หน้าแรก Sport Slide ‘ก้องศั...

‘ก้องศักด’ ชี้ไทยได้โอกาสทอง พัฒนาสนามกีฬารับเจ้าภาพซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์

8.10.25 | 16:29 น.

‘ก้องศักด’ ชี้ไทยได้โอกาสทอง พัฒนาสนามกีฬารับเจ้าภาพซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์

 

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถือเป็นโอกาสอันดีในการปรับปรุงและยกระดับสนามกีฬาที่มีอยู่เดิมให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งในจังหวัดเจ้าภาพ กรุงเทพมหานคร, จังหวัดชลบุรี, จังหวัดสงขลา รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ที่ร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอล และจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า เนื่องจากครั้งนี้ประเทศไทยไม่มีการลงทุนสร้างสนามใหม่ แต่เน้นการซ่อมแซม รีโนเวทให้ได้มาตรฐานและทันสมัย เพื่อไม่ให้ใช้งบประมาณมากเกินไป ประเทศไทยไม่ได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาอย่างซีเกมส์มา 17 ปี ทำให้ครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้งบประมาณในการยกระดับมาตรฐานของสนามแข่งขันให้ทัดเทียมมาตรฐานนานาชาติ และต่อยอดไปสู่การเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติในอนาคต

โดยราชมังคลากีฬาสถาน ภายใน กกท.หัวหมาก ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อใช้เป็นสนามพิธีเปิด-ปิด กีฬาซีเกมส์ เช่นเดียวกับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ที่ใช้เป็นสนามพิธีเปิด-ปิด กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ เช่นเดียวกับการรีโนเวทศูนย์กีฬาทางน้ำ ในกกท.หัวหมาก จะทำให้เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำที่ได้มาตรฐานนานาชาติแห่งแรกของรัฐในไทยด้วย ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการเป็นเจ้าภาพ ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสามารถใช้จัดการแข่งขันกีฬาได้

Advertisement

 

สำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะมีการจัดแข่งขันในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

 

กรุงเทพมหานคร (เจ้าภาพ) และจังหวัดใกล้เคียง: 30 ชนิดกีฬา, 2 กีฬาสาธิต และ 1 กีฬาสร้างมูลค่า

กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ, ระบำใต้น้ำ), ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, เบสบอล และ ซอฟท์บอล, บาสเก็ตบอล, โบว์ลิ่ง, มวยสากล, คริกเก็ต, จักรยาน (ถนน, ลู่, บีเอ็มเอ็กซ์), ขี่ม้าโปโล, อีสปอร์ตส์, เอ็กซ์ตรีม (ปีนหน้าผา, สกีน้ำ-เวคบอร์ด, สเก็ตบอร์ด), ฟันดาบ, ฟุตบอล และ ฟุตซอล, ยิมนาสติก, ฮอกกี้5’s – ฮอกกี้ในร่ม, ฮอกกี้น้ำแข็ง, สเก็ตน้ำแข็ง, ยูยิตสู, คิกบ็อกซิ่ง, เน็ตบอล, รักบี้, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, สควอช, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, เทนนิส, วอลเลย์บอลในร่ม ส่วนกีฬาสาธิต คือ จานร่อน, ชักเย่อ และ กีฬาสร้างมูลค่า คือ  ศิลปะการต่อสู้แบบผสม

 

จังหวัดชลบุรี (เจ้าภาพ): 19 ชนิดกีฬา และ 1 กีฬาสาธิต

กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำระยะไกล), บิลเลียดและสนุกเกอร์, เรือแคนูและเรือพาย, จักรยาน (เสือภูเขา), ขี่ม้า, เอ็กซ์ตรีม (เจ็ตสกี), ฟลอร์บอล, ฟุตบอล (ทีมหญิง), กอล์ฟ, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, เรือใบ (เรือใบ, วินด์เซิร์ฟ), ยิงปืนรณยุทธ, เทคบอล, วอลเลย์บอล (ชายหาด), ยกน้ำหนัก, วู้ดบอล และไตรกีฬา (ระยอง) ส่วนกีฬาสาธิต คือ กีฬาทางอากาศ (พาราไกลดิ้ง)

จังหวัดสงขลา (เจ้าภาพ): 10 ชนิดกีฬา: หมากรุกสากล, ฟุตบอล, ยูโด, กาบัดดี้, คาราเต้, มวย, ปันจักสีลัต, เปตอง, มวยปล้ำ, วูซู

 

จังหวัดเชียงใหม่ (ร่วมจัดการแข่งขัน): ฟุตบอล

ส่วนการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 จะมีการจัดแข่งขัน 19 ชนิดกีฬาดังนี้

จังหวัดนครราชสีมา (เจ้าภาพ):ยิงธนู, กรีฑา,แบดมินตัน, บอคเซีย, ฟุตบอลคนตาบอด, ฟุตบอล 7 คน (CP Football), หมากรุก, จักรยาน(ลู่ – ถนน) , โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอลนั่ง, วีลแชร์บาสเกตบอล, ฟันดาบและวีลแชร์เทนนิส

จังหวัดกรุงเทพมหานคร (ร่วมจัดการแข่งขัน): โบว์ลิ่ง