจว่างานบริการมีความกดดันเยอะ โดยเฉพาะเมื่อผู้โดยสารน้อย และยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเข้ามารอรับอีก แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ทัศนคติในการให้บริการ”

ผมเป็นคนไทยเอง ยังรู้สึกไม่สบายใจเลยครับ กลัวว่าจะโดนพาอ้อม หรือถูกปฏิบัติไม่ดี แล้วถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง

จริงๆ ตั้งใจจะให้ทิปด้วยซ้ำ เพราะเข้าใจความเหนื่อยของพี่ๆ คนขับ แต่สุดท้ายก็ให้ไปนิดหน่อย (นิดหน่อยนี่น่าจะไม่ถึง10บาทครับ ปัดเศษ) เพราะความรู้สึกมันเปลี่ยนจากเหตุการณ์ข้างต้น

เลยอยากแชร์ไว้เป็นเสียงเล็กๆ

ไม่ได้อยากดราม่า ไม่ได้อยากตำหนิใคร แต่แค่หวังว่า การให้บริการที่ดี ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล จะช่วยให้ผู้โดยสารอยากกลับมาใช้บริการอีก

สำหรับผม คงต้องใช้ Grab หรือบริการอื่นในอนาคต โดยเฉพาะเวลาต้องเดินทางใกล้ๆ เพราะรู้สึกไม่อยากเจอบรรยากาศอึดอัดอีก

และนี่ก็คืออีกหนึ่งเหตุผลที่พี่ๆต้องได้รับผลกระทบจาก Grab ถ้าไม่ปรับตัว ก็คงต้องเจอผลกระทบยาวๆ ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากตัวพี่ๆเอง

ผมยังอยากสนับสนุนพี่ๆ แท็กซี่นะครับ และเชื่อว่าหลายคนก็เช่นกัน ขอแค่เจอบริการที่ทำให้รู้สึก “สบายใจ” แค่นั้นเองครับ แต่ “ตอนนี้ไม่สบายใจ ก็ขอเป็นทางเลือกอื่นครับ”

ผมร้องเรียนแล้วนะครับ ร้องเรียนแล้วนะครับ

คือ ผมผิดเองที่ไม่ได้เก็บบัตรคิวเอาไว้ เพราะรีบมากจริงๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร นอกจากจะรีบลงรถแล้วไปทำธุระ แล้วรู้สึกอึดอัดมาก เลยไม่ได้สนใจเรื่องอื่น มารู้ทีหลังก็อ้าว คิวก็ไม่ได้เก็บมา ก็เลยไม่คิดว่าจะแจ้งอะไร และคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่

แล้วที่โพสต์นี้ คือตั้งใจสะท้อนความคิดเห็น เป็นอุทาหรณ์ เพื่อสะท้อนทั้งระบบ ว่ามันมีปัญหาแบบนี้จริงๆ

แต่มาคิดดูอีกที ยังคงมีบางคนที่ทัศนคติไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสำหรับการให้บริการผู้โดยสาร ก็ขอแจ้งเอาไว้เป็นข้อมูลเผื่อปรับปรุงได้  เพราะโชคดี แม้ไม่มีบัตรคิวแล้ว แต่มีสลิปโอนเงิน มีเวลาชัดเจน ว่าโอนไปตอนไหน แล้วก็จำเลขคิวตนเองได้

การร้องเรียน ก็เพิ่งทราบเช่นกันว่า หากโทรไป 1584 ถ้าต้องการร้องเรียนในพื้นที่กรุงเทพ ต้องอยู่ที่กรุงเทพเท่านั้น ไม่งั้นจะเป็นการโอนสายไปที่อื่น ขอเบอร์ติดต่อตรงก็ไม่ได้ เลยลองค้นหาข้อมูลเพิ่ม จนได้พบว่า โทรไป 1722 AOT Contact center ของการท่าแทน ซึ่งอันนี้ผู้ที่รับสายเป็นฝั่งสนามบินสุวรรณภูมิแต่แจ้งว่า สามารถประสานไปทางสนามบินดอนเมืองได้ ก็จัดการแจ้งร้องเรียนแล้วครับ

ต่อมาทางเพจ ได้อัพเดตเพิ่มเติมว่า

อัพเดตกรณีแท็กซี่จากสนามบินดอนเมือง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม (ขับเลยจุดหมาย บ่นเมื่อต้องไปส่งใกล้ๆ)

  1. สนามบินดอนเมืองติดต่อกลับแล้ว

แจ้งว่า จะมีการเรียกตัวคนขับมาชี้แจง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

  1. ในอีเมล์มีข้อมูลสำคัญที่อยากแชร์ต่อ

ช่องทางร้องเรียนเพิ่มเติม

จาก ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน กรมขนส่งทางบก

  1. จากข้อ 2 หากจะโทร 1584 ต้องโทรจากจังหวัด/พื้นที่ที่เกิดเหตุเท่านั้น

หากออกนอกพื้นที่แล้ว แนะนำใช้ช่องทางอื่น คือ LINE และอีเมล์

ผมไม่รู้หรอกครับว่าการร้องเรียนจะช่วยอะไรได้มากหรือไม่ แต่ก็อยากให้พวกเราทุกคนรักษาสิทธิ์ในการร้องเรียน และไม่แน่ว่าอาจจะช่วยให้ดีขึ้นไม่มากก็น้อยก็ได้ในอนาคต