เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด ออกคำแถลงการณ์ยอมรับข้อบกพร่องของนายเรือซีทรานเฟอร์รี่ 8 โดยมีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทั้งขอโทษผู้โดยสารและผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา เรือเฟอร์รี่หมายเลข 8 ซึ่งเป็นเรือของบริษัท วิ่งมุ่งหน้าไปยังเกาะสมุย ได้แล่นแซงทางด้านซ้ายเรือในระยะกระชั้นชิดและปาดหน้า เรือเฟอร์รี่หมายเลข อาร์ 9 ของบริษัท ราชาเฟอร์รี่ จำกัด ซึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังเกาะพะงัน ทำให้มีผู้โดยสารของเรือทั้ง 2 ลำ ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยคำแถลงการณ์มีใจความว่า “ตามที่มีผู้นำคลิปออกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 เป็นภาพเรือซีทรานเฟอร์รี่ 8 ของบริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด แล่นแซงผ่านเรือ R9 ของบริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด(มหาชน) ในระยะกระชั้นชิด เป็นเหตุให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันทั้วไปนั้น
บริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด ขอเรียนชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุ บริษัทฯได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวโดยทันที ขณะเดียวกัน กรมเจ้าท่าซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลการเดินเรือของทั้งสองบริษัท อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนกรณีดังกล่าว
บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงข้อบกพร่องของการนำเรือของ นายเรือซีทรานเฟอร์รี่ 8 จึงมีคำสั่งให้นายเรือคนดังกล่าวหยุดปฎิบัติหน้าที่โดยทันที และบริษัทฯ ต้องขอโทษต่อท่านผู้โดยสารและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน มา ณ ที่นี้ด้วย
อนึ่ง ทางบริษัทฯมีมาตรการในการเดินเรือ และให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชนโดยตลอด ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่าจะกำกับควบคุมดูแลมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกต่อไป. บริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด วันที่ 6 เมษายน 2559″

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่นายครรชิต บุญมาก ซึ่งโดยสารมากับเรือเฟอร์รี่ R9 และเป็นผู้บันทึกคลิปวิดีโอในเหตุการณ์ไว้ โดยนายครรชิตกล่าวว่า ระหว่างที่นั่งคุยกันเพื่อนในเรือได้สังเกตเห็นเรือซีทรานเฟอร์รี่ 8 วิ่งมาใกล้กันมาก และได้ยินเสียงหวูดเตือนดังมาก ด้วยความตกใจจึงวิ่งขึ้นไปถามนายเรือว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ระหว่างนั้นก็เห็นนายเรือเฟอร์รี่ R9 บังคับให้เรือเลี้ยวไปทางด้านขวา แต่เรือไม่ไปเนื่องจากเกิดแรงดูดระหว่างเรือสองลำ นายเรือเฟอร์รี่ R9 จึงตัดสินใจหยุดเครื่อง ทำให้เรือซีทรานเฟอร์รี่ 8 วิ่งผ่านไปได้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี ได้ทำการสอบปากคำนายท้ายเรือและผู้ที่เกี่ยวข้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว เห็นว่าประพฤติตนไม่สมควรแก่หน้าที่ และละเลยหน้าที่ของนายเรือ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 291 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติม พระพุทธศักราช 2477 มีคำสั่งดังนี้ 1.นายวัฒนพงศ์ ศรีไสยเพชร นายเรือซีทรานเฟอร์รี่ 8 สั่งงดไม่ให้ใช้ประกาศนียบัตรนายเรือ เป็นระยะเวลา 2 ปี 2.นายนิรัญ เย็นรักษา นายเรืออาร์ 9 สั่งงดไม่ให้ใช้ประกาศนียบัตรนายเรือ เป็นระยะเวลา 6 เดือน
ทั้งนี้ ให้นำประกาศนียบัตรส่งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี ภายใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดมีความผิดตามนัยมาตรา 294 และมาตรา 297 แห่ง พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2535

