แบบนี้ก็มีด้วย ทำเอาชาวเน็ตสงสัยกันไม่น้อย กับกรณีเพจดังอย่าง Social Hunter ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่นำรถไปล้างที่คาร์แคร์ แต่พนักงานบอกว่าจะนำไปถ่ายรูปโปรโมทร้าน ก่อนพบอีกทีกลายเป็นถูกขายทอดตลาดไปแล้ว จึงได้แจ้งความพร้อมประกาศตามหารถ
โดยมีข้อความว่า
“เราเอารถไปล้างร้านตรงข้ามหมู่บ้านพนาสน คลอง 4 ซึ่งเป็นร้านประจำของเราที่ใช้บริการมาตั้งแต่ร้านเปิด ซึ่งวันเกิดเหตุเราก็เอาไปล้างปกติ ซึ่งเราก็ออกมาทำธุระปกติพอรถเสร็จทางร้านก็จะโทรบอกให้ไปรับประจำหรือเอารถมาส่งที่บ้าน แต่วันนี้คนที่ดูแลร้านพนักงานผู้หญิง โทรมาบอกว่าจะเอารถเราทำโปรโมทร้าน จะขัดเคลือเงา ทำพิเศษ หลายอย่างเพื่อถ่ายรูปโปรโมท ซึ่งเราก็โอเค
วันที่ 2 เราก็เริ่มตามรถถามว่าเสร็จรึยัง น้องเค้าก็บอกยังค่ะ เลยนัดว่า 8 โมงเช้าจะรีบเอาไปคืนที่บ้านแต่เช้าเราเลยรอตามนั้น
วันที่ 3 เราเริ่มตามรถเพราะไม่เห็นมาตอนเช้าเหมือนที่นัด น้องเค้าก็บอกวันนี้ 21.00 จะไปส่งที่บ้านนะคะ เพราะติดนี่นั่น
จนวันที่ 4 เราว่ามันผิดสังเกต เราเลยเข้าแจ้งความพร้อมให้ ตำรวจคุยน้องผู้หญิง พนักงานดูแลร้านบอกว่า ได้เอารถขายให้คนอื่นแล้วพร้อมรับเงินมาแล้วด้วย!!!!
สิ่งที่เราสงสัยมากๆคือ
1..ขายได้ยังไง??
2..ซื้อขายกันแบบไหน??
3..ตอนนี้พยายามตามรถคืน ไม่รู้รถอยู่ไหน??
4..เจ้าของคาร์แคร์ไม่รับรู้อย่างเดียว!!!
5..คนซื้อทำไมกล้าซื้อ??
6..เดี๋ยวจะทยอยส่งรายละเอียดเพิ่มให้แอดมินค่ะ
ถ้าเห็นรถZ4 BMW ทะเบียน 4กณ 1414 นี้ช่วยโทรหาเราด้วยค่ะ อยากรถคืน 089-4480289 ทิพพาพร ไปแจ้งความไว้กับ สน คูคต แล้ว ร้อยเวรรับเรื่องแต่ยังตามรถกลับมาไม่ได้เลย
#ปรายฟ้า”
ทั้งนี้ มีผู้สงสัยและเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวจำนวนมาก ว่ารถทั้งคันจะนำไปขายต่อโดยง่ายได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่พบผู้เสียหายเป็นชายกลางคน เป็นเจ้าของกิจการผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในภาคกลาง นำเอกสารสำเนาการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.คูคต ให้ผู้สื่อข่าวดูพร้อมเอกสารครอบครองรถและกุญแจรถยนต์ BMW Z4 อีกดอกหนึ่งที่ตนเองยังมีอยู่ให้ดู พร้อมกับนำสัญญาการซื้อขายรถยนต์ที่หญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านคาร์แคร์ตรงข้ามหมู่บ้าน นำรถยนต์ของตนเองไปขายกับหญิงอีกคนหนึ่งในราคา 2.15ล้านบาท โดยมีการวางมัดจำกันไว้ในราคา 350,000บาท โดยที่ตนเองไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมคนร้ายและติดตามรถยนต์ของตนเองกลับคืนมาให้ได้โดยเร็ว
นายเอ (นามสมมุติ) วัยกลางคน ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ตนเองได้นำรถไปล้างที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านที่ตนเองมีบ้านพักอยู่โดยมีความคุ้นเคยกันอยู่เพราะใช้บริการมากว่า4ปี รถยนต์ทุกคันที่บ้านจะมาล้างที่คาร์แคร์แห่งนี้ทุกสิ้นเดือนจะมีการชำระเงินเป็นรายเดือน โดยช่วงบ่ายวันที่ 20ก.ค.2560หลังเลิกงานตนเองจึงนำรถ BMW Z4สีดำทะเบียน4กน- 1414 กทม.ไปล้าง โดยมีผู้ดูแลร้านซึ่งเป็นผู้หญิงเป็นผู้ออกมารับรถ ตนเองจึงเดินข้ามถนนกลับบ้านพัก หลังจากนั้นเวลาผ่านไปสักครูใหญ่ตนเองก็เดินกลับไปที่ร้านเพื่อไปรับรถกลับ ก็มีหญิงซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านบอกว่าปลายเดือนนี้จะมีการโปรโมทร้านซึ่งจะมีรถหรูมาโชว์หลายคัน โดยจะเอารถตนเองไปทำโปรโมทร้าน ซึ่งตนก็ตอบไปว่าไม่มีปัญหาเพราะตนเองก็ใช้บริการร้านคาร์แคร์นี้มานานและไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน โดยเด็กหญิงที่รับรถก็ตอบกลับมาว่านั้นจะขอนำรถไปขัดเคลือเงา ทำเป็นพิเศษ หลายอย่างเพื่อถ่ายรูปโปรโมทโดยใช้เวลาสัก3-4วัน จากนั้นตนเองจึงเดินกลับบ้าน
กระทั่งวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ตนเองจึงออกมาดูที่ร้านคาร์แคร์เพราะว่าจะต้องมีงานโชว์รถหรูโปรโมทร้านซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นรถหรูของตนเองที่ผู้ดูแลร้านที่นำไปดูแลรักษาขัดเงาอย่างดี จะนำมาโชว์ด้วยแต่ปรากฏว่าไม่มีงานโชว์แต่อย่างใด ตนเองจึงโทรกลับไปหาผู้ดูแลร้าน โดยตนเองสนทนาขอรถคืนแต่ผู้ดูแลร้านกลับบอกว่าจะนำมาคืนในวันที่31สิงหาคม2560 เวลา12.00น. เมื่อถึงวันเวลานัดหมายก็ไม่ได้รถโดยผู้ดูแลอ้างว่าติดธุระอยู่รถอยู่อีกร้านหนึ่ง ขอเลื่อนเป็นวันที่ 1 สิงหาคม2560
กระทั่งวันที่1 สิงหาคม2560 เวลา21.00น.ผู้ดูแลรถได้มาพบตนเองที่บ้านพักพร้อมกับนำรถของตนเองอีกคันหนึ่งที่นำไปล้างที่ร้านมาคืนที่ร้าน พร้อมกับเอกสารจำนวน2แผ่นซึ่งเป็นการทำสัญญาซื้อขายจากผู้ดูแลที่ชื่อน.ส.วรณิสร์ ขอสงวนนามสกุล อายุ32ปี กับหญิงอีกคนหนึ่งที่มีการทำสัญญาขายรถ BMW Z4 ของตนเองกันในราคา2.15ล้านบาทระบุวันที่ 28กรกฏาคม2560 โดยมีการมัดจำเงินสดไปแล้ว 350,000บาท โดยจะมีการจ่ายเงินส่วนต่างในวันที่ 8 สิงหาคม2560นี้ทั้งหมด ซึ่งตนเองก็ต่อว่าไปว่าเอารถยนต์ของตนไปขายได้อย่างไรเพราะตนเองไม่ได้รับรู้อะไรเลย ซึ่งตนเองขอให้รีบนำรถมาคืนหากวันที่2สิงหาคม2560 ไม่นำรถมาคืนก่อนเวลา12.00น.ตนเองจะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อถึงกำหนดตนเองจึงโทรกลับไปหาน.ส.วรณิสร์ ผู้ดูแลคาร์แคร์แต่กลับได้คำตอบว่ายังไม่สามารถติดต่อผู้ที่ซื้อรถไปได้ตนเองจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับน.ส.วรณิสร์ ผู้ดูแลคาร์แคร์ ต่อร.ต.อ.ธนสรณ์ แช่มช้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต


