หน้าแรก Sport Slide ‘ช้างศึ...

‘ช้างศึก’ ฟัด ‘ปินส์’ คิงส์คัพที่สงขลา 2 ทุ่มตรง 11 ต.ค. อีกคู่ ‘ซีเรีย’ ปะทะ ‘ทาจิ’

13.09.24 | 15:19 น.

‘ช้างศึก’ ฟัด ‘ปินส์’ คิงส์คัพที่สงขลา 2 ทุ่มตรง 11 ต.ค. อีกคู่ ‘ซีเรีย’ ปะทะ ‘ทาจิ’

 

หลังจากทีมฟุตบอลไทย ชุดใหญ่ ที่มี มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นคุมทัพ ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่ 3 ของศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ทำให้โปรแกรมปฏิทินฟีฟ่าเดย์เดือนตุลาคม ระหว่างวันที่ 7-15 ตุลาคม 2567 จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 50 ซึ่งเป็นเกมนานาชาติ International ‘A’ Match แทนที่ โดยล่าสุดทีมชาติไทยภายใต้การนำของ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่น เพิ่งจะบุกไปปราบคู่ปรับเก่า “ดาวทอง” เวียดนาม ที่มีดิ่ง สเตเดียม กรุงฮานอย 2-1 นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ห้องประชุมติณสูลานนท์ ชั้น 3 สนามกีฬาติณสูลานนท์ จ.สงขลา ได้มีการจัดงานแถลงข่าวพร้อมจับสลากประกบคู่ศึกฟุตบอล “คิงส์คัพ 2024” ซึ่งจะมี 4 ชาติร่วมฟาดแข้งนำโดยเจ้าภาพไทย ทีมอันดับ 101 ของโลก, ซีเรีย ทีมอันดับ 93 ของโลก, ทาจิกิสถาน ทีมอันดับ 103 ของโลก และ ฟิลิปปินส์ ทีมอันดับ 147 ของโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร (ฝ่ายจัดการแข่งขัน) และนายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 50 อย่างเป็นทางการ

Advertisement

ไฮไลต์ของงานคือ การจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศ ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทย พบ ฟิลิปปินส์ อีกคู่ ซีเรีย พบ ทาจิกิสถาน โดยรอบรองชนะเลิศ แข่งขันในวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2567 คู่แรกเวลา 16.30 น. ซีเรีย พบ และคู่ที่สองเวลา 20.00 น. ทีมชาติไทย พบ ฟิลิปปินส์

ส่วนรอบชิงอันดับ 3 และรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2567 เริ่มจากคู่ชิงอันดับ 3 เวลา 16.30 น. และคู่ชิงชนะเลิศเวลา 20.00 น. โดยการแข่งขันครั้งนี้จะหวดแข้งกันที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ ทุกคู่
สำหรับทีมชาติไทย เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ทั้งหมด 17 ครั้งจากการจัดการแข่งขัน 49 ครั้งที่ผ่านมา โดยผลงานหนล่าสุดในปี 2023 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ ทัพ “ช้างศึก” เอาชนะ เลบานอน 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่รอบชิงชนะเลิศจะไปแพ้การดวลจุดโทษต่อ อิรัก 4-5 หลังเสมอในเวลาปกติ 90 นาที 2-2

มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า หลังเกมกับเวียดนามได้มีการบอกนักเตะไปว่าหลังกลับจากแคมป์ทีมชาติให้พยายามพัฒนายกระดับตัวเองให้สูงขึ้นกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันเพื่อโอกาสกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในรอบต่อไป หลังจากนี้ก็จะต้องตามดูฟอร์มนักเตะในไทยลีกเพื่อที่จะนักเตะที่มีผลงานที่ดีเข้ามาในรายการต่อไป

แฟนบอลที่สนใจ สามารถซื้อได้ที่ เว็บไซต์ https://www.thaiticketmajor.com/sport/football-50th-kings-cup-2024.html และจุดจำหน่ายไทยทิคเก็ตเมเจอร์ สาขาหลัก 11 สาขา ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ราคาบัตร

โซน WA/WB/WC/WD : 600 บาท และ AWAY 600 บาท
โซน E : 500 บาท
โซน N1 / N2 / N3 : 300 บาท
โซน S1 / S2 / S3 :300 บาท

รายละเอียดบัตร : บัตร 1 ใบ (ต่อ 1 วัน) สามารถเข้าชมการแข่งขันได้ 2 แมตช์

ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน กล่าวว่า ในนามตัวแทนของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งวันนี้ขอเป็นตัวแทนท่านนายกสมาคมฯ นางนวลพรรณ ล่ำซำ และสภากรรมการสมาคมฯ นักกีฬาและผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ทุกคนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเยือนดินแดนเมืองท่าที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของชาวภาคใต้ เป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยว สังคม วัฒนธรรม รวมถึงด้านกีฬา ที่มีการส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาวงการฟุตบอลทั้งในระดับทีมชาติไทย ระดับลีกอาชีพมาอย่างยาวนาน

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ เป็นรายการที่สำคัญมาก ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพราะเป็นถ้วยที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ให้กับวงการฟุตบอลไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 จนมาถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยได้จังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้านเข้ามาเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 50 ที่นับเป็นปีมหามงคลของประเทศ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา โดยฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ยังถือเป็นฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติ ที่เก่าแก่ที่สุดอันดับ 2 ในทวีปเอเชีย อีกด้วย

สำหรับ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีนโยบายสร้างกระแสนิยมฟุตบอลไทยให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้แฟนฟุตบอลได้มีส่วนร่วม และใกล้ชิดกับการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติ รวมถึงยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล เช่นเดียวกับครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 9 ที่สมาคมฯ ออกมาจัดการแข่งขันที่ต่างจังหวัด โดย สงขลา ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการของ สมาคมฯ มีความพร้อมรอบด้าน ตามมาตรฐานของเอเอฟซี ทั้งสนามแข่งขัน, สนามซ้อม และที่พัก ที่สำคัญ ยังเป็นจังหวัดที่มีความคลั่งไคล้ฟุตบอลมากที่สุดในประเทศไทย จากสถิติ ยอดแฟนบอลสูงสุดตลอดกาลที่เคยเกิดขึ้นที่ “สงขลา” ด้วยจำนวน 36,715 คน ในฟุตบอลดิวิชั่น 1 ปี พ.ศ.2554

การแข่งขันครั้งนี้ จะเป็นการแข่งขันในระดับ FIFA International A Match โดยมี 4 ทีม เข้าร่วม ประกอบด้วย ทีมชาติไทย อันดับ 101 ของโลก และ แชมป์สูงสุด 15 สมัย, ทีมชาติซีเรีย อันดับ 93 ของโลก, ทีมชาติทาจิกิสถาน อันดับ 103 ของโลก และแชมป์เมื่อปี 2022 และทีมชาติฟิลิปปินส์ อันดับ 147 ของโลก จะแข่งขันนัดแรก รอบรองชนะเลิศ วันที่ 11 ตุลาคม 2567 และนัดชิงชนะเลิศ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2567 ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ แห่งนี้

แน่นอนว่า ฟุตบอลทีมชาติไทย ยังไม่เคยคว้าแชมป์ถ้วยนี้ นอกกรุงเทพฯ แต่ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ และหวังว่าครั้งแรกนี้จะเกิดขึ้น ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งนอกจาก ผู้ฝึกสอน และนักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่พร้อมทำงานกันอย่างหนักแล้ว อยากฝากแฟนฟุตบอลชาวสงขลา, ภาคใต้ และทั่วประเทศไทย ส่งแรงเชียร์ แรงใจ มาให้ทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

สุดท้ายนี้ เชื่อว่าพี่น้องชาวสงขลา ทุกคนกำลังรอคอยการแข่งขันนี้ เพราะนับตั้งแต่ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ.2541 นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี ที่ ฟุตบอลชาติไทยชุดใหญ่ กลับมาเยือนสนามที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีกครั้ง เราหวังว่าจะได้เห็นบรรยากาศ “สนามแตก” เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และกลับมาคว้าแชมป์ คิงส์คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี

ด้าน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในนามประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 50 ประจำปี 2567 กล่าวว่า “จังหวัดสงขลามีความพร้อมในการจัดการแข่งขันฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 50 ประจำปี 2567 เป็นอย่างมาก หลังรอคอยการเป็นเจ้าภาพมาถึง 56 ปี”

“ผมในนามประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ขอขอบคุณสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, ภาครัฐและเอกชนที่ช่วยกันสนับสนุนให้มีการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสงขลานั้น ได้มีเป้าหมายที่จะทำให้ “จังหวัดสงขลาเป็นเมืองกีฬา หรือ Sport City” ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการจัดการแข่งขันในกีฬาทุกประเภท ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนเป็นต้นกล้าด้านกีฬาในแต่ละประเภท มีการจัดตั้งคณะกรรมการกีฬาแห่งจังหวัดสงขลาและกองทุนคณะกรรมการกีฬาจังหวัดสงขลาขึ้น”

“จังหวัดสงขลามีความเชื่อมั่นว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน ‘คิงส์คัพ’ ครั้งที่ 50 ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ต้นกล้าเด็ก เยาวชนสงขลามีแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ สงขลาครั้งนี้ จะช่วยตอบโจทย์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ อันได้แก่ จังหวัดสงขลา นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล พัทลุง และนครศรีธรรมราช โดยในช่วงการแข่งขันวันที่ 11 และ 14 ตุลาคม 2567 จังหวัดสงขลาคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดสงขลาหลายหมื่นคน จะสามารถกระตุ้นระบบเศรษฐกิจที่ซบเซาในพื้นที่ได้หลายร้อยล้านบาท และรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว เจ้าภาพการแข่งขันจะมอบให้แก่กลุ่ม ชมรม สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาใน 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความสำเร็จ ‘สงขลาเมืองกีฬา’ ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นระบบเศรษฐกิจในพื้นที่” ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกล่าว

ขณะที่ นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวถึงความพร้อมในการจัดการแข่งขันฯ ว่า “หลังจากที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประกาศยกระดับให้จังหวัดสงขลา เป็นเมืองกีฬา “Songkhla Sports City” ด้านกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ (Sports for Excellence) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 และได้เป็นเจ้าภาพร่วมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ใน พ.ศ.2568 โดยมี กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา ทำให้เราได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อนแล้ว”

“ทันทีที่เรา ได้รับการประกาศยืนยันจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 50 เราได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และประชุมเตรียมความพร้อมในแต่ละฝ่ายฯ ตามมาตรฐานที่สมาคมฯ กำหนดไว้ในทุกๆ ด้าน ทั้ง สนามแข่งขัน สนามฝึกซ้อม โดยเราได้มีการปรับปรุงพื้นหญ้า สนามกีฬาติณสูลานนท์ และอาคารสถานที่ ให้มีความพร้อม 100%”

“ส่วน โรงแรมที่พัก สำหรับนักกีฬา จังหวัดฯ ได้ประชุมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อจัดเตรียมความพร้อมเรื่องที่พักและอาหาร ตามหลักสากล ที่ได้มาตรฐานสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของทุกชาติที่เข้าร่วม จำนวน 3 โรงแรม ประกอบด้วย 1.โรงแรมลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา ที่พัก จำนวน 63 ห้อง, 2.โรงแรมบีพี สมิหลา บีช จำนวน 70 ห้อง และ 3.โรงแรมบุรีศรีภู จำนวน 27 ห้อง”

“โอกาสนี้ ผมในนามตัวแทนชาวจังหวัดสงขลา ขอขอบคุณ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ‘คิงส์คัพ’ ครั้งที่ 50, การกีฬาแห่งประเทศไทย, ภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยกันสนับสนุนให้มีการจัดการแข่งขัน และขอยืนยันความพร้อมในทุกๆ มิติ ในการจัดการแข่งขันฯครั้งนี้”