หน้าแรก Sport Slide ไทยปิดสนาม 14...

ไทยปิดสนาม 14 แชมป์ คาดเจ็ตสกี เวิลด์ คัพ ทำรายได้เข้าประเทศ 450 ล้าน

15.12.24 | 21:00 น.

ไทยปิดสนาม 14 แชมป์ คาดเจ็ตสกี เวิลด์ คัพ ทำรายได้เข้าประเทศ 450 ล้าน

หลังจบศึกเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก 2024 WGP#1 Waterjet World Cup ที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา ในการแข่งขันวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา นายปริเขต สืบสหการ ผู้อำนวยการทัวร์นาเม้นท์ WGP#1 เปิดเผยถึงความสำเร็จในการจัดการแข่งขันมีทั้งการเป็นศูนย์กลางกีฬามอเตอร์สปอร์ตทางน้ำ และการสร้างรายได้ให้ประเทศไทย รวมทั้งกำลังจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าโลกอีกด้วย

“ในแง่ของการจัดการแข่งขัน เราประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของผู้ชมและนักกีฬาระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน ในแง่ผู้ชมเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าถึงเราจะขายบัตรเข้าชม แต่สามารถดึงผู้ชมชาวต่างชาติเข้าชมได้เต็มสนาม

ในแง่ของความเป็นเบอร์ 1 ของวงการเจ็ตสกีโลก เราดึงดูดนักแข่งระดับดาราของโลกเสียเงินมาร่วมการแข่งขันเอง ไม่ต้องเสียเงินจ้างนักแข่งระดับอีลิทแม้แต่บาทเดียว มีประเทศต่างๆเข้าร่วมกว่า 40 ชาติ นักกีฬานานาชาติกว่า 180 คน ซึ่งเมื่อเทียบอัตราทีมงาน ทีมช่างของแต่ละคนแล้ว มีชาวต่างชาติร่วมทัวร์นาเม้นต์นี้ราว 3,000 คน แต่ละคนต้องใช้จ่ายในประเทศไทยกว่า 2 สัปดาห์ และยังมีค่าใช้จ่ายในการขนเรือมาทำการแข่งขัน เป็นรายได้ของประเทศไทยเต็มๆถึง 450 ล้านบาท

นอกจากนี้ทางบริษัท WGP#1 ยังต่อยอดในเรื่องการเป็นศูนย์กลางการค้าโลกในเรื่องของเจ็ตสกี เพิ่มศักยภาพในการส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศ อย่างบริษัท คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ก็มาเป็นพันธมิตรเริ่มต้น เปิดตัวเรือรุ่นใหม่ในทัวร์นาเม้นต์นี้ อีกหลายชาติพยายามติดต่อเรื่องลิขสิทธิ์ขอเป็นเจ้าภาพไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ, ญี่ปุ่น, จีน, เวียดนาม, กัมพูชา

Advertisement

ยังมีอีกหลายหน่วยงานเจ็ตสกีทั้งในยุโรป, เอเชีย, ตะวันออกกลาง ต้องการเซ็นสัญญาเป็นตัวแทนทัวร์นาเม้นต์ของคนไทยรายการนี้ เพื่อเป็นตัวแทนการคัดตัวนักกีฬาในแต่ละประเทศเข้าแข่งเวิลด์ คัพ และ เวิลด์ ซีรีส์ จึงพิสูจน์ในตัวเองแล้วว่า 2024 WGP#1 Waterjet World Cup ครั้งนี้ประสบความสำเร็จและก้าวหน้ามากที่สุดเท่าที่เราจัดการแข่งขันมา” นายปริเขตกล่าว

ขณะที่ผลการแข่งขันในวันสุดท้ายทัพเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์โลกเพิ่มถึง 5 รุ่น จากรุ่นเรือนั่งอาชีพสปอร์ต จีพี (Pro Sport GP) แชมป์เป็นของ สุภัค เสร็จธุระ 197 คะแนน รองแชมป์ โอเมิด ซาลี 194 คะแนน อันดับ 3 ธภัทรวัฒน์ โจสรรค์นุสนธิ์ 193 คะแนน

รุ่นเรือนั่งอาชีพ 1,100 ซีซี แต่งเครื่องยนต์ (PRO-AM Runabout 1100 OPEN) สุภทัต ฟูตระกูล คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน 233 คะแนน รองแชมป์ กษิดิศ ธีระประธีป 209 คะแนน อันดับ 3 ไมเคิล ลูอี้ บูฮิซาน จากฟิลิปปินส์ 182 คะแนน

รุ่นเรือนั่งอาชีพห้ามแต่งเครื่องยนต์ (PRO-AM Runabout Stock) แชมป์เป็นของ เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ 207 คะแนน รองแชมป์ ณัฐกร ภูภัคดี 188 คะแนน, อันดับ 3 อับดุลลา อัลอัมมาดี้ จากยูเออี 176 คะแนน

รุ่นเรือยืนอาชีพห้ามแต่งเครื่องยนต์ (PRO-AM Ski Stock) แชมป์เป็น ธนวิชญ์ โมลี 228 คะแนน รองแชมป์ นันทวัฒน์ สิงห์อุไร 188 คะแนน อันดับ 3 อานนท์ หงษ์กลาง 178 คะแนน

รุ่นเรือนั่งกึ่งอาชีพ 1,100 ซีซี ซูเปอร์สต็อก (EXPERT Runabout 1100 Superstock) กษิดิศ ธีระประธีป แซงคว้าแชมป์หวุดหวิดมี 159 คะแนนเท่ากับ ฟิลิน ซาลี จากกัมพูชา แต่ผลงานโมโตสุดท้าย กษิดิศ เข้าที่ 1 จึงคว้าแชมป์ไปครอง อันดับ 3 วรกิจ มงคลพร 147 คะแนน

ขณะที่ 2 รุ่นสุดยอดระดับโปร รุ่นเรือยืนอาชีพ กรังด์ ปรีซ์ (PRO Ski GRAND PRIX) แชมป์เป็นของ เควิน ไรเทอเรอร์ จากออสเตรีย

รุ่นเจ็ตสกีที่เร็วที่สุดของโลก รุ่นเรือนั่งอาชีพแต่งเครื่องยนต์(PRO Runabout GRAND PRIX) แชมป์เป็นของ โมฮัมหมัด อัลบาซ จากคูเวต

และแชมป์รุ่นโปรฟรีไตล์ เจ็ตสกีตีลังกามุดน้ำ แชมป์เป็นของ ไทจิ ยามาโมโต้ จากญี่ปุ่น