‘บุรีรัมย์’ คืนฟอร์มโหดบุกถล่ม ‘สุโขทัย’ 3-0

‘บุรีรัมย์’ คืนฟอร์มโหดบุกถล่ม ‘สุโขทัย’ 3-0

 

ฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2020 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านโดน “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาถล่มเละ 3-0 ที่ทะเลหลวง สเตเดียม

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม

สุโขทัย เอฟซี : พีระพงษ์ เรือนนินทร์ (ผู้รักษาประตู), เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร, ปัณณ์พันธุ์ พงษ์ปิ่นกอง (มูฮำหมัดนาเซ กอและ น.58), ซอว์ มิน ตุน, นุกูลกิจ ครุฑใหญ่, ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด (นรงฤทธิ์ บุญสุข น.76), ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล, ศิลา ศรีกำปัง, จุง เมียง โอห์, พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ (คัพฟ้า บุญมาตุ่น น.46), จอห์น บาจโจ้ (C)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ผู้รักษาประตู), พรรษา เหมวิบูลย์, เรนาโต เคลิช, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, ศศลักษณ์ ไหประโคน, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (C), รัตนากร ใหม่คามิ, เควิน อินเกรโซ (อัคบาร์ อิสมาตุลเลฟ น.73), จักรพันธ์ แก้วพรม (กีดี คานยุค น.81), สุภโชค สารชาติ (มาร์โก เซโปวิช น.85), ศุภชัย ใจเด็ด

เริ่มการแข่งขันครึ่งแรก สุโขทัย เอฟซี ที่มาในชุดสีส้มล้วน เป็นฝ่ายเขี่ยบอลเล่นก่อน บุกจากซ้ายไปขวา ส่วน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มาในชุดสีดำล้วน บุกจากขวามาซ้ายของสนาม

นาทีที่ 7 สุโขทัย เอฟซี ที่ครองเกมได้น้อยกว่า มาได้เตะมุมทางซ้าย จอห์น บาจโจ้ เล่นบอลสั้นทำชิ่งกับ ปัณณ์พันธุ์ พงษ์ปิ่นกอง ก่อนที่ บาจโจ้ จะเปิดบอลยัดเข้าไปในเขตโทษ จุง เมียง โอห์ พยายามจะแหย่เท้าจิ้มบอล ทว่า ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน อ่านเกมไว้แล้วรับบอลไว้ได้สบาย

นาทีที่ 13 เจ้าถิ่นมาได้ฟรีคิกระยะไกล ปัณณ์พันธุ์ พงษ์ปิ่นกอง ยืนอยู่ที่บอลก่อนจะวิ่งเข้าไปยิงบอลเหินข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 17 ค้างคาวไฟ มาได้ฟรีคิกอีกครั้งเยื้องมาทางขวา ปัณณ์พันธุ์ พงษ์ปิ่นกอง เดินเข้าไปปั่นบอลโค้งด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด บอลุ่งผ่านเสาออกหลังไป

นาทีที่ 25 ปราสาทสายฟ้า ที่โหมบุกอย่างหนักเกือบที่จะได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แทงบอลเข้าเขตโทษให้ รัตนากร ใหม่คามิ ได้จ่ายบอลต่อมาที่ปากประตู ศุภชัย ใจเด็ด วิ่งเข้ามาที่จุดนัดพบล้มตัวยิงโดยมี ศิลา ศรีกำปัง ตามประกบทำให้บอลเหินไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 26 จากความผิดพลาดของเจ้าถิ่น จักรพันธ์ แก้วพรม กระชากบอลขึ้นหน้าทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ สุภโชค สารชาติ ได้ยิงไปติดเซฟ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ก่อนที่กองหลังทีมเยือนจะช่วยกันสกัดบอลพ้นอันตรายออกมาได้

นาทีที่ 33 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โหมบุกอย่างหนักก็มาได้ประตูออกนำ จากจังหวะที่ เควิน อินเกรโซ ลากบอลจากกลางสนามขึ้นไปในแดนหน้า แล้วขยับหลอกกองหลังในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจยิงบอลทะลุช่องหายเข้าประตูไป สุโขทัย เอฟซี 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

นาทีที่ 44 สุโขทัย เอฟซี มาได้เตะมุมทางขวา ศิลา ศรีกำปัง เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ เรนาโต เคลิช โขกบอลทิ้งพ้นอันตรายออกไปได้

นาทีที่ 45+2 ค้างคาวไฟ มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย จอห์น บาจโจ้ วิ่งเข้าไปยิงด้วยเท้าขวาบอลพุ่งแฉลบกำแพงออกหลัง กลายเป็นเตะมุมของเจ้าถิ่นเท่านั้น เมื่อเปิดลูกเตะมุมเข้ามาในเขตโทษ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน รับบอลไว้ได้สบาย ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าหมดครึ่งเวลาแรก ทำให้ ปราสาทสายฟ้า บุกนำ ค้างคาวไฟ อยู่ 1-0

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 47 สุโขทัย เอฟซี มาได้เตะมุมทางขวา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล เปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ เรนาโต เคลิช โขกบอลทิ้งออกมานอกกรอบเขคโทษได้

นาทีที่ 48 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เล่นเกมเร็ว สุภโชค สารชาติ เก็บบอลได้ทางด้านขวา ก่อนจะจ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้วิ่งเข้ามายิงวิถีบอลจะเข้าประตู พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ล้มตัวปัดบอลออกหลังไปได้ เป็นเตะมุมของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

นาทีที่ 49 จากจังหวะเตะมุมทางขวา เควิน อินเกรโซ เปิดบอลด้วยเท้าซ้ายเข้าไปเกือบถึงเสาสอง ศุภชัย ใจเด็ด ได้ขึ้นโขกบอลกดลงพื้นบอลเด้งหายเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หนีเป็น 2-0

ช่วงกลางครึ่งเวลาหลังทั้ง 2 ทีมเปิดเกมเข้าแลกกันอย่างสนุก แต่ทว่าในพื้นที่สุดท้ายจังหวะลุ้นทำประตูทั้ง 2 ทีมยังคงทำได้ไม่ดีพอ

นาทีที่ 80 สุโขทัย เอฟซี มาได้ลุ้นประตู จากจังหวะที่ จอห์น บาจโจ้ ได้บอลทางซ้ายก่อนจะลากจี้เข้ามาหน้ากรอบเขตโทษแล้วตัดสินใจยิงจากระยะไกลบอลพุ่งไปเข้าซองของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน รับบอลไว้ได้สบาย

นาทีที่ 89 เจ้าถิ่นมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ซอว์ มิน ตุน ไปยกเท้าสูงยันใส่ ศุภชัย ใจเด็ด ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนจะกลับมาชูใบแดงไล่ ซอว์ มิน ตุน ออกจากสนามไป

นาทีที่ 90+3 กีดี คานยุค ตัดบอลได้ตรงกลางสนามก่อนจะลากขึ้นหน้าจ่ายให้ มาร์โก เซโปวิช ได้แตะบอลเข้าเขตโทษก่อนจะจ่ายบอลคืนหลังให้ กีดี คานยุค ได้วิ่งเข้าไปซัดด้วยเท้าซ้าย พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ต้องออกแรงปัดบอลออกหลังไป

นาทีที่ 90+6 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะ มาร์โก เซโปวิช รับบอลจาก ศุภชัย ใจเด็ด ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ มาร์โก เซโปวิช จะตบบอลไปที่หน้าปากประตู รัตนากร ใหม่คามิ วิ่งเข้ามายิงบอลเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกหนีห่างเป็น 3-0

จากนั้นผู้ตัดสินก็เป่าจบเกม ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี ไปได้ 3-0 ส่งผลให้ ปราสาทสายฟ้า คว้า 3 คะแนนไปครอง พร้อมกับขยับไปมี 17 คะแนน จากการลงสนาม 12 นัด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รวมภาพบรรยากาศการชุมนุมที่ถนนอักษะ
บทความถัดไปแฟนคลับเซอร์ไพรส์ ‘แน็ก-อาเธอร์’ ให้ ‘งูเขียวพระอินทร์’ แซวขำๆ เราว่าเราแปลกแล้ว แฟนคลับแปลกกว่า