ความคืบหน้าจากกรณีเหตุการณ์นักบินพบโดรนบินในเขตพื้นที่ห้ามบินใกล้กับสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา บินเฉียดเครื่องบินห่างไปเพียง 20 เมตร โดยโดรนบินด้วยความสูงกว่า 1 กิโลเมตร เกินข้อจำกัดของโดรน
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) เปิดเผยว่าขอชี้แจงกรณีการพบโดรนบินสูงเกินกำหนดในพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ดังนี้1. การทำการบินโดรนในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายดังนี้ 1.1 ถ้าผู้บังคับหรือปล่อยโดรนอากาศไม่ได้มาขึ้นทะเบียนไว้กับ กพท. จะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 24 “ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือทิ้งร่มอากาศ นอกจากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกําหนด” ซึ่งมีโทษตามมาตรา 78 จําคุก ไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
1.2 การบินที่ความสูงเกิน 300 ฟุต และทำการบินภายในระยะ 9 กม. จากสนามบินดอนเมือง เป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 78 ข้างต้น และ1.3 กรณีการบินใกล้อากาศยาน เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 232 (1) ผู้ใดกระทําด้วยประการใด ๆ ให้อากาศยานอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปีและปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 140,000 บาท

ภาพจากเฟซบุ๊ก”Warm Chaiyapong”แสดงจุดที่นักบินพบโดรนในเขตพื้นที่ห้ามใช้โดรนบริเวณใกล้สนามบินดอนเมือง
นายจุฬากล่าวต่อว่า2. จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจุดที่ปล่อยโดรนน่าจะอยู่ในบริเวณศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลนครนนทบุรี ถนนสามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี หรือบริเวณใกล้เคียง ระยะห่างจากสนามบินดอนเมืองประมาณ 7.6 กิโลเมตร 3. กพท. จะเร่งดำเนินการสืบหาตัวผู้บังคับโดรนข้างต้นและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป

