หน้าแรก Sport Slide คำแนะนำดีๆ จา...

คำแนะนำดีๆ จากใจฮีโร่รุ่นพี่ส่งถึงรุ่นน้องทัพไทยก่อนล่าทองซีเกมส์ในบ้าน

18.10.25 | 15:43 น.

คำแนะนำดีๆ จากใจฮีโร่รุ่นพี่ส่งถึงรุ่นน้องทัพไทยก่อนล่าทองซีเกมส์ในบ้าน

ความเคลื่อนไหวการเตรียมการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด “Green SEA Games” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา ต่อด้วยการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “Sustainable Paralympics” ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่นครราชสีมา

ทัพนักกีฬาไทย และเจ้าหน้าที่ของไทยในฐานะเจ้าภาพส่งเข้าร่วมแข่งขันมากที่สุดกว่า 2,000 คนในทุกชนิดกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่รับผิดชอบเตรียมนักกีฬาไทย 50 ชนิด 3 กีฬาสาธิต และ 1 กีฬาสร้างมูลค่า กีฬาประเมินความคาดหวังโอกาสความเป็นไปได้ในการคว้าเหรียญทองอยู่ที่ 234 เหรียญทองจากการชิงชัยทั้งหมด 574 เหรียญทอง

เราขอนำเสนอมุมมอง ข้อคิด จากบรรดานักกีฬาฮีโร่รุ่นพี่ที่เคยประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์มาแล้วอย่างโชกโชน จากบรรทัดนี้เป็นต้นไป

 

Advertisement

รายแรก “ซูเปอร์เอ็กซ์” ธีรัช โพธิ์พานิช ราชาเหรียญทองซีเกมส์ของไทย ซึ่งเป็นนักยิมนาสติกผู้ไร้เทียมทาน เจ้าของสถิติเหรียญทองซีเกมส์สูงสุดในประวัติศาสตร์ของไทยด้วยจำนวน 22 เหรียญทอง ในการลงแข่ง 5 สมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานในการแข่งขันซีเกมส์ ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2528 ครั้งนั้น ธีรัช โพธิ์พานิช ทำได้ถึง 6 เหรียญทอง

ธีรัช โพธิ์พานิช บอกว่า อยากให้น้องๆ นักกีฬาทีมชาติไทยในปัจจุบันคิดว่า ซีเกมส์คือ จุดเริ่มต้นของการเป็นนักกีฬาอย่างเต็มตัวก่อนจะก้าวไปสู่ระดับทวีปอย่าง เอเชี่ยนเกมส์ และระดับโลกอย่าง โอลิมปิกเกมส์ กีฬาซีเกมส์ถือเป็นศักดิ์และศรีในภูมิภาคอาเซียน อยากให้นักกีฬาทีมชาติไทยทุกคน ทุกชนิดกีฬาให้ความสำคัญกับซีเกมส์อย่างเต็มที่และทุ่มอย่างสุดความสามารถ ประการสำคัญการได้ลงแข่งขันในบ้าน ในเมืองไทยด้วยให้ทุกคนเอาความได้เปรียบในเรื่องของเสียงเชียร์ที่จะเป็นแรงกำลังใจ เรื่องของอาหารการกิน เป็นข้อได้เปรียบในการช่วยผลักดันให้ไปถึงเหรียญทอง เราซ้อมมาแบบไหนเวลาลงแข่งขันให้ทำให้ได้เหมือนที่ซ้อมมา เหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆ อะไรที่ไม่ดี ไม่อยู่ในวินัย และวิสัยของการเป็นนักกีฬาให้หยุดให้หมด ทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่การฝึกซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม อย่าวอกแวกเสียสมาธิไปกับสิ่งเร้าภายนอก

“จริงๆ การได้เล่นในบ้านมองอีกมุมก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน เพราะจะเกิดแรงกดดันกับความคาดหวังจากแฟนๆ กีฬา แต่อยากเตือนให้น้องๆ นักกีฬาทุกคนเอาความกดดันตรงนั้น วางไว้ข้างสนาม เปลี่ยนเป็นพลังบวกให้ได้ แล้วลงไปแข่งขันแบบเต็มที่ แล้วผลงานจะออกมาดีเอง ถ้านักกีฬาคิดบวกจะไม่กดดันตัวเอง” ซูเปอร์เอ็กซ์ กล่าว

 

ขณะที่ “วิว” เยาวภา บุรพลชัย นักเทควันโดเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 2003 ที่เวียดนาม พ.ศ. 2546 กล่าวว่า วิว แข่งซีเกมส์ 2 ครั้งได้เหรียญทองมาปี 2003 ที่เวียดนาม ต่อมาอีก 2 ปีที่ฟิลิปิปินส์แพ้นักกีฬาเจ้าภาพในรอบชิงฯ ในฐานะรุ่นพี่นักกีฬาทีมชาติไทยก็อยากจะฝากให้น้องๆ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่างสุดความสามารถ วิวเชื่อมั่นว่า นักกีฬาทุกคนหวังที่จะทำผลงานส่วนตัวให้ดีอยู่แล้ว ซีเกมส์เป็นจุดเล็กที่สุดในมหกรรมกีฬาเพื่อต่อยอดไปถึงเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ วิวมองว่า ซีเกมส์เป็นมหกรรมกีฬาที่แสดงแสนยานุภาพของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนเหมือนกันเพราะถ้าผลงานนักกีฬาไทยดีก็แสดงให้ถึงโครงสร้างการพัฒนากีฬาของประเทศ ระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาของไทยเหนือกว่าชาติในอาเซียน

“ไม่อยากให้น้องๆ ทุกคนกดดัน ไม่อยากให้แบกเกินไป อยากให้ลงแข่งขันแบบสบายๆ หาจุดสมดุลให้ได้ อย่าไปกดดันตัวเอง แล้ววิวเชื่อว่า น้องๆ ทุกคนจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้” อดีตจอมเตะสาวฮีโร่ของไทยกล่าว