สาวช็อก เปิดหมอพร้อม ขึ้นประวัติถูกสวมสิทธิรักษาพยาบาล คนเมนต์เจอกันเพียบ

26.07.26 | 11:45 น.

สาวช็อก เปิดหมอพร้อม ขึ้นประวัติถูกสวมสิทธิรักษาพยาบาล คนเมนต์เจอกันเพียบ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Haru sk โพสต์ข้อความในกลุ่มพวกเราคือผู้บริโภค ระบุว่า ก่อนอื่นขอเล่าว่า เห็นข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตและเรื่องสุขภาพช่วงนี้ เพื่อนเราก็คุยกันมีเพื่อนถามเออแกฉีดโควิทอะไรบ้าง เลยลองเข้าไปตรวจสอบประวัติวัคซีนในแอปหมอพร้อม ว่าวัคซีนของเรามีอะไรบ้าง และสามารถใช้บริการอะไรได้บ้าง

แต่กลับต้องตกใจ เพราะพบว่ามีประวัติการเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลนึงในปทุม ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งที่ตัวเอง ไม่เคยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้แม้แต่ครั้งเดียว

ที่ผ่านมาเคยมีเพียง อสม. มาตรวจอุจจาระให้ 1 ครั้ง เท่านั้น ไม่เคยเข้าพบแพทย์ ไม่เคยรับยา และไม่เคยไปรักษาที่นี่เลย แต่กลับพบว่ามีรายการใช้สิทธิ์ถึง 2 ครั้ง

จึงอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้น? ใครเป็นผู้ใช้สิทธิ์การรักษาพยาบาลของเรา และข้อมูลการรักษาที่ปรากฏในระบบนั้นเป็นของใครกันแน่

Advertisement

ที่น่าสงสัยคือ รายละเอียดในระบบระบุส่วนสูง 164 ซม. แต่ส่วนสูงจริงของเราคือ 158 ซม. และเป็นส่วนสูงนี้มาตลอดชีวิต จึงยิ่งทำให้สงสัยว่าข้อมูลคนไข้ที่ถูกบันทึกไว้ไม่น่าจะเป็นของเรา

อีกเรื่องที่อยากทราบคือ หากมีการจ่ายยา โรงพยาบาลจ่ายยาให้ใคร? ใครเป็นผู้มารับยา? มีการตรวจสอบตัวตนของผู้มารับหรือไม่? เพราะเราไม่เคยไปโรงพยาบาลแห่งนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ก่อนหน้านี้เราได้ลองติดต่อ กรมบัญชีกลาง เพื่อสอบถามเรื่องนี้แล้ว แต่ได้รับคำแนะนำให้ไปหาหลักฐานมายืนยันเอง ทำให้เรื่องยืดเยื้อ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ

จึงอยากมาสอบถามในกลุ่มนี้ว่า มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบเราบ้างไหม? คือมีประวัติการใช้สิทธิ์การรักษาปรากฏในระบบ ทั้งที่ไม่เคยไปใช้บริการจริง และไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนั้นเลย

หากใครเคยเจอ รบกวนแชร์ประสบการณ์หรือแนะนำวิธีดำเนินการหน่อยนะคะ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของค่าใช้จ่าย แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ์การรักษาพยาบาลและข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิ์สำคัญของประชาชนทุกคน และควรได้รับการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นผู้ใช้สิทธิ์ในชื่อของเรา

ขณะที่ในคอมเมนต์ ก็ระบุว่าเจอลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวเผยว่า หลังจากที่นำมาโพสต์ ก็พบว่าข้อมูลดังกล่าวได้ถูกลบไปแล้ว แต่ก็ยังแคปภาพไว้ได้ทัน และจะติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอคำชี้แจงอีกครั้ง