หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล ไหวไหมวัยรุ่น...

ไหวไหมวัยรุ่น! พ่อแชร์ตารางเตรียมสอบเข้าม.1 ติว 4 ทุ่มทุกวัน 5 ปีติด-ก่อนวันจริงให้ลูกหยุดร.ร.2อาทิตย์กวดเข้ม

20.04.18 | 12:34 น.

รับรู้กันในสังคมไทยมาสักระยะแล้วว่า การแข่งขันสอบเข้า ม.1 ในโรงเรียนดังๆ มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง นั่นเพราะพ่อแม่หลายคนเชื่อว่า การที่ลูกได้เรียนโรงเรียนดีๆ ย่อมเป็นใบเบิกทางที่ดีให้กับลูกๆ ในอนาคต

ทำให้พ่อแม่หลายคนต้องส่งลูกเรียนพิเศษดีๆ เพื่อให้เข้าโรงเรียนดังๆ อย่างสาธิตได้

ล่าสุด เมื่อคุณพ่อของนักเรียนรายหนึ่ง ที่เพิ่งสอบเข้าโรงเรียนสาธิตชื่อดัง 2 คน ได้มาโพสต์ข้อความลงในกรุ๊ป “รวบรวมข้อมูลการศึกษาเพื่อเด็กไทย รู้ไกล เข้าใจโลก” ที่เป็นกรุ๊ปแชร์ประสบการณ์เนื้อหา รวมถึงโรงเรียนกวดวิชา โดยมีข้อความตอนหนึ่งถึงเคล็ดลับการกวดวิชาเข้าเรียนของครอบครัว เริ่มตั้งแต่ตอน ป.1 ว่า

1.ตั้งเป้าหมายโรงเรียนที่อยากเข้า (ของพ่อ แม่ หรือลูก อันนี้แล้วแต่) อย่าลืมแผน 2,3,4

2.วางแผนหาข้อมูล รวมถึงจากผู้ปกครองที่เป็นรุ่นพี่มีประสบการณ์ที่มีลูกสอบติดแล้ว พูดให้น้อยฟังให้มาก เก็บไปวิเคราะห์ แยกแยะตกผลึกเพื่อตัดสินใจ หาข้อมูลที่อยากรู้ในกูเกิ้ล

Advertisement

3.ลงมือทำ

– ป.2 เริ่มให้ทำเลขของราชภัฏ ทำทุกวัน เริ่ม 19.00-20.30 น. ทำเฉลย และสอน

– ป.3 ทำเลขของราชภัฏสลับกับเลข สสวท. เพิ่มวิทย์ สสวท. เริ่ม 18.30-21.00 น. (ป.3 เทอม 2 เริ่มเรียนพิเศษ) เห็นโจทย์แล้วคงต้องส่งเรียนพิเศษ

– ป.4 ทำเลขของราชภัฏ + เลข สสวท. + วิทย์ สสวท. เริ่ม 18.30-21.30 น. (เน้นให้ลูกทำการบ้านให้เสร็จตอนที่อยู่โรงเรียน ถ้าไม่เสร็จก็รีบกลับมาทำที่บ้านให้เสร็จก่อน เริ่มทำโจทย์ ส่วนงานระบายสี งานฝีมือก็ช่วยกันทำทั้ง ปู่ ย่า พ่อ แม่ ลูก)

-ป.5 เกมส์ทุกอย่าง มือถือ ไอแพด ไม่ให้เล่น แต่แอบมีผ่อนบ้างให้เล่น 30 นาที เป็นบางวันช่วงขึ้น ป.6 ทำทั้ง 4 วิชา เลข วิทย์ ไทย สังคม วันละ 2 วิชา สลับกันทุกวัน เริ่ม 18.00-22.00 น. บางทีถึง 23.00 น. ก็มี

3.1 การทำข้อสอบก็จะให้ทำตามข้อสอบจริง เช่น เลข 25 ข้อ วิทย์ ไทย สังคม 50 ข้อ แต่จับเวลา หมดเวลาคือหมดเวลาจริงๆ ให้วางดินสอ ปากกาทันที จะเป็นการฝึกบริหารเวลาภายในตัว
4.การประเมินผล

ในการประเมินผลก็จะประเมินเป็นรายวิชาโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 70% ขึ้นไปในทุกวิชา และจะกลับมาดูในแต่ละวิชาว่ายังไม่ได้หรืออ่อนตรงจุดไหน ก็จะกลับมาทบทวนและทำข้อสอบเฉพาะเรื่องนั้นซ้ำๆ ส่วนเรื่องที่ได้ก็ให้ทบทวนเสมอ

นอกจากนี้ ยังเล่าเบื้องหลังว่า ทุกวันที่เลิกงาน 17.00 น. คุณพ่อต้องรีบขับรถกลับบ้านไม่เกิน 18.00 น. เพื่อมาติวข้อสอบลูก และยังขับรถจากบ้านย่านปทุมธานี มาทุกวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุด เพื่อส่งลูกเรียนพิเศษย่านพญาไท ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ก็ยังสรุปข่าวมาเล่าให้ลูกฟัง และพาลูกไปเที่ยวสุโขทัย อยุธยา เพื่อให้สัมผัสกับประวัติศาสตร์จริงๆ ด้วย นอกจากนี้ ก็ยังทำเรื่องหยุด 2 อาทิตย์สุดท้าย ให้ลูกได้ติวโค้งสุดท้ายด้วย

ที่สำคัญคือ ก่อนสอบจะไม่ให้ลูกไปเที่ยวที่ไหน เพราะกลัวมีอุบัติเหตุ ทั้งยังไม่ให้ทานอาหารที่เป็น แกงกะทิ แกงส้ม น้ำพริกกะปิ ไม่ให้ตากแดดตากฝน ป้องกันการไม่สบายและท้องเสีย และยังสวดมนต์ภาวนาขอพรพระด้วย

ทำให้ลูกสามารถสอบติดที่โรงเรียนดังได้

โดยหลังจากที่ผู้ปกครองคนดังกล่าวได้โพสต์คำแนะนำในการสอบไป ทำให้มีคนแชร์ไปวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบจำนวนมาก ว่าเป็นการกดดันเด็กมากเกินไป หลังจากนั้นเจ้าของโพสต์จึงได้ลบข้อความดังกล่าว แต่ก็ได้มีเพจ โจ๊กเกอร์ ได้แคปข้อความดังกล่าวมาแชร์ต่อ