‘แอฟริกัน คอนเนคชั่น’ ปัจจัยความยิ่งใหญ่ของ ‘เลส์ เบลอส์’

ฝรั่งเศสกรุยทางเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ได้เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 20 ปี ซีเนอดีน ซีดาน นำทีมคว้าแชมป์เวิลด์คัพ 1998 และปี 2018 คีเลียน เอ็มบัปเป้ ได้กลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง

เมื่อมองดูนักเตะเลส์ เบลอส์ ทุกคนต่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทั้งๆ ที่สถานที่เกิดและเชื้อชาติมีความหลากหลายอย่างมาก แม้กระทั่งชุดแชมป์โลกฟร้องซ์ 98 เอง ก็เต็มไปด้วยความหลากหลาย

นักเตะชุดนั้นมีเชื้อชาติรวมทั้งสถานที่เกิดทั้งจากแอฟริกาตะวันตก, แอฟริกาเหนือ, อาร์เมเนีย, แคริบเบียน, แปซิฟิก, บาสก์ และฝรั่งเศสแท้ๆ หรือที่มีคำเรียกทีมชุดนั้นว่า “Black Blanc Beur” หรือ “ดำ ขาว อาหรับ” ไม่ต่างอะไรกับ 23 คนที่กำลังจะลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศกับโครเอเชีย ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ความสำเร็จตลอด 20 ปีของทีมชาติฝรั่งเศส แสดงให้เห็นว่านักเตะตราไก่ไม่ว่าจะมาจากเชื้อชาติไหน สามารถก้าวขึ้นมาเป็นความหวังของทีมชาติได้เสมอ ซีดานที่มีพ่อแม่อพยพมาจากแอลจีเรีย แต่เกิดที่มาร์เซย คีเลียน เอ็มบัปเป้ แข้งวัยทีนที่เป็นกำลังสำคัญในเกมรุกของเลส์ เบลอส์ชุดนี้ มีพ่อเป็นชาวแคเมอรูนและแม่เป็นชาวแอลจีเรีย เมื่อนับรวมนักเตะฝรั่งเศสชุดปัจจุบันมี 12 คนที่มีเชื้อสายจากทวีปแอฟริกา

มาร์เซล เดอไซญี่ กองหลังตราไก่ชุดแชมป์โลก 1998 กล่าวหลังจากช่วยทีมประสบความสำเร็จว่า ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ไม่มีการดูถูก ทุกคนมีความสุขในการอยู่ในฝรั่งเศส

ขุนพลตราไก่ใช้เพลงจากดินแดนกาฬทวีปในการสร้างความสุขให้กับทีม ปอล ป๊อกบา, เบนจามิน เมนดี้, อองตวน กรีซมันน์ เต้นกันอย่างสนุกบนเครื่องบินกับเพลง Seka Seka ของดีเจ มาเรชาล ชาวคองโก หลังจากเอาชนะอาร์เจนตินา 4-3 ในรอบ 16 ทีม ส่วนเพลง Magic in the Air ผลงานของ เมจิก ซิสเต็ม (Magic System) ที่มาจากไอวอรีโคสต์ ถูกสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสเลือกเป็นเพลงประจำทีมให้แฟนบอลได้ร้องกันในสนามแข่งขัน มาตั้งแต่ฟุตบอลโลก ครั้งที่แล้ว ที่บราซิล

ด้วยสาเหตุเหล่านี้ทำให้ชาวแอฟริกันเกือบทั้งทวีปยกให้ฝรั่งเศสเป็นทีมจากทวีปแอฟริกทีมสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ในฟุตบอลโลก 2018 และต่างร่วมฉลองในชัยชนะของทีมเลส์ เบลอส์ไปพร้อมๆ กัน


ซามูเอล อุมติตี้ ปราการหลังที่เกิดในแคเมอรูน ผู้โขกประตูชัยให้ฝรั่งเศสชนะเบลเยียม 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนบอลในบ้านเกิดของเขาไม่ต่างจากชาวฝรั่งเศส

เอ็นจิอี อีบาไอ นักข่าวชาวแคเมอรูนบอกว่า ประตูของอุมติตี้ในวันนั้นสร้างความศรัทธา พลังใจให้คนแคเมอรูนอย่างมาก ถึงขนาดว่าหนังสือพิมพ์แคเมอรูนฉบับหนึ่งพาดหัวใหญ่ว่า แคเมอรูนพาฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก และชาวแคเมอรูนในภูมิภาคที่ใช้ฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักจะเทใจเชียร์ทีมตราไก่กันทั้งนั้น ถ้าไปดูตามผับ โรงแรม หรือบาร์ใหญ่ๆ จะเห็นแฟนบอลท้องถิ่นใส่เสื้อทีมชาติฝรั่งเศสกันเต็มไปหมด

ที่มาลี หนึ่งในประเทศที่ใช้ฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก พวกเขาก็เลือกให้กำลังใจทีมตราไก่ เพราะความใกล้ชิดของภาษาพูด และสื่อต่างๆ จากฝรั่งเศสโดยตรง ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ

“ไม่ใช่แค่เรื่องอิทธิพลของสื่อ แต่ฝรั่งเศสเคยส่งกำลังทหารมาช่วยมาลีในช่วงที่มีภัยสงคราม ฟุตบอลลีกเอิงก็ถ่ายทอดให้ได้ดูกันทั้งประเทศ ทำให้รู้จักนักเตะของฝรั่งเศสกันเป็นอย่างดี” อมาดู ตูเร่ นักข่าวชาวมาลีเล่า

ขณะที่แอลจีเรียเอง อาจจะมีความคับแค้นใจจากการถูกฝรั่งเศสปกครองมาถึง 132 ปี แต่นั่นเป็นเรื่องของอดีต เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้สัมผัสกับความเจ็บปวดนั้นแล้ว จึงไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะเทใจเชียร์เอ็มบัปเป้หรือป๊อกบาอย่างที่เด็กทั่วโลกชื่นชอบกัน

ทีมเลส์ เบลอส์ แสดงให้เห็นว่าการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ที่มีความแตกต่างไม่ใช่เรื่องแย่ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อยอมรับความแตกต่างและดึงข้อดีมามัดรวมกัน ความสำเร็จก็จะถาโถมเข้ามาอย่างไม่น่าเชื่อ

บทความก่อนหน้านี้อ๋อย จี้ คสช.เปิดโอกาสพรรคการเมืองให้เท่าเทียม วอนหยุดทุ่มงบหาประโยชน์การเมือง
บทความถัดไปบังคับคดีจับมือแบงก์กสิกรไทย ขายทอดตลาดทรัพย์ กว่า 290 ล้านบาท