‘ศศิน’ ติง ‘เปรมชัย’ คนช่วยกันปกป้อง ‘ทุ่งใหญ่’ มายาวนาน ขอตั้งสติทบทวน-รับโทษตามสมควร

2.05.18 | 09:15 น.

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์เฟซบุ๊กเล่าถึงเสือดำว่าจะอยู่ได้ต้องมีป่าที่อุดมสมบูรณ์เช่นทุ่งใหญ่นเรศวร และการปกป้องรักษาป่าให้สมบูรณ์มาจากกลุ่มคนที่ทำงานอนุรักษ์หลายฝ่าย ขอให้นายเปรมชัย กรรณสูต คิดทบทวนถึงสิ่งที่ทำลงไป

โพสต์ระบุว่า

เสือดำที่ห้วยปะชิ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ดำรงเผ่าพันธุ์มาจากการ “อนุรักษ์” ป่า การที่จะมีเสืออยู่ได้ ต้องมีป่า ต้องมีสัตว์กีบที่เป็นอาหารเสือ และต้องมีพืชพันธุ์สมบูรณ์ที่เป็นอาหารของสัตว์กีบ อันนี้เป็นที่รู้กัน การรักษาป่าที่มีเสืออยู่จึงเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของป่าว่ายังมีสรรพชีวิตใต้พีระมิดอาหารที่เสือเป็นสัตว์ผู้ล่าสูงสุด

ทุ่งใหญ่ต่อเนื่องห้วยขาแข้งและป่าตะวันตก เป็นป่าเดียวกัน การรักษาทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้งอย่างเข้มแข็งของกรมป่าไม้ต่อเนื่องมาเป็นกรมอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย จนได้รับการยอมรับเป็นมรดกโลก ส่งผลให้วันนี้ป่าทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้งเป็นความหวังในการอนุรักษ์เสือในระดับโลก

งานวิจัยประชากรเสือของสถานวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำที่เก็บข้อมูลเสือและสัตว์ป่าอื่นๆ ที่นี่ ปัจจุบันมีนักชีววิทยาระดับโลกเข้ามาศึกษาเรียนรู้ทุกปี กว่าจะรักษาให้ได้แบบนี้ มีคนในอดีตที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจมากมายตั้งแต่ผู้พิทักษ์ป่าจนถึงหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ารุ่นต่อรุ่น ที่ผมรู้จักก็ตั้งแต่เพื่อนพี่สืบชื่อ วีรวัธน์ ธีระประสาท เอิบ เชิงสะอาด วิทยา วีระสัมพันธ์ นี่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ สืบ นาคะเสถียร มาจนถึงคนรุ่นใหม่ที่สังคมรู้จักดีอย่างสาวแกร่ง วีรยา โอชะกุล และหนุ่มใจถึงอย่างวิเชียร ชิณวงศ์

Advertisement

เมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมาป่าทุ่งใหญ่ และแม่น้ำแม่กลองในป่าใกล้ห้วยปะชิที่เป็นที่อยู่ของเสือดำตัวนั้น มีโครงการสร้างเขื่อนน้ำโจน ขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติที่นำโดยนักวิชการอย่างสืบ วีรวัธน์ ออกมาให้ข้อมูลต่อสู้ร่วมกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยอย่างสุรพล สุดารา ปริญญา นุตาลัย นริศ ภูมิภาคพันธ์ และสมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีคนทำงานสำคัญชื่อ รตยา จันทรเทียร ที่ทำงานวิชาการให้เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ 16 สถาบันของนิสิตนักศึกษา และชาวเมืองกาญ คนที่ผมคุ้นเคยในรุ่นนั้นมีพี่หาญณรงค์ เยาวเลิศ ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ พี่หน่อย-พี่จืด เด็กรักป่า สายชาวบ้านเมืองกาญก็พี่ภินันนท์ โชติรสเศรนี และพี่บุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี

ที่ยกตัวอย่างมานี่เพื่อให้คุณเปรมชัยทราบว่า ป่าที่คุณเข้าไปนั้นมันมีประวัติความเป็นมา ความอุดมสมบูรณ์ที่คงอยู่มันไม่ใช่อยู่ได้ตามธรรมชาติ มันต้องมีมนุษย์อีกพวกที่ทุ่มเทรักษาไว้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเอง ทำงานสนับสนุนการรักษาป่าที่นี่มายาวนาน มีโครงการมากมายที่ทำงานที่นี่มาต่อเนื่องยี่สิบแปดปี

คุณไม่ต้องตกใจหรอกครับคุณเปรมชัย ตั้งสติ แล้วทบทวนสิ่งที่คุณทำลงไป และคิดว่าคุณจะแก้ไขอย่างไร ไม่ใช่แก้ไขคดีความผิดของตนเองให้รอดโทษ แต่แก้ไขความเข้าใจผิด คิดผิดตลอดชีวิตของคุณ อย่าให้เสือดำตายฟรี เอาชีวิตมันมาเปลี่ยนชีวิตคุณเสีย เลิกพฤติกรรมแบบนี้ รับโทษตามสมควร และทำตัวให้มีประโยชน์กับโลกนี้ในมุมรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมบ้าง ชวนเพื่อนๆ ที่มีใจอนุรักษ์พบกันหน้าหอศิลป์ กรุงเทพฯ วันที่ 5 พ.ค. ช่วงบ่ายสามไปถึงค่ำคืนครับ