ผอ.อุทยานฯชี้เหตุฉวยอิฐวัดไชยฯเป็นความเชื่อ ไม่ใช่งมงาย

26.04.18 | 10:05 น.

ผอ.อุทยานฯกรุงเก่า ชี้หลังนักท่องเที่ยวหยิบฉวยอิฐเก่าจากวัดไชยวัฒนารามไปแล้ว พบกับหายนะนั้น เป็นวิถีแห่งความเชื่อเรื่องลี้ลับในสังคม ที่ไม่ใช่สิ่งงมงาย แต่เป็นวิถีของการจำกัดพฤติกรรมของคนไม่ดี นอกจากข้อกฎหมายที่มีและบังคับใช้อยู่แล้ว

เวลา 07.00 น. วันที่ 26 เมษายน นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการโพสต์ข้อความและภาพอิฐเก่าจากวัดไชยวัฒนารามลงในเฟซบุ๊กของสำนักงาน ซึ่งอิฐเก่าถูกนักท่องเที่ยวชาวไทยหยิบฉวยไป และได้พบกับเรื่องลี้ลับ จนต้องส่งกลับคืนมาพร้อมกับดอกไม้ ธูป เทียน และจดหมายขอขมานั้น

พบว่ากระแสดังกล่าว เป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนคนในสังคมได้ดี เพราะว่าดูจากกระทู้ตอบกลับมาพบว่า ส่วนใหญ่ตำหนิการกระทำดังกล่าวว่าไม่เหมาะสม ยิ่งเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทย เพราะนอกจากจะต้องอนุรักษ์โบราณสถานแล้ว ยังต้องไม่เป็นผู้ทำลายสมบัติของชาติเสียเอง

อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าจุดประสงค์การโพสต์ดังกล่าว เพื่อต้องการให้สังคมได้รับทราบว่า นักท่องเที่ยวบางคนมีพฤติกรรมเช่นนี้จริง โดยทั่วไปนั้นกรอบการจำกัดพฤติกรรมคนไม่ดีแบบนี้ มีอย่างน้อย 3 มาตรการ คือ

1.ข้อกฎหมาย ซึ่งในประเทศไทยกำหนดชัดเจนว่า เป็นความผิดและบทลงโทษที่รุนแรง 2.สามัญสำนึก หรือ จิตสำนึกของบุคคลละคนในสังคมว่าสิ่งกระทำนี้ไม่ควรและถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ

Advertisement

และ 3.วิถีแห่งความเชื่อของคนในสังคม ซึ่งความเชื่อนี้ไม่ใช่สิ่งที่งมงายเสมอไป หรือเรียกได้ว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อย่างเช่นกรณีคนที่หยิบฉวยก้อนอิฐโบราณไป และพบเห็นกับสิ่งลี้ลับ จนต้องส่งกลับคืนมานั้น น่าจะพบกับเหตุการณ์ที่ทำให้ย่ำแย่จริง และวิถีแห่งความเชื่อแบบนี้ มีในหลายประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มีการตรวจสอบกระทู้ตอบกลับของโพสต์ดังกล่าว ในเฟซบุ๊กของสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พบว่ามีการตำนิการกระทำดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เขียนข้อความในเชิงตรรกะ ข้อกฎหมาย วิถีแห่งความเชื่อ จารีต ประเพณี รวมถึงจิตสำนักและสามัญสำนึกของคน ที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์โบราณสถานของแผ่นดิน