ตกเป็นประเด็นเดือดในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กทนไม่ไหวร้องเรียนไปยังแอดมินเพจดังอย่าง แหม่มโพธิ์ดำ ความว่า
“มีหญิงสาวรายหนึ่งตั้งตนเป็นหมอรักษานก โดยไม่มีความรู้ ให้นกกิน EM จุลินทรีย์ ให้นกล่ากินเจ ทั้งๆที่เป็นนกกินเนื้อ รับฉีดยานก รับรักษานก ซึ่งมีหลายตัวที่ไม่รอด จนเกิดความกังขาว่าแบบนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ พอทางผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปตักเตือน ตลอดจนมีหมอดังๆ ไปให้คำแนะนำ ก็จะถูกหญิงสาวคนดังกล่าวและแฟนคลับ ถล่มเละ
ทั้งนี้ตนรู้สึกสงสารนก จึงอยากฝากเรื่องนี้ลงเพจแหม่มโพธิ์ดำ เพื่อให้หญิงสาวหยุดการกระทำ หรือให้สัตวแพทยสภา เข้าไปตักเตือน เพราะสัตว์แพทย์ต้องเรียนกันหลายปีถึงจะมีความชำนาญ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่คิดว่ารู้ดี มาทำการรักษาและรับรักษาทั่วราชอาณาจักรแบบนี้”
ซึ่งภายหลังที่ทางเพจได้โพสเรื่องดังกล่าวไป มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยต่างแสดงความรู้สึกสงสารนก และสงสัยถึงวิธีการรักษาของหญิงสาวว่าถูกต้องตามหลักมาตรฐานหรือไม่ อาทิ
“ดูอุปกรณ์ที่นำมาใช้ ยังไม่ผ่าน อุปกรณ์ทางการแพทย์ต้องเป็นสแตนเลสทั้งชิ้น ที่เอามาใช้เหมือน คีมหนีบลวดก่อสร้างชัดๆ แล้วที่กำลังใช้อยู่นั่น ใช่ที่ถอนขนหรือไม่”
“อ่านแล้วสตั๊น ช็อกไปเลย คือสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ยิ่งสัตว์เล็กแบบนกด้วย รักษากันสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เลยนะ ขนาดพาหาหมอยังต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าหมอท่านนั้นสามารถตรวจรักษานกได้หรือไม่”
“อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้รักษาดูสกปรกนะ ให้ผมจับยังไม่กล้าเลยกลัวติดเชื้อ”
“เมื่อเช้ามีดบาดนิ้ว แผลนิดเดียวยังเจ็บเลย นี่นกตัวน้อยเดียว โดนผ่าท้อง แถมไม่ได้วางยาอีก เหมือนโดนทรมานจนตายเลย”
นอกจากนี้ ทางเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกว่า
“ยาวไปค่ะ พี่นก เทพแห่งวายุ ผ่าตัดนกแบบไม่ใช้ยาสลบ ใช้เข็มกะด้ายที่มีในโรงแรม แบบนี้โอเคจริงหรือ ส่วนมากรักษามั่วๆ มันก็มักจะตายแบบทุกข์ทรมานแสนสาหัส นี่เข้าข่ายทารุณกรรมนะ มีกี่ชีวิตที่ตกอยู่ในมือเธอแล้วต้องจากไป ไม่นับมีสัตว์ป่าคุ้มครองเช่นเหยี่ยว และอื่นๆในครอบครองนะ”


อย่างไรก็ตามจากกรณีดังกล่าว ก็เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ “คนรักนก” ต้องช้ำใจอย่างมาก จึงมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กบางรายได้แสดงความคิดเห็น ให้กลุ่มคนที่คิดจะเลี้ยงนกต้องมีความพร้อมที่จะดูแล และพิจารณาสถานที่ที่จะนำสัตว์เลี้ยงไปรักษาให้ดี เพราะแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยง ก็นับว่าเป็น 1 ชีวิตเหมือนกัน

