กลายเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เเละเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อเพจดัง Drama-addict ได้โพสต์ภาพพร้อมเรื่องราวของคุณครูท่านหนึ่งที่เข้ามาปรึกษา โดยระบุว่า
คุณครูท่านหนึ่งมาปรึกษา บอกว่า เขาให้ลูกศิษย์ชั้น ป.6 วาดรูปประโยชน์ของผ้าขาวม้า เด็กวาดรูปคนเอาผ้าขาวม้าแขวนคอตายมาส่ง ครูเขากังวล เลยมาปรึกษาว่าแบบนี้ควรทำไงดีเนี่ย คุยไปคุยมาครูเล่าว่า เด็กเขามองว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ จำมาจากในทีวี
จ่าก็เอาไปปรึกษาจิตแพทย์ เคสแบบนี้ยังไม่ต้องถึงจิตแพทย์เด็ก แต่ครูก็สามารถแก้ปัญหาได้ โดยแนะนำเด็กว่า การฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตายนั้นเป็นเรื่องที่คนทำไปเพราะเป็นการตัดสินใจขณะที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ ไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไป
อันนี้เห็นว่ามีประโยชน์เลยขออนุญาตคุณครูเขาเอามาเผยแพร่ เพราะคิดว่าน่าจะมีปัญหาแบบนี้เยอะ พ่อ-แม่กับครูคนอื่นๆ ถ้าเจอจะได้เอาไปแก้ไขปัญหากันได้ครับ ในยุคสมัยที่สื่อแม่งมีแต่พิษเต็มไปหมดอย่างทุกวันนี้ พ่อ-แม่และครูต้องช่วยกันดูแลครับ
ขณะที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของครูครูเบิร์ด Arthit Kannikar ได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าวเช่นกัน โดยให้ความเห็นอีกมุมหนึ่งในทางศิลปะโดยระบุว่า
ผมเห็นในเพจจ่า จ่ายกกรณีครูมาปรึกษาว่า เด็กวาดรูป “ประโยชน์ของผ้าขาวม้า” ออกมาเป็นรูปคนผูกคอตาย แล้วจ่าก็เอาไปปรึกษาจิตแพทย์ แล้วมาตอบ
… ผมอยากแนะนำให้จ่า ปรึกษาครูศิลปะดูบ้างครับ ถ้าถามผม ในฐานะครูศิลปะ ผมมีบางแง่มุมที่อาจจะเสริมจากจ่านิดหน่อย
มีเด็กที่เรียนกับผม บางคนเรียบร้อยจะตาย พูดก็น้อย มีสมาธิทำงานดี แต่ดันวาดฉากคนฆ่ากันอย่างโหด เพียงเพราะผมให้โจทย์กว้างๆ เช่น วันนี้ให้วาดคนแสดงอารมณ์โกรธนะ แต่จะโกรธใคร โกรธเพราะอะไร แค่ไหน ผมไม่ได้กำหนด ให้เด็กวาดออกมาเอง แล้วก็ออกมาแบบนั้น ซึ่งจริงๆ ครอบครัวเด็กอบอุ่นมาก และเด็กก็เรียนดี นิสัยปกติดี
เท่าที่อ่านข้อความ เด็กเองก็ไม่ได้มองว่า ที่วาดนี่คือเรื่องจริงจัง ขนาดที่ต้องเอามาทำเป็นเรืองใหญ่โตเกินไปนะครับ แต่ผมเห็นด้วยเลย ที่จะชี้แนะเด็กว่า นี่ไม่ใช่ประโยชน์นะ ผิดตามโจทย์ และก็ควรแนะนำว่า การทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ปกติ อาจเพราะป่วย หรือขาดสติอะไรก็ว่าไป
มองในแง่ศิลปะ เด็กวาดออกมาได้ดี ป.6 ก็อายุประมาณ 11-12 สัดส่วนดี ตัวคนทิ้งน้ำหนักลงมา ผ้าตึง ถูกต้อง สีหน้าคนก็ถูกต้องประมาณนึง ตรงจุดนี้ก็แนะนำเสริมได้ ว่าเธอวาดดี บางทีการทำผลงานมาส่ง ก็ควรมีคำชมในแง่มุมกลับบ้างซักมุม ไม่งั้นเด็กจะฝังหัวเลยว่า เค้าแสดงออกแบบนี้มันผิด มันร้ายแรง เค้าจะไม่เข้าใจการปิดกั้นนี้
การสื่อสารด้วย “ภาพ” ในเด็กเล็กๆ นั้น มันต้องคิดใน “มุมเด็ก” มากกว่าเอาตัวเราเข้าไปสวมหัวแล้วคิดแทน จริงอยู่ที่หลายภาพ เด็กวาดออกมา โห… โหดร้ายอะไรเบอร์นั้น จำมาจากไหน ตรงจุดนี้ก็ค่อยๆ พูดคุย บางคนจำมาจากข่าว บางคนจำมาจากหนัง จากการ์ตูน ตัวคัดกรองของเด็กเหมือนตาข่ายที่ตามันยังห่าง เราก็เอาตาข่ายถี่ๆ ไปช่วยกรองโดยแนะนำเค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่ใช่ไปขีดเส้นว่า อันนี้ถูก อันนี้ผิด โดยฉีกตาข่ายของเค้าทิ้งซะทีเดียว
ผมเห็นเด็กวาดคนตัวขาด หัวขาด เป็นเรื่องปกติมาเป็นร้อยๆ ภาพ เพราะในการ์ตูน สู้กัน ฟันกันตัวขาด ร้องโอ๊ย เป็นเรื่องธรรมดามาก ในหนังต่อสู้ก็ตายกันแบบนี้ แต่เด็กยุคนี้ ผมว่าเค้าแยกออกว่านั่นคือหนัง คือเรื่องแต่ง ยิ่งเด็กเรียนดี เด็กสมองดี จะยิ่งจินตนาการได้ real มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ อย่างเช่น วาดคนสู้กัน ฟันดาบ ตรงดาบมีเลือด หัวที่ขาดมีกระดูกคอ ในลูกตามีเส้นเลือดแตก ฟันหัก มีรายละเอียดสมจริงมาก ต่างๆ นานาเหล่านี้ เพียงแต่เราต้องเสริมด้วย ว่าอะไรดีไม่ดี อะไรคือควรทำไม่ควรทำในชีวิตจริง
แต่เค้ามีสิทธิ์จะแสดงออกมาเป็นภาพ ที่เค้าคิดว่าตอบโจทย์ครูได้ ในสภาวะการตัดสินใจของมนุษย์อายุเท่านั้นและประสบการณ์ที่เขามี
หลังไมค์ ผมวิเคราะห์ภาพวาดจากเด็กรูปแบบต่างๆ ที่ผู้ปกครองส่งมาให้เสมอ และถ้าได้พูดคุยเรื่องส่วนตัวต่างๆ เกี่ยวกับเด็กด้วย มันจะวิเคราะห์ได้ลึกและมากขึ้น
ผมไม่ใช่จิตแพทย์ ไม่ใช่นางงาม ผมเป็นครูศิลปะ เป็นศิลปิน แต่ผมรักเด็ก และผมว่า ผมเข้าใจเด็กในมุมการสร้างผลงานศิลปะพอสมควรนะ
![fkopgdkvod]skl](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2017/08/fkopgdkvodskl-728x509.png)
