‘พล.อ.บัญชร’โพสต์คอลัมน์พิเศษ‘จดหมายลับวิชาเยนทร์’ 2 ตอนแรก

1.04.18 | 12:47 น.

คอลัมน์พิเศษ
1 เมษายน 61 เวลา 10.00 น.
“จดหมายลับวิชาเยนทร์-1”

ละคร “บุพเพสันนิวาส”ได้ก่อให้เกิดกระแสความสนใจประวัติศาสตร์ยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราชอย่างล้นหลามดังที่ทราบกันอยู่
ตัวละครที่มีจริงในประวัติศาสตร์ยุคนั้นคนหนึ่งคือ คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ “ออกญาวิชาเยนทร์” ได้นำไปสู่ข้อสงสัยว่า แท้จริงแล้วเขาอยู่ฝ่ายใด สยาม หรือ ฝรั่งเศส หรือทั้งหมดเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง ?

จดหมายลับที่มีจริงฉบับนี้คงเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ…

คัดลอกมาจากหนังสือ “ออกญาวิไชเยนทร์ หรือการต่างประเทศในสมัยสมเด็จพระนารายณ์”ของ “ขจร สุขพานิช”
ขอขอบพระคุณ….

…..จดหมายบันทึกซึ่งได้เขียนและเซ็นด้วยลายมือของมองซิเอร์คอนซตันซ์ (ฟอลคอน)ซึ่งมอบไว้แก่บาทหลวง
ตาชาร์ด สำหรับให้ไปพูดจาและจัดการกับบาทหลวง เดอ ลา เชส และเพื่อไปรายงานกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย…
“ท่านคงจะทราบอยู่แล้วว่าการที่ เชอวาเลีย เดอ โชมองต์ ได้มายังประเทศสยามนั้นก็โดยมุ่งหมายจะกราบทูลเชื้อเชิญให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงเข้ารีตและท่านก็คงจะทราบอยู่แล้วว่าข้าพเจ้าได้จัดการอย่างไรที่จะให้ เชอวาเลีย เดอ โชมองต์ เห็นว่าเวลานี้ยังจะจัดการตามความประสงค์ของเชอวาเลีย เดอ โชมองต์ ไม่ได้ แต่จะต้องหาที่ปกครองให้มั่นคงเสียก่อนจึงจะจัดการอันใหญ่โตเช่นนี้ได้ เพราะว่าถ้าจะเกิดการขบถจลาจลขึ้นแล้วจะได้มีที่ยึดเหนี่ยวได้

Advertisement

เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจะต้องชี้แจงให้ท่านเข้าใจ ว่าวิธีที่จะจัดการให้เรื่องนี้ได้เป็นผลสำเร็จนั้นจะต้องทำอย่างไรบ้างคือ

ข้อ 1 ท่านจะต้องจัดเป็นธุระจัดการให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ส่งคนมายังเมืองไทยสัก 60 หรือ 70 คน คนเหล่านี้จะต้องเป็นผู้ฉลาดเข้าใจในวิธีปกครองทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน ทั้งเป็นคนไม่เย่อหยิ่ง เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักรักษาความลับไว้ด้วย

เมื่อคนเหล่านี้ได้มาถึงเมืองไทยแล้วต้องให้เป็นที่เสมือนประหนึ่งพวกนี้มีหนทางเลี้ยงชีพของตัวเองได้ และในชั้นต้นไม่ต้องรบกวนพระเจ้ากรุงสยามอย่างใด เพราะเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ดูเหมือนพวกนี้มิได้หาประโยชน์ส่วนตัวอย่างไรซึ่งจะเป็นการกระทำให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระเมตตาโปรดปรานและก็ทำให้พวกราษฎรพลเมืองหมดความรังเกียจด้วย แต่ในเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะเป็นธุระมิให้พวกนี้ต้องอดอยากขัดสนอย่างใดเลย

ข้อ 2 วิธีการดำเนินการของข้าพเจ้าซึ่งจะเป็นตัวอย่างกับเขาและความชำนาญในการงานของข้าพเจ้าก็เป็นหลักสำคัญที่จะให้พวกนี้ได้ร่ำรวยต่อไปในภายหน้า คนจำพวกนี้ควรจะมีบาทหลวงเยซูอิต
บางคนซึ่งแต่งตัวปลอมมาอย่าให้ใครรู้ได้ว่าคนเหล่านี้เป็นนักพรต ถึงที่สุดถ้าปิดความไม่ให้พวกที่มาด้วยกันรู้ได้ก็ยิ่งดี

ข้อ 3 ในจำพวก 60 คนที่จะมาเมืองไทยนั้นจะต้องเลือกแต่เฉพาะคนที่เอาใจใส่ต่องานการเป็นคนรอบคอบและเป็นคนที่รู้จักผิดและชอบเพื่อจะได้ให้คนพวกนี้ทำราชการในประเทศสยามได้ทุกอย่าง เพราะเมื่อพวกนี้ได้มาถึงเมืองไทยและมีความรู้ในการงานบ้างแล้วข้าพเจ้าก็จะได้จัดให้พวกนี้ทำราชการของพระเจ้ากรุงสยามตามวุฒิของตัว คือจะได้ให้ทำราชการได้หน้าที่ทหารบ้าง หน้าที่คลังบ้าง หน้าที่กรมต่างๆบ้าง หน้าที่ปกครองหัวเมือง ด้านหน้าที่เรือต่างๆบ้าง ถ้าจะรวมความแล้วก็คือข้าพเจ้าจะได้จัดให้พวกนี้ได้รับหน้าที่สำคัญๆเมืองนี้ทุกอย่าง

ข้อ 4 ทุกคนจะต้องรู้สึกว่าตัวจะต้องปฏิบัติการอย่างไร และตัวจะต้องทำตามคำสั่งทุกๆอย่างโดยไม่ต้องแพร่งพรายให้ผู้ใดรู้เรื่องดังข้าพเจ้าได้อธิบายให้ท่านเข้าใจแล้ว

ข้อ 5 เพื่อเป็นการอุดหนุนให้พวกนี้ได้ทำราชการและหน้าที่สำคัญๆนั้น ควรพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะพระราชทานพระราชานุญาตให้ราษฎรพลเมืองฝรั่งเศสพาครอบครัวมายังเมืองไทย เพื่อจะได้ไปตั้งบ้านสร้างเรือนในเมืองสำคัญๆในประเทศนี้ และราษฎรพลเมืองเหล่านี้จะอพยพครอบครัวมาโดยมาในเรือของตัวเองหรือมากับเรือของบริษัทฝ่ายอินเดียก็ได้แล้วแต่จะสะดวก

เมื่อราษฎรพลเมืองฝรั่งเศสได้มาถึงเมืองไทยแล้วข้าพเจ้าจะได้เป็นธุระจัดการให้เขาปลูกบ้านเรือนให้เขาพักและจะได้จัดการให้พวกนี้ได้มีนามีสวนมีโคกระบือเพื่อทำการเพาะปลูกต่อไปจะได้ทำมาหาเลี้ยงครอบครัวของตนได้ ทั้งจะได้เป็นหนทางทำมาค้าขายร่ำรวยดังข้าพเจ้าได้อธิบายให้ท่านเข้าใจไว้แล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วคน 60 หรือ 70 คนซึ่งจะได้ทำราชการและหน้าที่ต่างๆนั้นจะได้มีโอกาสปกครองรักษาและเอื้อเฟื้อพวกชาวต่างประเทศที่เข้ารีตได้ และยังไม่ใช่แต่เท่านี้ แต่ยังจะได้มีโอกาสชักชวนให้พวกมิจฉาทิฎฐิได้นับถือศาสนาคริสเตียนของเราต่อไปได้ และข้าพเจ้าเชื่อว่าเมื่อคนไทยได้เห็นว่าการเข้ารีตได้รับความร่มเย็นดังพวกแขกมัวร์ซึ่งมาตั้งภูมิลำเนาในประเทศสยามได้ทำตัวอย่างไว้แล้วนั้นคนไทยก็คงจะหันเข้าหาศาสนาคริสเตียนเป็นอันมาก”

แผนขั้นที่ 1 ของฟอลคอนคือส่งสายลับฝรั่งเศส 60-70 คนเข้าแทรกซึมควบคุมกลไกอำนาจการปกครองของสยาม

แผนการยังไม่จบเพียงแค่นี้….

ภาพวาดฝีมือศิลปินฝรั่งเศส สมเด็จพระนารายณ์ และ ออกญาวิชาเยนทร์

 

คอลัมน์พิเศษ
1 เมษายน 61 เวลา 12.00 น.
“จดหมายลับวิชาเยนทร์ – 2”

เชิญร่วมทำความเข้าใจแผนการต่อสยามของออกญาวิชาเยนทร์ที่นำเสนอพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสต่อไป…

“ ข้อ 6 เพื่อจะจัดการเรื่องต่างๆให้สะดวกและเพื่อจะป้องกันในเวลาที่จะเกิดกบฏขึ้นนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะต้องส่งทหารและปืนใหญ่มารักษาเมืองสงขลาโดยเร็ว และจะต้องมีเรือรบและของทั้งปวงอันจำเป็นสำหรับที่จะตั้งให้เป็นบ้านเมืองใหญ่โตได้
เมื่อได้จัดการเช่นนี้แล้ว ภายหลังก็จะได้รับผลอันดีดังข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้ท่านเข้าใจแล้ว และพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็จะได้เปรียบเป็นอันมากทั้งพระราชอาณาจักรสยามก็จะได้รับผลดีขึ้นด้วย และเป็นหนทางสำหรับให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้จัดตั้งโคโลนีขึ้นในทะเลแถบนี้ถึง 2 แห่ง

ถ้าแม้ว่าฝรั่งเศสได้จัดการตามช่องโอกาสที่ข้าพเจ้าเปิดให้ดังนี้แล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะได้มีโอกาสอันดีที่จะให้พวกเข้ารีตในเมืองญวน เมืองตังเกี๋ย เมืองญี่ปุ่นและเมืองจีนได้รับความร่มเย็น และจะเป็นการเท่ากับบังคับให้ชนชาวตะวันออกได้ทำการค้าขายติดต่อกับชนชาวฝรั่งเศสอันจะทำให้ชนชาวฝรั่งเศสได้ร่ำรวยมากจนถึงกับจะคุ้มกับโสหุ้ยที่ได้จ่ายไปในชั้นแรก
และในการที่จะค้าขายกันนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องต่อเรือมาจากทวีปยุโรปเพราะจะเป็นการเปลืองโสหุ้ยมากนักเพราะในเมืองนี้ ถ้าจะต่อเรือขึ้นแล้วก็คงจะทำได้โดยถูกกว่าทำที่ยุโรปตั้ง 4 เท่าหรือ 10 เท่า แต่จะต้องมีคนที่เข้าใจต่อเรือจึงจะได้ เพราะในเมืองนี้มีทั้งเหล็กและทองแดงสำหรับหล่อปืนใหญ่ มีดินประสิวสำหรับตำยิงปืน และมีเชือกปอสำหรับทำผ้าและเชือกป่านด้วย

ข้าพเจ้าเชื่อว่าถ้าได้จัดการดังข้าพเจ้ากล่าวมานี้แล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะทรงจัดการให้ศาสนาคริสเตียนได้แพร่หลายในประเทศสยามนี้ได้ และคงจะทำให้ประเทศนี้และประเทศอื่นๆได้ถือศาสนาคริสเตียนทั่วกันหมด เมื่อมาตรีกตรองดูแล้วข้าพเจ้าเห็นว่าเหตุผลทั้งปวงดังที่ได้แลเห็นนั้นอาจจะกระทำให้พระราชดำริของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสในเรื่องศาสนานั้นได้สำเร็จสมพระราชประสงค์ทุกประการ

ข้อ 7 เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามจะเสด็จสวรรคตลงเวลาใด (ข้าพเจ้าขออ้อนวอนพระเป็นเจ้าให้โปรดให้คงทรงมีพระชนม์ยืนยาวต่อไปเถิด) ข้าพเจ้าอาจจะกราบทูลรับรองต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ว่าถ้าได้ทรงจัดการทั้งปวงดังข้าพเจ้าได้อธิบายมานั้นแล้วการที่จะเชื้อเชิญให้พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่และจัดการให้พลเมืองชาวสยามทั่วไปได้ถือศาสนาคริสเตียนนั้นจะเป็นการง่ายอย่างที่สุด.

เขียนบนเรือของข้าพเจ้าที่สันดอนแม่น้ำเจ้าพระยาวันที่ 18 เดือนธันวาคม ค.ศ 1685 (พ.ศ 2229)
(เซ็น) ซี.ฟอลคอน

ทั้งหมดนี้คือแผนการยึดประเทศสยามอย่างไม่มีข้อสงสัยตามข้อเสนอของฟอลคอน ส่วนพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จะตัดสินพระทัยตามนี้หรือไม่อย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อทูตฝรั่งเศสเดินทางกลับสยามอีกครั้งหนึ่งในปีต่อมาพร้อมด้วยแผนสำคัญ…
โปรดติดตาม…

ภาพประกอบ : พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และ บาทหลวงตาชาร์ด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.facebook.com/Bunchon/posts/892011997650350

https://www.facebook.com/Bunchon/posts/892058507645699