หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล สาวเตือนเด็ก‘...

สาวเตือนเด็ก‘อย่าเสียงดัง’ในโรงหนัง ผู้ปกครองไม่พอใจ ดักทำร้าย-กระชากผม โมโหที่ไปด่าลูก 

3.06.25 | 20:16 น.

สาวเตือนเด็ก‘อย่าเสียงดัง’ในโรงหนัง ผู้ปกครองไม่พอใจ ดักทำร้าย-กระชากผม โมโหที่ไปด่าลูก 

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6” แชร์เรื่องราว ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุว่า **อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ แค่พูดตักเตือนในโรงภาพยนตร์ ก็ทำให้เกิดเรื่องถึงขั้นคู่กรณีจะทำร้ายร่างกาย

คู่กรณีเป็นผปค. (ผู้ปกครอง) เด็ก พ่อเด็กและผู้หญิง (เราไม่แน่ใจว่าฝ่ายหญิงใช่แม่ของเด็กไหม“ คนที่เป็นคู่กรณีหลักคือฝ่ายหญิง

ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ 16:30 โดยประมาณของวันที่ 1 มิถุนายน 2568

ต้นเหตุมาจาก ฉันและแฟนฉันดูหนังอยู่ที่โรงภาพยนตร์หนึ่ง เราสองคนนั่งอยู่ที่โซฟาคู่หลังสุด คู่กรณีและลูกคู่กรณีนั่งอยู่โซฟาคู่ข้างล่างถัดไปแค่แถวเดียว ตอนนั้นหนังกำลังฉายละ พูดก่อนว่าเรื่องนั้นมีเด็กค่อนข้างเยอะ แต่จะมีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ที่ปล่อยให้เด็ก 2 คน นั่งกันตามลำพังอีกโซฟา อันนี้ไม่แน่ใจว่ามีผู้ใหญ่นั่งด้วยมั้ย แต่จากที่เห็นคิดว่าไม่ เด็กคุยกันเสียงดังหลายครั้ง และเด็กได้มีการเดินออกจากโรงภาพยนตร์ไปซื้อขนมทั้งๆที่หนังกำลังฉาย เด็กมีการเดินไปมาระหว่างโซฟาของผู้ปกครอง และที่ตัวเด็กนั่งอยู่หลายครั้ง แกะถุงขนมเสียงดัง กินขนมกันเสียงดัง เพราะตอนนั้นได้ยินเสียงถุงขนมหลายครั้ง

Advertisement

ทางฉันก็พูดตักเตือนในที่ๆของฉัน ที่ๆฉันนั่งอยู่ว่า “อย่าเสียงดังค่ะ” อันนี้พูดก่อนว่า ถ้าทางเราไม่แน่ใจหรือยังไง เราจะไม่พูดเลย แต่นี้ เสียงดังมาตลอดตั้งแต่เริ่มเรื่อง จนหมดความอดทน ก็ตักเตือนไป เด็กก็เงียบไม่เสียงดังอีก ก็ดูหนังต่อไป

ต่อมาหนังใกล้จะจบละ มีผู้ปกครองเด็กมาหาตัวว่าใครเป็นคนด่าน้อง มาเดินหาบังคนที่ดูอยู่ ทางเราก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนั้นเราพูดจบไปนานแล้ว เราก็คิดว่าอาจจะเป็นคนอื่นอีกที่ตักเตือนเพราะน้องเสียงดังจริงๆ ผู้ปกครองเด็กก็พาเด็กออกไปก่อนหนังจะจบ  (พูดก่อนว่าทางคู่กรณีคิดว่าเราไปด่าน้อง แต่จริงๆเราพูดตักเตือนในที่ๆของเราดีๆนะ )

พอหนังจบเราสองคนกับแฟนก็เดินออกจากโรงภาพยนตร์ เดินลงไปฝั่งเกมส์เซนเตอร์ ทางคู่กรณีหญิง (ผู้ปกครองเด็ก) ได้เดินปรี่เข้ามาหา ทันทีว่า “คนนี้ใช่ไหมที่ด่าน้อง” เราก็บอกด่าว่าอะไร เราก็พูดเสริมอีก ว่าไม่ได้ด่านะคะ พูดดีๆ มีหางเสียงด้วยซ้ำ ทางคู่กรณีก็คงจะไม่พอใจ ไม่ยอมรับว่าเด็กเสียงดัง ก็เถียงว่าไม่ได้เสียงดัง (แต่ทางเราคิดว่าถ้าเด็กไม่ได้เสียงดังเราจะพูดตักเตือนทำไม)

”พูดก่อนว่าคู่กรณีเริ่มควบคุมอารมณ์ ตัวเองไม่ได้แล้ว ตะคอกเสียงใส่ โหวกเหวกเสียงดัง “

ประเด็นอยู่ตรงนี้ ทางคู่กรณีบอกเด็กไม่ได้เสียงดังถูกไหมคะ แต่ทางเราพูดตักเตือนไปลอยๆ ตักเตือนในที่ๆของเรา พูดตักเตือนให้รู้ว่ามีคนเสียงดัง ไม่ได้ไปชี้หน้าด่าลูกคู่กรณีเลย แต่คู่กรณีดันเดือดร้อนไม่พอใจ (ทางเราก็เลยคิดว่าถ้าลูกคุณไม่ได้เสียงดังคุณจะร้อนตัวทำไมถูกไหมคะ)

แต่ที่ทำให้เราไม่โอเคเลยคือทางคู่กรณีเอาคำว่าเด็กมาอ้าง ทั้งๆที่คุณควรจะดูแลให้ดี ไม่ให้ไปรบกวนคนอื่น มารยาทในโรงภาพยนตร์ก็มีว่าอย่าเสียงดังรบกวนผู้อื่น มันเป็นพื้นที่ส่วนรวม คุณควรสอนน้องไม่ใช่ไม่พอใจที่คนอื่นมาพูดเตือน

ทางฝั่งนั้นก็ไม่พอใจไม่ยอม ทางเราก็ไม่โอเค ว่าทำไมเราตักเตือนเด็กเราผิดเหรอ เราไม่ได้ไปว่าน้องด้วยคำหยาบคายเลย พูดตักเตือนในที่ๆของเราดีๆ

พอเริ่มมีปากเสียงกันหนักขึ้น ทางนั้นคงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ละ จึงเดินปรี่เข้ามาจะตบเรา แต่ทางแฟนเราห้ามไว้ แต่เขาก็ไม่ยอม มือเขาเลยหลุดมาข่วนโดนแขนเรากับกระชากผมเราไปนิดหน่อย แต่สุดท้ายยังไงคู่กรณีก็มีเจตนาจะทำร้ายฝ่ายเรา แต่ดีที่เราไม่เป็นอะไรมากก็แยกย้ายกันไป

หลังจากเกิดเหตุเราก็เข้าไปแจ้งความเลย เราคิดว่าเขาควรคิดนิดหนึ่ง ที่ไม่ใช่อยากเอาชนะโดยไม่ลืมหูลืมตาเลย เราพูดตักเตือนดีๆ ไม่ได้ด่าเลย คือเอาง่ายๆ คู่กรณีไม่ยอมรับอะไรเลย

**ทุกคนมีความคิดเห็นยังไงก็สามารถมาพูดคุยกันได้นะคะ ขอบคุณนะคะที่อ่านมาจนจบ