“พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก” แจงข้อครหาเอาที่ดินคนไทยบริจาคทำที่จอดรถ พ้อคนขับชนรั้ว อ้างเคยโอนเงินช่วยรศ.วราพร
เมื่อวันที่ 26 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงข้อครหาเกี่ยวกับการนำที่ดินซึ่งซื้อด้วยเงินบริจาคของคนไทย ร่วมกับเงินส่วนตัวของ รศ.วราพร สุรวดี ไปทำที่จอดรถเก็บค่าใช้จ่าย โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนด้านเอกสารเกี่ยวกับมูลนิธิ เนื่องจาก รศ.วราพร ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ยืนยันว่ามีความโปร่งใส สำหรับเงินที่เหลือจากการซื้อที่ดิน 3 ล้านบาท ยังอยู่ครบ ส่วนการนำที่ดินเป็นที่จอดรถนั้น เพื่อนำมาจ่ายค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าทำความสะอาด ฯลฯ
เนื้อหาส่วนหนึ่ง มีดังนี้
“วันที่ 25 มกราคม 2561 เป็นวันครบรอบ 1 ปีการจากไปของอ.วราพร สุรวดี ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ซึ่งก่อนที่อ.วราพร จะจากไป ท่านมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่สีเขียว บริเวณที่ดินที่ประชาชนคนไทยได้ช่วยกันบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาท (เงินส่วนตัวของอ.วราพร 30 ล้าน รวม 40 ล้านบาท) จนสามารถซื้อที่ดินซึ่งอยู่ข้างๆ พิพิธภัณฑ์ได้สำเร็จ ซึ่งที่ดินอยู่ในนามของมูลนิธิอินสาท-สอาง และมูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน
คงจะมีคำถามมากมายว่า แล้วมูลนิธิ ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว แล้วเงินที่เหลือจากการบริจาคเกินมา 3 ล้านบาทเศษเป็นอย่างไร แอดมินขออธิบายทีละเรื่องนะคะ
เรื่องของมูลนิธิ ทั้งสองมูลนิธิ ปัจจุบัน ยังดำเนินการไม่เรียบร้อย เป็นที่ทราบว่าตอนอาจารย์ประสบอุบัติเหตุ ท่านไม่ได้สั่งเสีย ไม่ได้ทำพินัยกรรมใดๆ ทำให้ญาติต้องค่อยๆ หาเอกสาร เมื่อมั่นใจว่าไม่มีพินัยกรรม จึงทำเรื่องแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งได้แก่หลานชายของอาจารย์ นาวาอากาศเอกปรกฤษฎ์ สุดสัตย์ นยศ.กกศ.วทอ.ยศ.ทอ.(ลูกชายของคุณเรณู สุดสัตย์ สกุลเดิมสุรวดี น้องสาวคนที่ 5 ของครอบครัว) มีคำสั่งศาลเมื่อเดือนพฤษภาคม เมื่อมีผู้จัดการมรดก ทำให้สามารถจัดการและรวบรวมเอกสารได้ง่ายขึ้น
เดิมมูลนิธิ ทั้งสองมูลนิธิ มีเพียงอาจารย์และญาติๆ เป็นกรรมการ เมื่ออาจารย์ไม่อยู่ ญาติๆ ที่เหลือจึงทาบทามและมองหาบุคคลที่เคยช่วยเหลือใกล้ชิดและมีความรู้เรื่องงานศิลปวัฒนธรรมเข้ามา ประกอบกับมีกรรมการบางท่านไม่สามารถติดต่อได้ คณะกรรมการจึงมีมติถอดถอน และมีกรรมการบางท่านมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ประสงค์ขอลาออกเพื่อเปิดทางให้กับคนรุ่นใหม่ และพี่สาวของอาจารย์ คือป้านิด วนิดา สุรวดี รองประธานมูลนิธิ ซึ่งมีอายุมากแล้ว (86 ปี) ประสงค์จะขอลาออกเช่นกัน แอทมินในฐานะผู้ทำเอกสารรายงานการประชุม ได้เตรียมเอกสารจากการปรึกษาทนายและผู้ที่มีความรู้เรื่องการทำเอกสารมูลนิธิ ได้ส่งเอกสารทั้งหมดให้กับสำนักงานเขตบางรัก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 และได้มีการติดตามสอบถาม เพื่อจะได้อำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารต่างๆ หากเราดำเนินการไม่ถูกต้อง เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ทำงานต่อด้วยความรวดเร็วและราบรื่น เนื่องจากมีการลาออก ตั้งกรรมการใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นที่เวียนหัวและน่าจะสร้างความลำบากให้แก่เจ้าหน้าที่พอสมควร
จนเมื่อเดือนตุลาคม เอกสารของมูลนิธิก็ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งเราค่อนข้างร้อนใจ เพราะเกรงว่าจดหมายการประชุมต่างๆจะเป็นโมฆะ ประกอบกับคุณป้านิด วนิดา สุรวดี รองประธาน ก็มีอาการป่วยเป็นระยะๆ ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีคำถามมากมายจากหลายๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน เรื่องเงินบริจาคส่วนที่เหลือ ด้วยความร้อนใจนี้ ได้เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางรัก เล่าให้เขาฟังถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของเรา เราขอให้เขาอธิบายว่าเอกสารไม่เรียบร้อยอย่างไร เราต้องทำอะไรเพิ่ม จนล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มกราคม 61 เราได้เตรียมเอกสารซึ่ง ณ ตอนนี้อยากจะให้เป็นครั้งสุดท้ายได้ยื่นให้เจ้าหน้าที่….และรอคำตอบว่าเราจะต้องทำอะไรต่อไป
เงินบริจาคส่วนที่เหลือจำนวน 3 ล้านบาทเศษ แอดมินได้ถ่ายรูปจากสมุดบัญชีลงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 มาให้ดูค่ะ ว่าเงินยังอยู่ดีครบถ้วน (ถ้ามีโอกาสจะรีบ update วันที่ล่าสุดของปีนี้นำมาแสดง) ที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ญาติๆ ได้จ่ายไปเป็นค่าดูแลความเรียบร้อย ปลูกต้นไม้ ซื้อต้นไม้ ทำความสะอาดพิพิธภัณฑ์ หรือการซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ ญาติๆ ได้ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว
ส่วนของพื้นที่ 100 ตร.ว. ที่ผ่านมาเราให้เช่าเป็นที่จอดรถรายเดือนและจอดรถรายวัน เพื่อนำรายได้เล็กๆ น้อยๆ มาให้กับคนที่่ช่วยดูแลสถานที่ เป็นค่าอาหาร ค่ายาให้กับดอกสร้อยและเจ้าป้ายดำ แต่เราพบกับปัญหาหลายเรื่อง เช่น มีผู้ที่เคยบริจาคเงินซื้อที่ไม่ประสงค์จะจ่ายค่าจอดรถ เพราะคิดว่าเคยช่วยบริจาคค่าที่มาแล้ว หรือแม้กระทั่งขับรถมาชนรั้วก็อ้างคล้ายๆ กันว่า ตนเองมีสิทธิ์เพราะเป็นหนึ่งในเจ้าของเป็นหนึ่งในผู้บริจาคและมีข้อครหาว่าไม่ควรจะใช้พื้นที่ 100 ตร.ว นี้มาหารายได้ ดังนั้นเองเลยมีความเห็นว่าจะขออนุญาตทุกๆ ท่านปิดประตูไม่ให้เข้าออกเป็นการชั่วคราวตั้ง แต่ 1 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการดำเนินการเรื่องมูลนิธิสำเร็จ ทั้งนี้ทั้งนั้นพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ยังเปิดให้บริการตามปกติเหมือนเดิม
ทั้งนี้แอดมินต้องขอขอบคุณทุกๆ ความรักความห่วงใย ที่มีให้กับอ.วราพร สุรวดี โดยตลอดมาและขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่คอยติดตามเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หวังว่าทุกๆ ท่านจะเป็นกำลังใจให้เหมือนกับทุกๆ ครั้ง และหากต้องการข้อมูลเพิ่มแติมและมีข้อเสนอแนะใดๆ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งค่ะ สุดท้ายขอให้คำมั่นว่าจะสืบสานและสานต่อเจตนารมย์ของอ.วราพร สุรวดี ให้ดีที่สุดค่ะ”

