ไม่ได้แซะใคร! ‘เล็ก คาราบาว’ เเจงที่มาชื่อเพลง “น้ำใจ น้ำจิ้ม” พี่ชายเเต่งไว้ 40 ปีที่เเล้ว

27.01.18 | 22:41 น.

หลังเป็นประเด็นมาเมื่อไม่นานนี้ เมื่อน้าเล็ก คาราบาว ลุกขึ้นมาโพสต์ภาพปริศนากลางเฟซบุ๊กแฉถึงพฤติกรรมของเพื่อนร่วมวง ก่อนจะตามมาด้วยเพลง “น้ำใจ น้ำจิ้ม” จนเกิดเสียงถามไถ่จากชาวเน็ตว่าแซะใครหรือเปล่า ร่วมถึงความห่วงใยว่าวงจะแตกหรือไม่

ล่าสุด น้าเล็ก คาราบาว ได้โพสต์เเจงถึงที่มาของเนื้อเพลงเเละชื่อเพลง “น้ำใจ น้ำจิ้ม” ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

กุ๊กเพลง / กุ๊กอาหาร

เมื่อวานลงเพลง “น้ำใจ น้ำจิ้ม”ไป วันนี้เลยลงรูปนี้เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศกันหน่อย

เพลงน้ำใจ น้ำจิ้มใช้เวลาแต่งอยู่พักนึงซึ่งรวมทั้งอัดคลิปด้วย เรียกว่าเสร็จก่อนภรรยาตื่นด้วยซ้ำไป จึงน่าจะเป็นเพลงที่ใช้เวลาในการแต่งน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับหลายๆเพลงที่ผ่านมาของผม ก่อนโพสต์ ผมให้ลูกชายฟังก่อน พร้อมทั้งอธิบายแนวคิดของเพลงนี้ให้แกฟัง

Advertisement

โพสต์เสร็จ ภรรยาตื่นขึ้นมาพอเธอเห็นชื่อเพลง “จ๊ากกกกกกก! เรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าเนี่ย!” ลูกชายจึงบอก “แม่ฟังหรือยัง ฟังก่อนดิ” พอเธอฟังก็ยิ้มและเงียบไป

สังคมออนไลน์ มีคนไม่น้อยที่ พอเห็นหรือฟังอะไรนิดเดียวก็เม้นท์ก็แสดงความคิดเห็นแสดงอารมณ์กันแล้ว บางทีมันเลยกลายเป็นคนละเรื่องเดียวกันไปซะงั้น หึ

“น้ำใจ น้ำจิ้ม”เป็นประโยคที่พี่ชายผมแต่งไว้เมื่อร่วมสี่สิบปีที่แล้วโน่น! พี่ชายคนนี้เป็นคนประพันธ์เนื้อร้องเพลง “จับกัง” ซึ่งอยู่ในชุดที่สามของคาราบาว ผมเห็นว่ามันฟังเข้าท่าดีเลยเอามาเขียนเป็นเพลง ก็แค่นั้นเองแหละ

ภาพจากเฟซบุ๊ก น้าเล็ก คาราบาว

มาเรื่องในภาพ

กุ๊กทั้งสองท่านนี้มีฝีมือในการทำพิซซ่า ซึ่งจะเรียกว่าเป็นเมนูพระเอกของร้านนี้เลยก็ว่าได้ วันๆนึงขายหลายร้อยถาดหละว่างั้น

เห็นภาพนี้แล้วท่านพอจะนึกออกไหมว่า สังคมเราต้องการคนมีความสามารถในทุกๆด้าน พ่อครัวก็มีความชำนาญในด้านอาหาร ทำให้ลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาลิ้มรส มีความสุขเพลิดเพลินกับรสชาติจากฝีมือของพวกเค้านั่นเอง

กุ๊กที่มีฝีมือไม่เพียงปรุงอาหารได้ถูกปาก แต่เท่าที่เห็นมามักมีความคิดสร้างสรร เราจึงพบเจอเมนูใหม่ๆที่มีไม่น้อยกลายเป็นเมนูดังที่มีคนทำลอกเลียนแบบกัน

นักดนตรีที่มีฝีมือไม่เพียงเล่นได้ประทับใจผู้ฟัง แต่เท่าที่พานพบพวกเค้ายังสร้างบทเพลงใหม่ๆกันขึ้นมาเรื่อยๆ

นี่คือสิ่งที่ผมภูมิใจในคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็คือคลื่นลูกใหม่นั่นเอง ทำไมน่ะหรือ นั่นเป็นเพราะผมหัดเล่นดนตรีและโตมากับเพลงสากลหรือจะเรียกให้ตรงจุดก็เพลงฝรั่งนั่นเอง

ทำไมนักดนตรีรุ่นผมแทบทุกคนจึงโตมากับเพลงฝรั่ง นั่นเป็นเพราะยุคนั้นแทบจะไม่มีเพลงไทยที่ดูจะเป็นวัยรุ่นหรือถูกใจวัยรุ่นจริงๆได้เลย

ต่างกับพ.ศ.นี้ เดี๋ยวนี้ชาติของเรามีเพลงไทยมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาให้กับคนทุกเพศทุกวัย และวงดนตรีมากมายก็ล้วนเล่นเพลงไทยกัน

บ่อยครั้งที่ก่อนขึ้นแสดง ผมได้ยินวงวัยรุ่นคลื่นลูกใหม่เค้าแสดงก่อนเราโดยใช้บทเพลงของพวกเค้าเอง มันทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในตัวพวกเค้า และทำให้หวนคิดถึงตัวเองในวันที่คาราบาวเริ่มเตาะแตะ

เมื่อวันก่อนทางบริษัท Warner เพิ่งเอารายชื่อเพลงต่างๆจากอัลบั้มเดี่ยวของผมมาให้ดูเพื่อตรวจเช็คว่ามีใครร่วมแต่งบ้าง ซึ่งก็มีบางส่วนที่พวกพ้องน้องพี่มาร่วมร้องร่วมแต่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วผมจัดการเอง เท่าที่ดูมีอยู่เป็นร้อยเพลง นี่เป็นความชัดเจนเรื่องลิขสิทธิ์น่ะครับ

งานเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับวงคาราบาวเพราะเป็นงานเดี่ยว แน่นอนว่ายังมีในส่วนที่เป็นคาราบาวอยู่อีกพอสมควร นั่นแยกเป็นเรื่องของวงไป

ครั้งหนึ่ง ผมพี่แอ๊ดและพี่รี่เป็นแขกรับเชิญในงานเกี่ยวกับดนตรีที่ประเทศสิงค์โปร์ ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของสิงค์โปร์ถามพวกเราว่า วงเรามีเพลงที่เป็นของวงกี่เพลง ซึ่งในขณะนั้นพวกเราเพิ่งจะมีเพลงแค่สามอัลบั้มคือ ชุด”ขี้เมา” ชุด”แป๊ะขายขวด” และชุด “วณิพกพเนจร”

สามอัลบั้มรวมกันก็ประมาณสามสิบเพลง แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำเอาเจ้าหน้าที่สิงค์โปร์ที่ว่าอึ้ง และพูดออกมาในขณะนั้นว่า ตั้งแต่พวกเค้ารวมประเทศมา ยังมีเพลงที่เป็นหรือแต่งโดยคนในชาติไม่ถึงสิบเพลงเลย

นั่นมันผ่านมานานมากแล้ว เดี๋ยวนี้ถ้าไม่เอารายชื่อเพลงมาให้ดู บอกตรงๆว่าผมเองก็จำตัวเลขแน่นอนไม่ได้ว่าแต่งไปกี่เพลง แต่ถ้าได้ยินก็จะนึกออกว่าทำอะไรไว้ในเพลงบ้าง

ยังมีเพลงที่ค้างคาอีกไม่น้อยที่ผมคิดจะบันทึกเสียง เดี๋ยวรอให้มีวันหยุดหรือวันที่ไม่ต้องเดินทางไกลมากๆค่อยว่ากันเนาะ

เอาหละครับวันนี้ก็ยาวพอสมควรแล้ว สวัสดีครับ

Lek Carabao Solo Lekbaostore – เล็กบาวสโตร์ – LekCarabao DrinkingWaterWater