วันนี้ (14 ม.ค.) โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและความเห็นจากเพจ Loveaholic เที่ยวอยู่ได้ ระบุว่ารู้สึกเศร้าใจสิมิลัน เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ไม่มีการจำกัด โดยระบุว่า
เห็นสิมิลันเดี๋ยวนี้แล้วเศร้าใจ !!! เพื่อนๆเห็นแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ
นโยบายจำกัดจำนวน ยังคงเป็นเพียงฝัน เช่นในภาพ แขก 5,000 กว่าคนในวันเดียวสู่เกาะสิมิลัน
ยินดีด้วยครับที่เก็บค่าธรรมเนียมได้เยอะ แล้วเรามีมาตรการอะไรมาดูแลเกาะแห่งนี้ที่เรียกว่าระดับโลก (แน่นระดับโลก) แนวปะการัง ความเสื่อมโทรม จุดดำน้ำ จะเหลือมั้ยครับ ห้องน้ำมีไม่กี่ห้อง ที่จะยืนแทบจะไม่มี
เจ้าหน้าที่เหนื่อยมาก ต่อให้ซุปเปอร์แมนทำงานยังไงก็ไม่ทั่วครับกับจำนวนคนขนาดนี้ ถึงเวลาจำกัดจำนวนแล้วจริงๆ ถึงเวลาแล้วมั้ยครับ
เเม้กระทั่งเรือ จีนก็มีนอมินีซื้อเรือมาทำเองมากมาย จนแทบจะพูดได้เต็มปากว่า จีนเก่งจริงๆ ใช้ทรัพยากรไทย แต่เงินแทบไม่ตกมาถึงประเทศไทย มาพร้อมกับของแถมความเสื่อมโทรม !!! เจริญสิครับ !!!! ให้ภาพเล่าเรื่อง
เกาะตาชัยก็ปิดไปแล้ว ถึงเวลาที่ต้องหันกลับมาดูหมู่เกาะสิมิลันแล้วหรือยังครับ ?????

ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กรรมการในคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า
ผมเคยบอกเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวล้นทะเลไปหลายครั้งแล้ว และมีข่าวเรื่องแบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกาะสิมิลันที่จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งขึ้นเรื่อย ต่อจากนี้คือการอธิบายแบบสรุปครับ
1. จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นตลอด จาก 34 ล้านในปีที่แล้ว จะเป็นมากกว่า 37 ล้านในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีไม่มีหยุด
ในปี 2573 เราอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 70 ล้านหรือกว่านั้น
2. นักท่องเที่ยวร้อยละ 75.5 ไปทะเลครับ ยิ่งจำนวนเพิ่ม สัดส่วนยิ่งเพิ่ม ปีนี้อาจมีนทท.ต่างชาติไปทะเล 28 ล้าน
3. เกาะเรามีอยู่เท่านี้ เมื่อปิดเกาะหนึ่ง ก็ไปโป่งอีกเกาะหนึ่ง วนไปเรื่อยตราบใดที่นทท.โดยรวมมีแต่เพิ่มกับเพิ่ม
4. เราชะลอตัวเลขโดยรวมได้ไหม ? คำตอบคือผมยังไม่เห็นแวว สนามบินภูเก็ตก็ขยาย ยังจะมีโครงการอีกหลากหลายที่ส่งนทท.มาฝั่งอันดามัน เช่น เรือสำราญ รถไฟท่องเที่ยว
5. ทำไมเราต้องทำเช่นนั้น ? เพราะรายได้ท่องเที่ยวเกิน 1 ใน 5 ของ gdp ประเทศนี้ ไม่มีใครกล้าขวาง
6. โครงการกระจายนทท.ไปเมืองรอง ฯลฯ ทำได้ไหม ? คำตอบคือได้บ้าง แต่ยังห่างไกลกับคำว่าสำเร็จหรือช่วยบรรเทาแหล่งท่องเที่ยวหลัก
แล้วเราควรทำอย่างไรล่ะ ?
1. แผนปฏิรูปประเทศกำหนดดัชนีความเสียหายปะการังให้ลดน้อยลง ทุกหน่วยต้องหาทางทำให้ได้ ไม่งั้นคณะปฏิรูปคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามที่กม.ปฏิรูประบุไว้
2. ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดตัวเลขเพดานจำนวนนทท.ต่างชาติไปอุทยานทางทะเล (ปัจจุบัน 4.9 ล้าน เพดานที่ 6 ล้าน แต่อาจต้องปรับ)
3. คงต้องเริ่มเร่งการกำหนดเพดานนทท.ในอุทยานที่มีคนล้น เช่น พีพี สิมิลัน ฯลฯ และหาทางหยุดคนไว้ที่เพดานให้ได้
4. ต้องยกระดับการดูแลโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพียงพอ ก็ต้องใช้การกำหนดเพดานจำนวนคนไปก่อน
5. การดูแลผลประโยชน์ให้อยู่ในมือคนไทย และการลดความเหลื่อมล้ำ แชร์ประโยชน์ให้ใกล้เคียงกัน เป็นเรื่องต้องทำเร่งด่วน ในแผนปฏิรูปเขียนไว้แล้ว แต่ท่าทางจะช้า
เราต้องจัดการอย่างเฉียบขาดกับเรือและผู้ประกอบผิดกม. โดยเฉพาะเรื่องของต่างชาติ ฝากท่านผู้ว่าพังงาด้วยครับ ส่งกำลังลงไปเสริม ตรวจให้เข้ม จัดให้หนัก ก็น่าจะดีขึ้นบ้าง
6. เรื่องเพดานนักท่องเที่ยวโดยรวม อุทยานเองก็คงทราบดี คนอุทยานที่เก่งด้านนี้ก็มีหลายคน ขึ้นกับว่าจะเอาจริงไหม กล้าต้านกระแสท่องเที่ยวหรือไม่ ?
7. เกาะนอกเขตอุทยาน ทะเลอยู่ในความดูแลของกรมทะเล คนก็ล้นหลายเกาะ แล้วจะทำอย่างไรดี ? กรมทะเลคงต้องเร่งหามาตรการ
8. สัปดาห์นี้ประชุมทะเลแห่งชาติ มีทั้งท่านรองนายกฯและท่านรมต. ผมจะเสนอประเด็นนี้ครับ
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นถ้อยคำ แต่ถ้าคนล้นจนท่วม จะทำยังไงก็ดูแลไม่ไหว
ผมเข้าใจและเห็นใจกรมอุทยาน กรมทะเลและเจ้าหน้าที่ทุกคน เราเป็นฝ่ายตั้งรับเพื่อรายได้ของชาติมาตลอด แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราก็คงตั้งรับอย่างเดียวไม่ไหว
คงใกล้เวลาต้องเลือกว่าจะเอาทรัพยากรหรือจะเอาใจรายได้จากการท่องเที่ยวแล้วครับ
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ผู้ช่วยจุดประเด็นเรื่องนี้อีกครั้งครับ

