เช็กโปรแกรม 8 ทีมหัวตาราง แย่งชิงท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีก

เช็กโปรแกรม 8 ทีมหัวตาราง แย่งชิงท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีก

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-2021เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว โดยสถานการณ์ลุ้นตำแหน่งท็อปโฟร์ ในตอนนี้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดกันเลยทีเดียว ซึ่งมีใครบ้างที่ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นพื้นที่เพื่อไปเล่นในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า มาดูโปรแกรมของแต่ละทีม และความเป็นไปได้กัน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แทบจะเรียกได้ว่าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2021 แบบไม่เป็นทางการเลยก็ได้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ระเบิดฟอร์มโหดแบบไม่มีใครมาหยุดได้จากการแข่ง 31 นัด ชนะ 23 นัด เสมอ 5 นัด แพ้ 3 นัด มีอยู่ถึง 74 คะแนน ห่างจากอันดับที่ 4 ถึง 24 คะแนน และถึงแม้ว่าจะแข่งมากกว่าอันดับ 2 อย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 1 นัด แต่ก็มีคะแนนห่างถึง 14 คะแนน นับว่าลอยลำอยู่มากพอสมควร จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของแมนฯ ซิตี้ในปัจจุบัน คงยากที่จะพลาดโอกาสชูถ้วยพรีเมียร์ลีกในปีนี้ แถมยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย นับว่าอยู่ในฟอร์มที่ใครจะเอาลงคงไม่ง่าย

โปรแกรมอีก 7 นัดที่เหลือของแมนฯ ซิตี้จะพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด (เหย้า), แอสตันวิลล่า (เยือน), คริสตัลพาเลซ (เยือน), เชลซี (เหย้า), นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (เยือน), ไบรท์ตัน (เยือน), เอฟเวอร์ตัน (เยือน)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้อยู่ในอันดับที่ 2 แข่ง 30 นัด ชนะ 17 นัด เสมอ 9 นัด แพ้ 4 นัด มีอยู่ 60 คะแนน มีแต้มห่างจากอันอับที่ 4 อยู่ถึง 8 แต้ม แม้ว่าโอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์คงจะยากมากแล้ว แต่หากยังรักษามาตรฐานของทีมได้อย่างเดิมละก็คาดว่า โอกาสจบท็อปโฟร์ ของปีศาจแดงคงไม่ใช่เรื่องยากอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่า 8 นัดที่เหลือของแมนยูฯ จะมีเกมที่หนักๆ อย่างการพบ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ตาม หากว่าแมนยูฯ พลาด 3 นัดนี้ แต่สามารถเก็บนัดอื่นๆ ได้ ก็ยังไม่ถึงกับเสียตำแหน่งพื้นที่ท็อปโฟร์อยู่ดี จึงคาดว่าโอกาสได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของแมนยูฯ นั้นแทบจะการันตีไปแล้ว

โปรแกรมอีก 8 นัดที่เหลือของแมนยูฯ จะพบกับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (เยือน), เบิร์นลีย์ (เหย้า), ลีดส์ ยูไนเต็ด (เยือน), ลิเวอร์พูล (เหย้า), แอสตันวิลล่า (เยือน), เลสเตอร์ ซิตี้ (เหย้า), ฟูแล่ม (เหย้า), วูล์ฟแฮมป์ตัน (เยือน)

เลสเตอร์ ซิตี้
สำหรับอันดับที่ 3 ของตารางอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีคะแนนห่างจากที่ 4 อยู่ 4 คะแนน จากทำผลงานการแข่ง 30 นัด ชนะ 17 นัด เสมอ 5 นัด แพ้ 8 นัด มีอยู่ 56 คะแนน ซึ่งอีก 8 นัด กับ 24 คะแนนที่เหลือของเลสเตอร์ ซิตี้ โดยนัดต่อไปจะต้องไปฟาดฟันตัดแต้มกับที่ 4 อย่าง “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ 3 นัดสุดท้ายสุดโหด อย่างการต้องเจอ แมนยูฯ, เชลซี และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งทั้งเชลซีและสเปอร์ ก็เป็นอีก 2 ทีมที่ลุ้นแย่งพื้นที่ ท็อปโฟร์อยู่เหมือนกัน นับว่าสถานการณ์โค้งสุดท้ายของจิ้งจอกสยามยังไม่สามารถไว้วางใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่าเลสเตอร์ ซิตี้ จะเอาตัวรอดจากนัดที่ต้องเจอกับทีมต่างๆ ที่ลุ้นท็อปโฟร์ด้วยเหมือนกันได้หรือไม่

โปรแกรมอีก 8 นัดที่เหลือของเลสเตอร์ ซิตี้ จะพบกับ เวสต์แฮม (เยือน), เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (เหย้า), คริสตัลพาเลซ (เหย้า), เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน), นิวคาสเซิล (เหย้า), แมนยูฯ (เยือน), เชลซี (เยือน), ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (เหย้า)

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
ทีมม้ามืดที่ฟอร์มแรงสุดๆ จนถึงขั้นเขยิบขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ท็อปโฟร์แล้วในตอนนี้ จากผลงาน 30 เกมที่ผ่านมา ชนะ 15 นัด เสมอ 7 นัด แพ้ 8 นัด มี 52 คะแนน แต่ก็ใช่ว่าจะได้จบอันดับที่ 4 แบบสวยๆ เพราะในโซนอันดับที่ 4-8 นี้ เรียกได้ว่าคะแนนไล่บี้กันมันหยดเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีคะแนนห่างจากอันดับที่ 8 อย่าง “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน อยู่ 5 คะแนน แต่ว่าเอฟเวอร์ตันแข่งน้อยกว่า 1 นัด และทั้ง 2 ก็จะต้องโคจรมาพบกันอีกด้วย ไหนจะต้องเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ และเชลซีที่ตามหลังมาติดๆ อีก เรียกว่าเข้มข้นในการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์กันทั้งนั้น

โปรแกรมอีก 8 นัดที่เหลือของเวสต์แฮม ยูไนเต็ดจะพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ (เหย้า), นิวคาสเซิล (เยือน), เชลซี (เหย้า) เบิร์นลีย์ (เยือน), เอฟเวอร์ตัน (เหย้า), ไบรท์ตัน (เยือน), เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (เยือน), เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า)

เชลซี
อันดับที่ 5 อย่าง เชลซีที่ แข่ง 30 นัด ชนะ 14 นัด เสมอ 9 นัด แพ้ 7 นัด มีอยู่ 51 แต้มจี้หลังเวสต์แฮมอยู่แค่แต้มเดียวเท่านั้น เรียกว่ายังอยู่ในเส้นทางลุ้นจบท็อปโฟร์ แต่เส้นทาง 8 นัดที่เหลือของเชลซีก็เรียกว่าไม่ง่าย เพราะต้องพบเวสต์แฮมในศึกลอนดอน ดาร์บี้ ต่อด้วยพบกับบอลหนีตายอย่างฟูแล่ม ที่กำลังหนีตาย ซึ่งไม่ใช่งานง่าย รวมทั้ง 3 นัดกับทีมบิ๊กๆ ไม่ว่าจะเจอว่าที่แชมป์อย่างแมนฯ ซิตี้ และ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่ถึงแม้จะอยู่ในอันดับที่ไม่ดีนัก แต่อาร์เซน่อลก็ยังเป็นอาร์เซน่อล คงไม่ใช่งานง่าย และไหนจะต้องเจอ เลสเตอร์ ซิตี้ อีก เรียกว่าหนักหน่วงเลยทีเดียว

โปรแกรมอีก 8 นัดที่เหลือของเชลซีจะพบกับคริสตัลพาเลซ (เยือน), ไบรท์ตัน (เหย้า), เวสต์แฮม (เยือน), ฟูแล่ม (เหย้า), แมนฯ ซิตี้ (เยือน), อาร์เซน่อล (เหย้า), เลสเตอร์ ซิตี้ (เหย้า), แอสตันวิลล่า (เยือน)

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์
อีกหนึ่งทีมที่อยู่ในเส้นทางท็อปโฟร์ อย่างที่บอกว่า อันดับ 4-8 คะแนนไม่ได้ต่างกันเยอะ สเปอร์ส อันดับที่ 6 ของตารางในปัจจุบันแข่ง 30 นัด ชนะ 14 นัด เสมอ 7 นัด แพ้ 9 นัด มีอยู่ 49 คะแนน ห่างจากอันดับ 4 เพียง 3 แต้ม สเปอร์สเป็นทีมที่มีลูกได้เสีย ดีที่สุดในบรรณดาอันดับที่ 4-8 ที่มีคะแนนไล่ๆ กันอยู่ในตอนนี้ และสเปอร์เป็นทีมที่ฤดูกาลนี้สามารถชนะแมนฯ ซิตี้ และ แมนยูฯ ได้ด้วย แม้ว่าหลังๆ มานี้อาจจะฟอร์มแผ่วลงไปบ้างก็ตาม แต่ยังเหลืออีก 8 นัด ให้สเปอร์สได้เก็บอีก 24 แต้ม ก็ต้องรอดูจะสามารถขึ้นมายึดพื้นที่ท็อป 4 ได้ไหม

โปรแกรมอีก 8 นัดที่เหลือของท็อตแนม ฮอตสเปอร์จะพบกับ แมนยูฯ (เหย้า), เอฟเวอร์ตัน (เยือน), เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า), เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เหย้า), ลีดส์ ยูไนเต็ด (เยือน), วูล์ฟแฮมป์ตัน (เหย้า), แอสตันวิลล่า (เหย้า), เลสเตอร์ ซิตี้ (เยือน)

ลิเวอร์พูล
สำหรับหงส์แดงที่พลาดฟอร์มหลุดลุ่ยไปช่วงหนึ่ง ทำให้ตอนนี้แข่ง 30 นัด ชนะ 14 นัด เสมอ 7 นัด แพ้ 9 นัด มีอยู่ 49 คะแนน ห่างจากโซนท็อป 4 อยู่ 3 คะแนน มีแต้มเท่ากับอันดับที่ 6 อย่างสเปอร์ส ก็ยังเป็นอีกทีมหนึ่งที่ลุ้นแย่งพื้นยุโรป โปรแกรมที่เหลืออาจจะไม่ได้หนักมากเท่ากับทีมอื่นก็ตาม แต่ก็มีศึกแดงเดือดที่จะต้องออกไปเยือนแมนยูฯ และมีต้องพบบอลท้ายตารางอย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ถ้าลิเวอร์พูลสามารถเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้เหมือนที่ผ่านมา โอกาสในการจบท็อปโฟร์ ฤดูกาลนี้ก็อาจจะยังเป็นไปได้

โปรแกรมอีก 8 นัดที่เหลือของลิเวอร์พูลจะพบกับ แอสตันวิลล่า (เหย้า), ลีดส์ ยูไนเต็ด (เยือน), นิวคาสเซิล (เหย้า), แมนยู (เยือน), เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า), เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (เยือน), เบิร์นลีย์ (เยือน), คริสตัล พาเลซ (เหย้า)

เอฟเวอร์ตัน
สำหรับทีมสุดท้ายที่คิดว่ายังมีสิทธิลุ้นจบท็อปโฟร์ ได้อยู่อย่างเอฟเวอร์ตัน ที่แข่ง 29 นัด ชนะ 14 นัด เสมอ 5 นัด แพ้ 10 นัด มี 47 คะแนน ห่างจากอันดับที่ 4 อยู่ 5 แต้มก็จริง แต่เอฟเวอร์ตันมีนัดตกค้างที่จะต้องออกไปเยือนแอสตันวิลล่า ทำให้แข่งน้อยกว่าทีมอื่นอยู่ 1 นัด ซึ่งหากนัดที่ 30 เอฟเวอร์ตันชนะ ก็จะทำให้มี 50 คะแนน แซงสเปอร์ส และลิเวอร์พูล ไปอยู่ที่อันดับ 6 และเหลือช่องว่างตามหลังอันดับที่ 4 เพียงแค่ 2 แต้ม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะยังมีเกมที่ต้องตัดกับสเปอร์สเอง รวมถึงต้องเจอกับอาร์เซน่อล และจ่าฝูงของตารางอย่างแมนฯ ซิตี้ ในนัดสุดท้ายด้วย

โปรแกรมอีก 9 นัดที่เหลือของเอฟเวอร์ตันจะพบกับ แอสตันวิลล่า *นัดตกค้าง* (เยือน) ไบรท์ตัน (เยือน), ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (เหย้า), อาร์เซน่อล (เยือน), แอสตันวิลล่า (เหย้า), เวสต์แฮม (เยือน), เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เหย้า), วูล์ฟแฮมป์ตัน (เหย้า), แมนฯ ซิตี้ (เยือน)

โค้งสุดท้ายแล้วกับการแข่งขันที่ผ่านมา บทสรุปจะเป็นอย่างไร ใครจะคว้าตั๋วลุยศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ อีกไม่กี่อึดใจเราจะได้รู้กัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เอกชน กังวลโควิดรอบนี้ หวั่นรัฐคุมไม่อยู่สั่งงดเดินทางอีกครั้ง ทำท่องเที่ยวกระอักเลือด
บทความถัดไปเปิด 4 อุตฯดาวเด่น ธุรกิจโตวันโตคืน