แรงบันดาลใจจาก ‘ยูโร 2020’ ในวันแย่ๆ ของ ‘เมอร์เซเดส เอเอ็มจี’

แรงบันดาลใจจาก ‘ยูโร 2020’ ในวันแย่ๆ ของ‘เมอร์เซเดส เอเอ็มจี’

ฟุตบอลไม่ได้เป็นกีฬาที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่รักหรือเล่นมันเท่านั้น แต่ขยายวงกว้างไปในวงการอื่นๆ แบบไม่น่าเชื่อ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นยูโร 2020 ส่งต่อพลังบวกไปให้กับทีมฟอร์มูล่าวันชื่อดังอย่าง เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ทีมแชมป์รถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก “ฟอร์มูล่าวัน” 7 สมัยหลังสุด ในการลุ้นแชมป์เอฟวันฤดูกาลนี้ ซึ่งผ่านไปแล้ว 8 สนาม

โตโต้ โวล์ฟฟ์ ซีอีโอของเมร์เซเดส เอเอ็มจี เป็นชาวออสเตรีย และในวันที่ทีมชาติออสเตรียลงเตะยูโร 2020 รอบ 16 ทีม ที่เจอกับอิตาลี โวล์ฟฟ์นั่งเชียร์ทีมชาติพร้อมกับ สเตฟาโน่ โดเมนิคาลี่ ประธานเอฟวันชาวอิตาเลียน 

เกมนั้นออสเตรียสู้จนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ มีโอกาสขึ้นนำแต่วีเออาร์ไม่เป็นใจ อิตาลียิงนำ 2-0 จากตัวสำรองอย่าง เฟเดริโก้ เคียซ่า และ มัตเตโอ เปสซิน่า ก่อนที่ ซาซ่า คาไลชิช จะยิงไล่มา 1-2 แต่ก็ไม่ทัน

“วันนั้นสเตฟาโน่กังวลมาก เพราะออสเตรียโชว์สปิริตอย่างน่าเกรงกลัว  การยันเสมอกับทีมที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในยุโรปอย่างอิตาลีได้ใน 90 นาที เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมแล้ว สิ่งที่ผมชื่นชมนักเตะออสเตรียทีมนี้ คือ การที่โดนนำ 2-0 แต่กลับเดินหน้าสู้ต่อ พวกเขาหวังว่าจะตีเสมอให้ได้ เพื่อจะไปลุ้นกันในการดวลจุดโทษ” โวล์ฟฟ์กล่าว

โวล์ฟฟ์ใช้ออสเตรียชุดยูโร 2020 เป็นตัวอย่างให้กับนักขับเมอร์เซเดส เอเอ็มจี ในการต่อสู้เพื่อแชมป์เอฟวันในปีนี้ ถึงแม้จะครองแชมป์มาใน 7 ปีหลัง แต่ ลูอิส แฮมิลตัน นักซิ่งตัวเก่งของทีมก็ยังมีคะแนนตามหลัง แม็กซ์ เวอร์สเต็ปเพ่น ของทีม เรดบูลล์ อยู่ 6 คะแนน แต่การแข่งขันในฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล มีให้ลุ้นกันอีกถึง 15 สนาม

“ถ้าหัวใจคุณเป็นนักสู้ คุณก็จะสามารถกลับมาสู่เส้นทางที่ได้ลุ้นอีกครั้ง เหมือนที่ฟุตบอลทีมชาติออสเตรียแสดงให้เห็น พวกเขาสู้ทุกทาง ถึงแม้สุดท้ายจะแพ้และตกรอบไปก็ตาม” ซีอีโอของเมร์เซเดส เอเอ็มจีกล่าว

ในทางกลับ เมื่อฟุตบอลเป็นแรงบันดาลใจให้เอฟวันได้ เอฟวันก็จุดประกายบางอย่างให้ฟุตบอลได้เช่นกัน

ย้อนไปเมื่อปี 2019 แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษได้ใช้เวลาในช่วงซัมเมอร์ไปเยี่ยมเยียนสำนักงานใหญ่ของเมอร์เซเดส ซึ่งโวล์ฟฟ์ได้พาเซาธ์เกตทัวร์ทั่วทั้งสำนักงานและโรงงาน 

เซาธ์เกตบอกว่า ช่วงนั้นได้ไปทัวร์ที่เมอร์เซเดส 2 วัน รู้สึกประหลาดใจกับการที่เมอร์เซเดสเน้นรายละเอียดในเรื่องต่างๆ อย่างเจาะลึก ทำให้รู้เลยว่าที่ตรงนั้นมีบรรยากาศที่ดีมากแห่งหนึ่งเท่าที่เคยไปสัมผัสสถานที่ต่างๆ มา 

“คุณต้องเข้าใจหน้าที่ของทุกคนในโรงงานและสำนักงาน รวมทั้งต้องเข้าใจโลกของคนเหล่านั้นด้วย เพราะมันทำให้ทุกๆ ส่วนของบริษัทดูดีไปหมด แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าทีมสต๊าฟของผมจะทำแบบเมอร์เซเดสได้มั้ย  แน่นอนว่าทีมงานของผมมีความชำนาญในเรื่องของตัวเองทั้งนั้น ผมจะต้องให้พื้นที่พวกเขาในการทำงานให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าทุกคนทำได้แบบนั้น โอกาสที่เราจะเป็นฝ่ายชนะคู่แข่งก็เป็นไปได้เช่นกัน” ผู้จัดการทีมสิงโตคำรามกล่าว

สิ่งที่เซาธ์เกตเอาออกมาจากโรงงานของเมอร์เซเดสส่งผลให้เห็นในยูโร 2020 โดยเฉพาะในเกมที่อังกฤษชนะเยอรมนี 2-0 ในรอบ 16 ทีม แสดงให้เห็นความละเอียดในการวางแผน และใส่ใจกับทุกตำแหน่งในสนามว่าควรจะต่อสู้กับทีมอินทรีเหล็กอย่างไร ไม่ให้อับอายคาเวมบลีย์เหมือนในอดีต 

เมอร์เซเดสเองก็ได้รับพลังใจดีๆ จากทั้งออสเตรียและอังกฤษที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมศักดิ์ศรีในสนามตลอด 4 นัดที่ผ่านมา บุคคลทั้งสองวงการต่างแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และซึมซับจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาปรับใช้กันได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตาม อังกฤษยังไม่ได้ไปถึงแชมป์ยูโร เมอร์เซเดส เอเอ็มจีก็ไม่ได้เสียแชมป์เอฟวัน ภารกิจของทั้งคู่ยังมีเรื่องหนักหนาสาหัสรออยู่ ทีมสิงโตคำรามต้องเรียกความยิ่งใหญ่กลับมา เพราะไม่ได้แชมป์อะไรเลยมา 55 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลก 1966 ในบ้านตัวเอง ส่วนเมอร์เซเดส เอเอ็มจี ก็ไม่เสียแชมป์มาแล้ว 7 ปี และคงไม่อยากพลาดในปีนี้

เอฟวันในสุดสัปดาห์นี้จะแข่งขันที่ออสเตรีย ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม รัฐบาลออสเตรียอนุญาตให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตกว่า 90,000 คนเข้าชมได้อย่างเต็มที่ และแฟนบอลเนเธอร์แลนด์ที่เจ็บปวดมาจากการแพ้เช็ก 0-2 ตกรอบ 16 ทีม ก็อาจจะได้เปลี่ยนบรรยากาศมาเลียแผลใจด้วยการเชียร์ เวอร์สเต็ปเพ่น นักซิ่งคนบ้านเดียวกัน ให้ขึ้นโพเดียมอีกสนาม

ต่อจากนั้นไปบู๊กันที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ รายการ “บริติช กรังด์ปรีซ์” ระหว่างวันที่ 16-18 กรกฎาคม รัฐบาลอังกฤษจะให้มีผู้เข้าชมได้ถึง 140,000 คน ซึ่งส่งผลดีต่อแฮมิลตันที่จะได้เสียงเชียร์จากชาวอังกฤษ และกลับมาไล่ล่าแชมป์ให้เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ได้อีกสมัย ไม่แน่ว่าก่อนหน้านั้นเขาอาจจะได้ฉลองแชมป์ยูโร 2020 กับทีมสิงโตคำรามไปก่อนแล้วก็ได้

เมื่อนักกีฬาและทีมงานต่างมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะ ย่อมต้องมีฝ่ายที่สมหวังและผิดหวัง แต่ผู้รับประโยชน์ไปเต็มๆ คือแฟนกีฬาที่ได้เห็นการต่อสู้กันของยอดนักกีฬาทั้งหลายที่เต็มไปด้วยความสามารถ และแฟนๆ สามารถเอาสิ่งที่เห็นมาเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตของตัวเองให้เดินหน้าได้อย่างมีพลัง 

ในช่วงเวลาที่ทั้งโลกกำลังเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้ไวรัสร้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุชาดา’ โพสต์ไอจีขอลาออกจากตำแหน่งโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม
บทความถัดไปสงขลาอ่วม! พบป่วยโควิดวันเดียว เกือบ 300 ราย ทำยอดสะสมพุ่ง 5,735 ราย