ศึกชิงตัว! แม่ตาย เด็กอยู่กับยายตั้งแต่เกิด พ่อ-ทนายอ้างสิทธิตาม กม. แต่เด็กไม่ไป

23.04.17 | 13:55 น.

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์หนึ่งของสมาชิกเฟซบุ๊ก Eggnoid Thanapat Boonaree เป็นเหตุการณ์ของแม่คนหนึ่งที่คลอดลูกแฝดแล้วเสียชีวิต จากนั้นยายกับป้าของเด็กได้เลี้ยงเด็กมากว่า 7 ปีจนโต กระทั่งมาวันหนึ่ง พ่อของเด็กพาตำรวจพร้อมทนายมาเอาตัวเด็กเข้ากรุงเทพฯ แต่เด็กร้องไห้ไม่อยากไปด้วยเพราะไม่คุ้นเคยกับผู้เป็นพ่อ เนื่องจากมีเพียงยายที่เลี้ยงเด็กทั้งคู่มาตั้งแต่แบเบาะ ทางผู้โพสต์จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับเด็กและยาย

โดยผู้โพสต์ระบุข้อความดังนี้ “อยากทราบว่าทนายมีสิทธิมาดึงเด็กไปขึ้นรถหรือป่าว?? #ท่านใดมีความรู้ขอความแนะนำด้วยค่ะ #สงสารเด็กค่ะ ไม่ใช่ว่าทางเราไม่ให้เด็กแต่คือหัวอกของคนเลี้ยงคือเด็กร้องแต่พวกคุณยังกล้าดึงไป เลี้ยงมา 7 ปี เด็กร้องจนใจจะขาด คุณธรรมของพวกคุณอยู่ไหน!! #เหตุเกิดที่สถานีตำรวจอุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ บ้านหนองโปร่ง ต.โคกหล่าม #ขอความเป็นธรรม”

ต่อมาผู้โพสต์ระบุความว่า “ทางเราเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่เล็กจนโตเป็นเวลานานถึง 7 ปี มีทั้งความรักความผูกพัน พอมาถึงวันนี้คุณผู้ที่มีสิทธิเป็นพ่อทางกฎหมาย มาใช้กฎหมายนำตัวเด็กไปทั้งๆ ที่ความผูกพันของคุณกับเด็กไม่มีเลย ทางเราไม่เคยกีดกันคุณกับลูกเลย ทางเรายินยอมให้ไปกับคุณ แต่เด็กเค้าไม่ยินยอมที่จะไป คุณดึงลูกคุณไปขึ้นรถทั้งๆ ที่เด็กร้องแทบจะตาย หัวอกของคนเลี้ยงที่มีความผูกพันเมื่อเห็นน้ำตาเด็กเราก็สงสารที่ปกป้องเด็กเลี้ยงมาตั้ง 7 ปีไว้ไม่ได้ ความเป็นพ่อของคุณยังมีอยู่ไหม คุณเห็นบุคคลอื่นมาดึงลูกคุณไปแล้วเด็กร้องไห้แต่คุณกลับยืนดู คุณเคยกอด เคยหอม เคยพูดคำว่าพ่อออกจากปากคุณไหม?? ทางเราไม่คิดว่าคนเป็นพ่ออย่างคุณจะใจดำขนาดนี้ ทำไมคุณไม่มาสร้างความผูกพันกับลูกคุณ ขนาดเด็กร้องเด็กยังไม่ร้องหาคุณเลย เด็กร้องไห้เพื่อจะอยู่กับคนเลี้ยงที่มีความผูกพันกันกับเด็กแต่คุณก็ยังบังคับให้เด็กขึ้นรถไปกับคุณ #ถามตัวคุณดูว่าแบบนี้เค้าเรียกว่าพ่อหรือป่าวหรือแค่พ่อทางกฎหมายเท่านั้น #ท่านใดมีข้อแนะนำขอความกรุณาช่วยด้วยนะค่ะทางเราจะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง #ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยค่ะ #ขอบคุณค่ะ”

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์มติชนว่า จะเร่งประสานให้ยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษประสานงานร่วมมือกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยกระบวนการเคลื่อนย้ายเด็กจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงภาวะจิตใจของเด็กเป็นสำคัญด้วย แม้ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตามเพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์และเกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็กจึงเห็นสมควรให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษได้ประสานงานกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisement

คลิกชมคลิปที่นี่