เป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chaiwat Chantasakuldetch ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ ว่า
ชายคนนี้ยืนเถียงกับพนักงานรถไฟใต้ดินด้วยเสียงดังเพราะโดนห้ามขึ้นรถเนื่องจาก “เมา”
เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จากพนักงานคนเดียวกลายเป็นสามคนทีแรกผมก็ว่า “ดีจัง !” ที่มีการห้ามไม่ให้คนเมาใช้ Public Transportation
แต่สักพักผู้ชายคนนี้ก็พูดว่า “ผมอุตส่าห์ไม่ขับรถมาก็เพื่อจะขึ้นรถไฟฟ้ากลับโดยไม่รบกวนใคร” และ “ที่ญี่ปุ่นไม่เห็นมีห้ามแบบนี้”
[อาจมีคนคิดว่า “ก็ที่นี่เมืองไทย” แต่ก็จริงของเขา, เพราะรถไฟเที่ยวสุดท้ายใน Tokyo วันเสาร์นี่คนเมาทั้งขบวน]
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือเขายืนยันว่า “ผมไม่เมา !” แต่เจ้าพนักงานบอกว่า “เมาแน่ๆ” จนถึงประโยคหนึ่ง, ผู้ชายคนนี้เลยบอกว่า “คุณเอาอะไรมาวัดครับ ?” พนักงานก็ “ผมไปพาตำรวจมาให้เป่าเลยก็ได้” แต่เขาก็แย้งอย่างมีเหตุผลอีกว่า “นั่นมันไว้ห้ามการเมาแล้วขับ”
ซึ่งก็จริง, ไม่อย่างนั้นแปลว่าการกินเบียร์ Hoegaarden หนึ่งแก้วก็ห้ามขึ้นรถไฟฟ้าแล้ว ถ้าจะบอกว่า “ขึ้นกับการตัดสินของพนักงาน” โดยไม่ต้องมีมาตรฐาน ก็แปลว่าเราอาจถูกรถไฟฟ้าไล่ออกไปทั้งที่จ่ายตังค์แล้วเมื่อไรก็ได้ ?
หลังจากฟังอยู่ราวสามนาที [ช่วงที่รอรถ] ผมก็รู้สึกว่าเขาเมาจริง แต่ในระดับที่ประคองตัวเองได้และไม่น่าจะทำร้ายใคร
[แต่ก็นั่นแลฯ, ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานอาจมองว่า “ต้องรอให้เกิดเรื่องก่อน ฤ ?”]
ไม่ทราบว่าสุดท้ายจบอย่างไร เขาได้กลับบ้านไหม แต่รู้สึกเห็นใจทั้งสองฝ่ายและลึกๆ ก็ไม่คิดว่าทางเจ้าหน้าที่ผิดอะไร ดีกว่าปล่อยให้คนเมาหนักๆ เข้าไปแอวะใส่คนอื่นในสถานี…
Case นี้ยังไงดีนะ ?
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่โพสต์นี้ได้มีการเผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้ามาแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย ว่าการห้ามคนเมาขึ้นรถไฟนั้นทำได้หรือไม่ อีกทั้งยังได้มีการนำไปเปรียบเทียบกับประเทศที่มีการใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางเป็นหลักนั้นห้ามลักษณะนี้หรือไม่

