หลังจากเป็นกระแสสังคมจากเหตุการณ์ที่น้องเมย-นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตอย่างกะทันหัน และเกิดเป็นข่าวหลังจากพ่อ-แม่ พี่สาว ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม ข้องใจกับสาเหตุการเสียชีวิต และได้เปิดเผยว่า ครอบครัวได้นำเอาศพของน้องเมยไปชันสูตรและพบว่าอวัยวะภายใน สมอง และหัวใจหายไป กระทั่งกองทัพได้ออกมาชี้แจงและตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ส่วนอวัยวะนั้นมีการส่งอวัยวะคืนให้กับครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน และมีการนำไปชันสูตร หาสาเหตุการเสียชีวิตต่อ
ล่าสุดวันนี้ (24 พฤศจิกายน) นางสาวสุพิชชา ตัญกาญจน์ พี่สาวน้องเมย ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Supicha M Tanyakan เป็นภาพชูสองนิ้ว และกำลังให้น้ำเกลืออยู่ในโรงพยาบาล มีริสต์แบนด์นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 60 ที่ข้อมือ หลังจากวานนี้มีกระแสข่าวว่าทั้งแม่และพี่สาวต้องเข้าแอดมิต หลังจากเดินเรื่องของน้องเมย นำอวัยวะส่งชันสูตรแล้ว
โดยมีข้อความว่า
“ขอความกรุณาทุกท่าน
อย่าโจมตีชื่อเสียงของโรงเรียนเตรียมทหาร
เพราะที่นี่คือสถาบันอันทรงเกียรติ และเป็นสถาบันหลักที่ผลิตกำลังของประเทศ
ตอนนี้ที่เมี่ยงทำคือออกมาหาความจริงว่าเหตุใดน้องชายถึงเสียชีวิต เมี่ยงทราบว่าน้องเมยเสียที่กองพยาบาล
สถานที่กองพยาบาลไม่มีใครขึ้นไปธำรงวินัยน้องได้
แต่ก่อนหน้าวันที่ 17 เกิดเหตุอะไรขึ้นกับน้องเมย เพราะเมี่ยงได้รับเอกสารชันสูตรทางสถาบันพยาธิ เขียนว่า หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเท่านั้น
มีส่วนหนึ่งที่กล่าวถึงอวัยวะภายในหลักๆ มีซี่โครงหักหนึ่งที่ ม้ามมีเลือดอีกหนึ่งที่ (ผลจาก รพ.พระมงกุฏ)
แต่ผลฉบับที่ 2 นั้นยังทำไม่เสร็จ เพราะเมี่ยงได้นำอวัยวะส่วนที่เหลือไปให้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เมื่อวาน ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร และทางสถาบันจะตรวจสอบ DNA ให้ ว่าใช่ชิ้นส่วนของน้องเมยจริงหรือไม่ (ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอกนะคะ และไม่ต้องเสียเงินหลายบาทด้วย เพราะสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำให้ฟรีค่ะ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นนโยบายของสถาบัน)
สุดท้ายนี้ ถ้าทุกคนประสงค์จะตั้งประเด็นคำถาม หรือท่านมีข้อสงสัย ท่านเจาะจงเป็นบุคคลที่อยู่ใน ร.ร.เตรียมทหาร เป็นทางเลือกที่ดีกว่าค่ะ
#เรารักเตรียมทหาร
#นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 60
ปล.ตอนนี้เมี่ยงขอพักก่อน ไม่งั้นเมี่ยงอาจจะ sudden cardiac arrest ตามน้องเมยไปในเร็ววัน
ขอบคุณค่ะ”

