เจอแบบนี้ก็คงต้องช็อกเป็นแน่ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Nansa Naralyn โพสต์เล่าประสบการณ์การนำรถเข้าศูนย์ซ่อม และต้องเจอกับเรื่องที่ทำเอาเจ้าตัวสุดเซ็ง เพราะทั้งซ่อมไม่เรียบร้อย วางของในรถผิดคัน แล้วยังมีของแถมเป็นใบสั่งอีก
โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อรถที่ใช้อยู่เป็นประจำเกิดดับวูบกลางทาง ทำให้ต้องนำรถเข้าศูนย์ เมื่อเช็กอาการแล้วนำออกไปขับ ยังเกิดเสียกลางทางจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ต้องนำมาเข้าศูนย์อีกครั้ง โดยศูนย์ได้บอกให้ฝากรถไว้ที่ศูนย์ 2 วันเพื่อให้ช่างได้เช็กให้เรียบร้อย และบอกว่าตัวจ่ายน้ำมันเสีย และต้องเสียเงินค่าซ่อมอีก 7,000 กว่าบาท ซึ่งได้จ่ายครั้งแรกไปแล้ว 2,000 กว่าบาทเช่นกัน ทำให้เกิดข้อกังขาขึ้น มากไปกว่านั้นหลังจากที่สาวเจ้าของรถรู้สึกไม่มั่นใจจึงได้แจ้งไปที่ศูนย์บริการใหญ่ แต่ก็มีเพียงผู้รับเรื่องและเงียบไป ก่อนที่ศูนย์บริการที่นำรถเข้าไปนั้นจะโทรมาแจ้งว่าได้นำรถไปทดสอบ
ปรากฏว่าเมื่อมารับรถ น้ำมันที่เหลืออยู่กว่าครึ่งถังก็หมดเกลี้ยง ซึ่งเจ้าของรถได้ตรวจสอบแล้วว่าน่าจะนำรถไปขับกว่า 203 กิโลเมตร แต่พนักงานกล่าวว่าแค่ 35 กิโลเมตร และแก้เป็น 80 กิโลเมตรในภายหลัง เมื่อถูกเจ้าของรถซักถาม ซึ่งผู้จัดการศูนย์ได้ตัดปัญหาด้วยการบอกว่าจะจ่ายเงินค่าน้ำมันให้ 300 บาท นอกจากนี้ เมื่อนำรถกลับบ้านมาแล้ว ศูนย์ยังโทรมาว่ามีหมวกนิรภัยของผู้อื่นติดมากับรถยนต์ด้วย เนื่องจากวางผิดคัน จนตามมาเอาคืนภายหลัง

เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อวันที่ 19 มีนาคม เจ้าของรถกลับได้รับหมายตรวจจับการขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่ อ.สามโคก ตัวเมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งใบสั่งดังกล่าวเป็นวันที่รถอยู่ที่สถานบริการ เจ้าของรถจึงได้กลับไปถามที่ศูนย์ว่าได้นำรถไปที่ไหนบ้าง ก็ได้รับคำตอบไม่ตรงกับสามโคก บอกว่าเพียงเชียงราก และที่ไกลหน่อยคืออยุธยา ทำให้เจ้าของรถเกิดความสงสัยว่า ศูนย์อยู่คลอง 2 ทำไมถึงขับไปไกลถึง จ.อยุธยา 200 กิโลเมตร ก่อนช่างจะตอบว่าเป็นการลองรถระยะไกล
หลังจากนั้น เจ้าของรถจึงได้นำใบสั่งให้ทางศูนย์ดู ก่อนช่างจะยอมรับว่าขากลับได้วนรถไปที่สามโคกจริง จากอยุธยา และได้รับผิดไป ทางผู้จัดการจะรับผิดชอบในส่วนของค่าใช้จ่ายให้
ก่อนจะมีการเผยแพร่ข้อความแชตว่า การนำรถเข้าศูนย์ครั้งแรกนั้นลูกค้ายืนยันจะนำรถออกไปเอง แม้บอกให้เช็กก่อน ครั้งที่ 2 จึงต้องขอทดสอบในระยะทางและความเร็วที่มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาอย่างชัดเจน ทำให้ต้องวิ่งไปไกลถึงสามโคก เพราะต้องการให้ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเกิดความร้อนและการทำงานได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่เจออาการที่ลูกค้าแจ้ง ทำให้สาวเจ้าของรถออกมาโพสต์ว่า ช่างไม่เคยขอทดสอบก่อนนำรถออกไป และไม่เคยแจ้งว่าให้นำรถทิ้งไว้ รวมทั้งไม่เคยดัดแปลง
โดยล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าว ได้ออกมาแจ้งความคืบหน้า โดยมีข้อความว่า
“1.เมื่อวาน ผจก.โทรมาแจ้งว่ารับผิดชอบส่วนของใบสั่งเรียบร้อยแล้ว จะนำใบเสร็จมาให้ที่บ้าน? เราบอกไม่ต้อง ถ่ายรูปส่งมา ส่วนตัวจริงเดี๋ยวจะไปเอาเอง หรือไม่งั้นก็ส่ง ปณ. เขาบอกมีเรื่องจะคุย เราถามเรื่องอะไร เขาบอก #อยากขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นบลาๆๆๆ เราบอก หยุดก่อนค่ะ คือวันที่เราเข้าไปหาถึงที่คุณไม่เห็นพูดแบบนี้หนิคะ พึ่งรู้สึกอยากขอโทษหรอคะ? เขาบอก #รู้สึกตลอดแหละคือเมื่อวานเขาเก็บข้อมูลอยู่ เคจ้าาาาา เราบอกว่าเราไม่มีอะไรจะคุยละค่ะ เราคุยจบไปตั้งแต่วันนั้นละ คุณก็รู้เรื่องก็ไม่ได้จะรับผิดชอบอะไรหนิคะ เขาบอก เมื่อเช้า (วันที่ 21/3/18) ก็มีการประชุมคุยกันอยู่ อยากจะคุยเคลียร์กับเรา และมีของเล็กๆ น้อยๆ จะให้ เราถามของอะไรคะ? ผจก.บอก #เป็นกระเช้าเล็กๆ น้อยๆ เราแบบ โอ้โห!! กระเช้าแหน่ะ ใครอยากได้มั้ยคะ5555555 เราบอกกระเช้าอะไรคะ เราไม่อยากได้ เก็บไว้เถอะค่ะ เราไม่คุย จบนะคะ ส่งใบเสร็จที่ชำระค่าปรับมาในไลน์ค่ะ ตัวจริงค่อยว่ากันอีก แต่จนตอนนี้ #ยังไม่ได้ใบเสร็จค่าปรับค่ะ สงสัยจะลืม? ไม่ตามนะคะ แค่เก็บข้อมูล
ที่เราสงสัยคือเห็นเราเป็นเด็กน้อยอยากได้กระเช้าของขวัญหรอคะ5555555
2.มีการโพสต์แถลงการณ์จากทางศูนย์บริการ แต่ตอนนี้ลบโพสต์ไปแล้ว ข้องใจมากค่ะ อยากรู้เหตุผล และต้องการคำตอบที่สมเหตุสมผลแบบที่มีน้ำหนักมากพอค่ะ
3.ศูนย์ใหญ่เงียบค่ะ”
ภายหลังจากเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้น ทำให้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นความเห็นว่าไม่แน่ใจและไม่มั่นใจว่า หากนำรถเข้าไปเช็กที่ศูนย์บริการ จะได้รับการดูแลที่ดีหรือไม่ และรถจะถูกนำไปใช้อย่างอื่น แถมใบสั่งอีกหรือไม่
ขอบคุณเรื่องราวของ Nansa Naralyn

