หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล ทวิตเตอร์เดือ...

ทวิตเตอร์เดือด! ผอ.กสทช.โวย ‘จ่าดราม่า’ปั่นทวีตสร้างเกลียดชัง ปมข้อมูลทรูหลุด

18.04.18 | 13:07 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนทวิตเตอร์มีการโต้ตอบกันจากกรณีเรื่องข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าทรูหลุดออกมานำไปสู่เรื่องความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลของบริษัท

โดย นายทนงศักดิ์ สุขะนินทร์ ผู้อำนวยการสำนักรับรองมาตรฐานวิศวกรรมในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.ได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ (ทวีต) ถึงเหตุที่มีการเปิดให้สาธารณะเข้าถึงข้อมูลบนแหล่งเก็บข้อมูลออนไลน์ของเซิฟเวอร์

โดยทวีตเป็นข้อความสั้นเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 17 เม.ย.ถึงวันที่ 18 เม.ย.

“การเขียนโปรแกรมที่ cloud storage อยู่คนละที่กับ Application Server แล้วต้องการให้คนใช้เว็บหรือแอฟ อัพโหลดได้ จำเป็นต้องเปิด public access ที่ cloud storage นั้น การบังไม่ให้ browse เห็น files list นั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ควรมองข้าม แล้วใช้ ftp มาดูแทน แค่ไม่สะดวก”

“การใช้ Cloud Storage แบบ Object Storage คือ การที่ให้ file ที่อัพโหลด เป็นส่วนหนึ่งของฐานข้อมูล เช่น ในรูปแบบ BLOB ซึ่งเป็นตัวเลือกดีที่สุด ไม่ต้องเปิดอะไรเป็น public access แต่หลายแห่งยังเขียนโปรแกรมแบบเป็น file storage ก็ต้องเปิด directory ดังกล่าวเป็น public storage”

Advertisement

“วิธีการเขียนโปรแกรม ไม่ใช่จะตอบโจทย์ว่า ปลอดภัยหรือไม่สำหรับข้อมูล การเปิด public access บน upload directory เป็นเรื่องที่ยังทำกันในหลายระบบในเว็บ แต่ directory เหล่านั้นไม่อนุญาตให้ excuteable ส่วนการบัง directory ไม่ให้เห็น file list เป็นอะไรที่ต้องทำ”

“Replying to @tulathorn การทำบน cloud ที่มี security หลายๆ environment เราไม่สามารถจำลองได้บนเครื่อง development แต่พยายามทำให้ใกล้เคียงที่สุด เมื่อจะทำเข้า production ก็ต้องปรับให้สอดคล้องอีกครั้ง และควรมี version control server ด้วยครับ อาจารย์กับที่เรียนไม่ผิด แต่ควรทันสมัยให้พลิกแพลงกับข้อจำกัด”

 

“การใช้ cloud storage มีหลายวิธี วิธีการ BLOBเป็นวิธีหนึ่งในการใช้เป็น database หลายท่านอ่านทวิตแค่ทวิตเดียว ก็มาไว้อาลัยความรู้ผมแล้ว โดยเฉพาะหลายท่านเก็บเป็น multimedia ไม่ใช้วิธีนี้อยู่แล้ว”

“หลายข้อมูลส่วนบุคคลหลุดออกไป เกิดจากความสะเพร่าหรือมักง่ายของคนเขียนระบบ ที่ไม่ประเมินข้อมูลที่เป็น Trust ว่าไม่ควรมี public access และคนว่าจ้างทำ ก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้ หรือ ตระหนัก มารู้อีกที ก็สายเกินไป”

จากนั้นเพจ Drama-addict ได้แคปโพสต์บางส่วนไปลงเฟซบุ๊กทำให้เกิดการโต้เถียงถึงเรื่องความจำเป็นของการเปิดให้เข้าถึงข้อมูล ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเห็นว่ามีวิธีการรักษาความปลอดภัยข้อมูลมากมายโดยไม่จำเป็นต้องเปิดข้อมูลแบบสาธารณะ

ซึ่งนายทนงศักดิ์ ทวีตโต้ตอบว่า “คุณจ่าดราม่า จะปั่นทวิตผมทำอะไร คุณรอจังหวะนี้ จะที่ถูกตำหนิคราวที่แล้ว จะเรียกสิ่งที่ทำว่าอะไร การเอาทวิตผมไปโพสโดยไม่ขออนุญาต และยังเขียนนำสร้างความเกลียดชัง เหมือนเดิมครับ นิสัยไม่เปลี่ยนแปลง”

ซึ่งมีผู้ใช้ทวิตเตอร์แย้งเรื่องการนำโพสต์ไปโดยไม่ขออนุญาตว่า  “โพสต์ของท่านก็ public ในระดับเดียวกันกับบัตรประชาชน ที่โจรสามารถเอาสิ่งที่หลุดออกไป ไปใช้เพื่อกิจใดๆ ที่ใช้แค่สำเนายืนยันได้น่ะครับ (แถมเหมือนกันด้วยคือท่านเลือกจะ public account เอง/ของ itruemart ก็เช่นกัน) แค่ข้อความท่านยังเคืองเลยครับ แต่ที่หลุดไปจาก itruemart นั่นบัตรปชช.นะ”

นายทนงศักดิ์โต้ตอบว่า ที่ไม่พอใจเพราะเป็นการนำโพสต์ไปเพื่อสร้างความเกลียดชัง “สิ่งที่เกิดขึ้น ประเด็นทวิตผม ไม่ใช่ private หรือ public แต่อยู่ที่ hate speech ครับการใช้สื่อในการสร้าง hate speech เป็นเรื่องที่อ่อนไหว แทนที่จะเข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อ กระแสโซเชียลกับการผลิตซ้ำทางความคิดเชิงลบ เป็นเรื่องที่ต้องตระหนัก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเป็นสื่อมวลชน”