ฮีโร่โอลิมปิกคนไหนรวยที่สุดในอาเซียน?

ฮีโร่โอลิมปิกคนไหนรวยที่สุดในอาเซียน?

ผลงานของนักกีฬาชาติอาเซียนในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้ไปแล้ว 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง และน่าจะยังไม่หยุดแค่นี้

นักกีฬาที่ได้เหรียญเริ่มจาก “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เทควันโดสาวไทยที่ได้เหรียญทองในรุ่น 49 กก.หญิง ต่อด้วยเหรียญทองของ ไฮดิลีน ดิอาซ จอมพลังสาวฟิลิปปินส์ ในยกน้ำหนัก รุ่น 55 กก.หญิง ซึ่งเป็นเหรียญทองประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่เคยได้มาก่อน อินโดนีเซียก็มีแล้ว 1 เหรียญทอง จากแบดมินตัน หญิงคู่ อาพริยานี่ ราฮายู – เกย์เซีย โปลี่ ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่หญิงเดี่ยวได้เหรียญด้วย

1 เหรียญเงินมาจากยกน้ำหนัก 61 กก.ชาย ยูลี่ อิราวาน เอโก้ จากอินโดนีเซีย 4 เหรียญทองแดง จากแบดมินตัน ชายเดี่ยว แอนโธนี่ย์ กินติง จากอินโดนีเซีย, ยกน้ำหนัก 73 กก.ชาย เออร์วิน ราห์มัท จากอินโดนีเซีย, ยกน้ำหนัก 49 กก.หญิง คันติกา วินดี้ จากอินโดนีเซีย และแบดมินตัน ชายคู่ อารอน เชียะ – วุย ยิก โซ จากมาเลเซีย

สำหรับไทยจะมีอีกแน่ๆ 1 เหรียญ จาก “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี นักชกรุ่น 60 กก.หญิง ที่เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว อย่างน้อยมีเหรียญทองแดงติดมือแล้ว 

ขณะที่ชาติที่เคยได้เหรียญทองจาก 5 ปีที่แล้ว อย่างเวียดนามและสิงคโปร์ก็ยังไม่มีเหรียญรางวัลติดมือ

สิ่งที่น่าใจเมื่อเกิดฮีโร่ขึ้นแล้ว คือ ฮีโร่เหล่านั้นจะได้รางวัลแห่งความสำเร็จเป็นอะไร เท่าไรกันบ้าง

ดิอาซ จอมพลังฮีโร่เหรียญทองแรกของฟิลิปปินส์ จะได้รับรางวัลจากรัฐบาลเป็นเงิน 10 ล้านเปโซ หรือประมาณ 6 ล้านบาท แต่ไม่จบแค่นั้นสื่อฟิลิปปินส์รายงานว่า เพราะ มานูเอล ปันกิลินัน เศรษฐีคนบ้านเดียวกันและบริษัทห้างร้านอื่นๆ จะมอบรางวัลบให้เธอออีก ประธานาธิบดี โรดริโก้ ดูแตร์เต ควักเงินส่วนตัวให้อีก 3 ล้านเปโซ คาดว่าเงินสดที่ดิอาซจะได้อยู่ที่ 36 ล้านเปโซ หรือกว่า 20 ล้านบาท 

นอกจากเงินสดแล้ว ยังมีบ้านและรถที่ดิอาซจะได้รับด้วย บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ในประเทศประกาศอัดฉีดคอนโด มูลค่าเกือบ 8 ล้านบาท ในกรุงมะนิลาให้อีก บริษัทรถยนต์จากจีนก็จะมอบรถแวน 13 ที่นั่งให้อีก 1 คัน

ด้านฮีโร่สาวของไทย พาณิภัคที่เสร็จสิ้นภารกิจไปก่อนหน้านี้ จะได้รับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ 12 ล้านบาท เงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เดือนละ 12,000 บาท รวมเวลา 20 ปี เป็นเงิน 2.88 ล้านบาท สหพันธ์สมาคมกีฬาแห่งชาติ และชมรมกอล์ฟหลักสูตรสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เพื่อความมั่นคงขั้นสูง 1 ล้านบาท, มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 1 ล้านบาท, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 3 ล้านบาท, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 1 ล้านบาท, นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 ล้านบาท รวมตอนนี้อยู่ที่ 21.88 ล้านบาท และน่าจะยังมีเพิ่มอีก

สำหรับสุดาพรที่ยังมีลุ้นมากกว่าเหรียญทองแดง ก็ต้องรอดูกันว่าจะทำผลงานได้เหรียญอะไร แต่คร่าวๆ ถ้าไปถึงเหรียญทอง น่าจะมีเงินติดบัญชีมากกว่า 20 ล้านบาทไปแล้ว นอกจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ 12 ล้านบาทแล้ว สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยก็ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะอัดฉีด 10 ล้านบาทถ้าได้เหรียญทอง ไม่นับรวมจากผู้ใหญ่ใจดีอื่นๆ อีกจำนวนมาก

ถ้าเป็นเหรียญเงิน จะได้รับเงินสด 7.2 ล้านบาท เหรียญทองแดง 4.8 ล้านบาท ยังไม่นับรวมเงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย

อินโดนีเซียที่ได้เหรียญเป็นกอบเป็นกำที่สุดในชาติอาเซียนเวลานี้ มอบเงินอัดฉีดเหรียญทอง 5 พันล้านรูเปีย หรือ 10.38 ล้านบาท เหรียญเงิน 2 พันล้านรูเปีย หรือ 4.6 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 1 พันล้านรูเปีย หรือ 2.3 ล้านบาท

มาเลเซียมอบเงินอัดฉีดให้นักกีฬาที่ได้เหรียญทอง 237,000 ดอลลาร์สหรัฐ (7.6 ล้านบาท) เงินเดือนอีก 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ (38,400 บาท)  เหรียญเงิน 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ(2.27 ล้านบาท) เงินเดือนอีก 700 ดอลลาร์สหรัฐ(22,400 บาท) และเหรียญทองแดง 24,000 ดอลลาร์สหรัฐ (7.7 แสนบาท) เงินเดือนอีก 470 ดอลลาร์สหรัฐ(15,000 บาท)

แต่ถ้าพิจารณาจากประเทศที่อัดฉีดฮีโร่มากที่สุดในโลก ต้องยกให้สิงคโปร์ รัฐบาลสิงคโปร์อัดฉีดเหรียญทอง 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์(24 ล้านบาท) เหรียญเงิน 5 แสนดอลลาร์สิงคโปร์(12 ล้านบาท) และเหรียญทองแดง 2.5 แสนดอลลาร์สิงคโปร์(6.5 ล้านบาท) 

รองลงมาเป็นไต้หวัน กั๊วะ ซิง ชุน นักยกน้ำหนักแชมป์รุ่น 59 กก.หญิง ได้รับแน่ๆ แล้ว 20 ล้านดอลลาร์ไต้หวันจากรัฐบาล หรือราวๆ 23 ล้านบาท ไม่นับรวมจากภาคเอกชนอื่นๆ แม้แต่นักกีฬาที่จบอันดับ 4-8 ก็ยังมีเงินรางวัลให้ นักกีฬาไต้หวันที่จบอันดับ 8 จะได้รับเงินประมาณ 1 ล้านบาท เท่ากับเงินโด๊ปที่นักกีฬาสหรัฐอเมริกาจะได้รับเมื่อได้เหรียญทองเลยทีเดียว

ถ้าดูจากความยั่งยืนในการมอบเงินรางวัล เอสโตเนียทำได้น่าสนใจด้วยการมอบเป็นเงินเดือน สำหรับเจ้าของเหรียญทองจะได้รับ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี(176,000 บาท) หลังจากเข้าสู่วัยเกษียณแล้วจะได้รับเงินเพิ่มเข้าไปอีก

เงินอัดฉีดที่มากมายขนาดนี้เป็นผลตอบแทนการทำงานอย่างหนักมาตลอดทั้งชีวิตของนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ วันที่กำเงินล้านในมือ ผู้คนอาจจะมองว่าเป็นวันที่มีความสุข แต่ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เสียน้ำตา เสียเหงื่อ เจอกับความเจ็บปวดมามากมาย

ซึ่งสิ่งที่ได้รับก็คุ้มค่าแล้วก็สิ่งที่ลงทุนลงแรงไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon