‘ทรูวิชั่นส์’ คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ‘พรีเมียร์ลีก อังกฤษ’ 3 ฤดูกาลรวด เริ่ม 10 ส.ค. นี้

Photo : Getty Images

ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ประกาศยืนยันคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ศึกฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” 3 ฤดูกาลรวด ตั้งแต่ซีซั่น 2019-20 จนถึง 2021-22

โดยลิขสิทธิ์ครั้งนี้ ถือเป็นการเซ็นสัญญาแบบเต็มรูปแบบ ทั้งการถ่ายทอดสด รีรัน และ ไฮไลท์ ซึ่งสามารถรับชมการแข่งขันผ่านช่องทางการสื่อสารครบวงจรครบทุกแพลตฟอร์ม ทั้งบนโทรทัศน์และออนไลน์ โดยในแพลตฟอร์มทีวี ทรูวิชั่นส์ได้รับการยืนยันเป็นเพย์ทีวีเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่ถ่ายทอดสดครบ 380 แมทช์ ตลอดฤดูกาล ดูแบบเต็มอิ่มต่อเนื่องรวม 3 ฤดูกาลนับจากนี้

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์ และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ได้พยายามอย่างต่อเนื่องในการเจรจาเพื่อให้ได้ลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-20 ถึง 2021-22 เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนบอลให้ได้เต็มอิ่มครบทุกอรรถรสกับฟุตบอลถ้วยอันดับ 1 ของโลกอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เรามีความยินดีที่การเจรจาครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จ”

“โดยทรูวิชั่นส์ได้เตรียมเปิดตัว 6 ช่องเพื่อรองรับฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดของโลก ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ พร้อมกันนั้นเรายังได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดผ่านทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ได้ครบทุกแพลตฟอร์ม”

“โดยสมาชิกที่ใช้บริการในกลุ่มทรู เช่น ทรูวิชั่นส์ ทรูมูฟเอช ทรูออนไลน์ และทรูไอดี จะได้รับชมพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้เต็มอรรถรสเช่นกัน โดยรูปแบบและวิธีการรวมถึงโปรโมชั่นพิเศษ ในการร่วมรับชมสำหรับทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่จะประกาศให้ทราบต่อไป”

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแฟนบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษชาวไทย จะได้ร่วมลุ้น ชม และเชียร์ทีมโปรด ผ่านทุกแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในเมืองไทยจากกลุ่มทรู ด้วยความสนุกสนานและสะใจแบบต่อเนื่องไปตลอด 3 ฤดูกาลหลังจากนี้ เตรียมพบกับการรับชมพรีเมียร์ลีกที่สนุกครบทุกรูปแบบ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ได้มากกว่าแน่นอน เริ่มเปิดฤดูกาลใหม่ 2019-20 วันที่ 10 สิงหาคมนี้”

มร. พอล โมนาร์ ผู้อำนวยการด้านการออกอากาศฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เผยว่า “เรารู้สึกมีความยินดีที่ได้ต้อนรับ ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป มาร่วมเป็นพันธมิตรอีกครั้ง ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษใน 3 ฤดูกาล ข้างหน้า 2019-20ถึง 2021-22 นี้ ทางทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ได้เตรียมแผนการตลาดเพื่อรองรับรายการใหญ่นี้บนหลากหลายแพลตฟอร์มภายใต้กลุ่มทรู ทำให้เรามั่นใจว่าแฟนๆ ผู้ชมชาวไทยจะได้สนุกเต็มอิ่มไปกับฟุตบอลที่ดีที่สุด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแน่นอน”

บทความก่อนหน้านี้เดินหน้าปฏิรูปการแพทย์แผนไทยเพื่อเศรษฐกิจและประโยชน์สูงสุดของประชาชน
บทความถัดไป‘มงคลกิตติ์’ บอกถ้ามีโอกาสคุมศึกษาฯ จะส่งเสริมนร.ทุกระดับ ซึมซับปวศ.ชาติไทย 800ปี