เป็นคดีใหญ่ที่คนไทยยังไม่ลืมกับปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ซึ่งภายหลัง นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) ได้นำรายชื่อประชาชน 80,000 รายชื่อไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตรวจสอบคดีนาฬิกาหรู และทวงสัญญาลาออกของพล.อ.ประวิตร ที่เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่าหากประชาชนไม่ต้องการ ก็จะลาออก เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา
ปรากฏว่าช่วงเช้าวันที่ 22 มีนาคม พล.อ.ประวิตรได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า “ก็ยังไม่ผิดอะไรนี่ ให้ป.ป.ช.เขาชี้มา”
ขณะที่ นางทิชาก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงข่าวดังกล่าวว่า “น่าจะเจอกันสักรอบนะคะ”
ผู้สื่อข่าวติดต่อขอสัมภาษณ์เพิ่มเติม โดยนางทิชากล่าวว่า เนื่องจาก พล.อ.ประวิตรเป็นคนพูดเรื่องลาออกทั้งหมดเองเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่เราเห็นความไม่มีธรรมาภิบาลในตัวเขา เช่น ไม่แสดงบัญชีทรัพย์สิน และถอยไปตั้งแต่กรณีน้องเมย(นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต) ที่ท่านใช้อำนาจแสดงความคิดเห็นด้านเดียว จนเมื่อเราลุกขึ้นมารวบรวมรายชื่อประชาชนได้ 8 หมื่นกว่ารายชื่อ ทุกอย่างยืนยันแล้วว่าประชาชนไม่ต้องการ แต่แล้วจู่ๆท่านกลับมาพูดว่า รอให้ปปช.ชี้ แสดงว่าเป็นการบิดเบือน ซื้อเวลา และดูแคลนคนในสังคมเกินไป
“ดิฉันเชื่อว่าประเด็นนาฬิกาหรูได้นำไปการปรองดอง เพราะทุกคนไม่ว่าสีเสื้อไหน เห็นเป้าหมายเดียวกันว่าไม่ต้องการเห็นผู้นำที่ขาดธรรมาภิบาล ก็คิดว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดว่าอยากปรองดองๆ แต่ทำไมไม่เคยหาจุดแข็งของการปรองดองมาเลย อย่างกรณีนาฬิกาหรู เสือดำ ทั้งที่เรื่องนี้ประชาชนปรองดองจะแย่อยู่แล้ว” นางทิชากล่าวและว่า
ตนจึงอยากเจอ พล.อ.ประวิตรตามที่ได้โพสต์ไป เพราะอยากถกเถียงอย่างมีอารยสักครั้ง เราไม่ได้เกลียดท่านเพราะชื่อของท่าน แต่ไม่ชอบผู้นำที่ไม่มีธรรมาภิบาล ไม่อยู่ในร่องในลอย อย่างไรก็ตาม จากนี้จะรอดู ป.ป.ช.ว่าจะปล่อยของอะไร ปล่อยออกมาแล้วเราหรือประชาชนจะรับได้หรือเปล่า อย่างหากออกมาพูดว่าประเด็นนาฬิกาหรูทั้งหมดเคลียร์ออกมาขาวสะอาด เราก็จะออกมาถามว่าเพราะอะไร



