ว่าด้วยเรื่องของ “ดาวซัลโว” ฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก 2018 มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว นอกจากการลุ้นกันว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์ ตำแหน่งดาวซัลโวก็เป็นเรื่องน่าจับตามองเช่นกัน เพราะถือเป็นศักดิ์ศรีและความสำเร็จของนักเตะแบบที่น้อยคนจะมีโอกาส

สำหรับเวิลด์คัพที่รัสเซีย แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ยังนำเป็นดาวซัลโว ที่ผลงาน 6 ประตู ถือเป็นคนที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะได้รองเท้าทองคำไปครอง ส่วนคนที่ยังอยู่ในข่าย คือ โรเมลู ลูกากู ของเบลเยียม ยิงไป 4 ประตู อองตวน กรีซมันน์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ สองแข้งฝรั่งเศส ซัดคนละ 3 ประตู ก็ยังอยู่ในเส้นทางของการเป็นดาวยิงสูงสุด นอกจากนั้นต้องไม่ประมาท เอเด็น อาซาร์ ตัวรุกเบลเยียมที่ถึงจะยิงไปแค่ 2 ในตอนนี้ แต่โอกาสบวกสกอร์เพิ่มยังมี

6 ประตูผลงานเฉลี่ยของดาวซัลโว
ฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา ดาวซัลโว 5 จาก 6 ครั้ง ยิงไม่เกิน 6 ประตู มีเพียง โรนัลโด้ กองหน้าบราซิลที่ยิงไป 8 ประตูในฟุตบอลโลก 2002 / ปี 1998 ดาวอร์ ซูเคอร์ (โครเอเชีย) 6 ประตู / ปี 2006 มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี) 5 ประตู / ปี 2010 โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี) 5 ประตู / ปี 2014 ฮาเมส โรดริเกซ (โคลอมเบีย) 6 ประตู ถือว่าเคนมีโอกาสสูงที่จะได้รางวัลนี้ไปครอง

ฮาเมส โรดริเกซ ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2014

เคนยิง 6 ประตู จาก 3 จุดโทษ โหม่งอีก 1 และยิงในเขตโทษ 2 ประตู เป็นนักเตะที่ทำประตูจากจุดโทษได้มากที่สุดในบรรดาแคนดิเดท, ลูกากูไม่ได้ยิงจุดโทษเลย โหม่ง 1 ยิงในเขตโทษ 3, กรีซมันน์ยิงนอกเขตโทษ 1 จุดโทษ 2 ประตูในเขตโทษ ส่วนเอ็มบัปเป้ยิงในเขตโทษทั้ง 3 ประตู

“เคน”มีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์จุดโทษ
จากการที่เคนยิงไปแล้ว 3 จุดโทษ เทียบเท่าสถิติของ ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ ศูนย์หน้าบัลแกเรียที่ยิงจุดโทษ 3 ลูก ในฟุตบอลโลก 1994 ถ้าเขายิงเพิ่มอีก 1 จุดโทษ จะเท่ากับ ยูเซบิโอ ตำนานนักเตะโปรตุเกสที่ยิงไป 4 จุดโทษ ในปี 1966 และถ้าเคนยิงจุดโทษรวม 5 ประตู เขาจะเป็นนักเตะที่ทำประตูจากจุดโทษได้มากที่สุดในฟุตบอลโลก 1 ครั้ง
ในกรณีที่มีนักเตะยิงประตูสูงสุดเท่ากัน จะตัดสินตำแหน่งดาวซัลโวจากจำนวนแอสซิสต์ที่นักเตะช่วยให้เพื่อนยิงประตูได้ ถ้ายังเท่ากันอีก จะพิจารณาจำนวนนาทีที่ลงเล่นทั้งหมด ซึ่งลูกากูที่ยิงไป 4 ประตูอาจจะเป็นรองเคนอยู่ก็จริง แต่ถ้ายิงเท่ากันหลังจบทัวร์นาเมนต์ และไม่มีแอสซิสต์เพิ่ม ลูกากูจะเหนือกว่าตรงที่เขาแอสซิสต์ให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงประตูทีมชาติบราซิล ในรอบ 8 ทีม แต่เคนยังไม่มีผลงานการแอสซิสต์เลย

แฮร์รี่ เคน

รองเท้าทองคำกับอนาคตที่ดีขึ้น
การเป็นนักเตะที่ยิงประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลกไม่ใช่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนชีวิตนักเตะหลายคนให้ก้าวหน้าขึ้น แกรี่ ลินิเกอร์ ยิงระเบิดกับเอฟเวอร์ตัน 40 ประตู จาก 57 นัด แล้วติดทีมชาติอังกฤษไปแข่งฟุตบอลโลก 1986 ยิง 6 ประตูเป็นดาวซัลโว หลังจากนั้นก็ย้ายไปเล่นกับบาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 2.8 ล้านปอนด์ ได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพมาครองด้วย
โอเล็ก ซาเลนโก้ กองหน้ารัสเซีย ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก เพราะเล่นกับโลโกรเญส ในสเปน แต่ในฟุตบอลโลก 1994 ซาเลนโก้ยิง 5 ประตูในแมตช์ถล่มแคเมอรูน 6-1 รวมทั้งทัวร์นาเมนต์กดไป 6 ประตูเท่ากับสตอยช์คอฟ โลกรู้จักเขามากขึ้น และย้ายไปเล่นให้บาเลนเซีย
โรนัลโด้ยิง 8 ประตู ในฟุตบอลโลก 2002 คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ ถูกยกให้เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของโลกยุคนั้น ย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ไปเล่นให้รีล มาดริด แล้วยังได้รางวัลบัลลงดอร์ สมัยที่ 2 มาครองด้วย ปิดท้ายด้วยฮาเมส โรดริเกซ ที่แจ้งเกิดในเวทีฟุตบอลโลก ด้วยผลงาน 6 ประตู จาก 5 เกม ในฟุตบอลโลก 2014 ถูกรีล มาดริด ทุ่มเงินซื้อตัวจากโมนาโกทันทีหลังจบฟุตบอลโลก ด้วยค่าตัวถึง 71 ล้านปอนด์

แข้งแชมป์โลกและดาวซัลโวในครั้งเดียวกัน
มีนักเตะหลายคนที่ท็อปฟอร์มจนร่วมทีมคว้าแชมป์โลกและเป็นดาวซัลโวในปีเดียวกัน ปี 1962 บราซิลป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ ปีนั้นวาว่ากับการ์รินชา สองนักเตะแซมบ้าครองดาวซัลโวเท่ากันที่ 6 ประตู กับนักเตะชาติอื่นอีก 4 คน / ปี 1978 อาร์เจนตินาคว้าแชมป์ในบ้านตัวเอง มาริโอ เคมเปส ดาวยิงฟ้า-ขาวเป็นดาวซัลโว 6 ประตู / ปี 1982 เปาโล รอสซี่ ซัด 6 ตุง และอิตาลีเป็นแชมป์เวิลด์คัพ สมัยที่ 3 / ปี 2002 โรนัลโด้ยิง 8 ประตูช่วยบราซิลเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก สมัยที่ 5 / ดาบิด บีย่า ยิง 5 ประตูเป็นดาวซัลโวร่วมกับ โธมัส มุลเลอร์, เวสลีย์ สไนเดอร์, ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ที่ผลงาน 5 ประตู ในปี 2014 และสเปนเป็นแชมป์โลกในปีนั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon