หน้าแรก Sport Slide สองล้อไทย เป็...

สองล้อไทย เป็นชาติเดียวในอาเซียนที่คว้าเหรียญรางวัล เอเชี่ยน ยูธ เกมส์

30.10.25 | 17:00 น.

สองล้อไทย เป็นชาติเดียวในอาเซียนที่คว้าเหรียญรางวัล เอเชี่ยน ยูธ เกมส์

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า จากการที่นักปั่นเยาวชนทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน ยูธ เกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศบาห์เรน จากผลงานของ นายกฤตภาส หอมขจร ที่ได้ 1 เหรียญเงิน รายการโรดเรซบุคคลชาย และ 1 เหรียญทองแดง รายการไทม์ไทรอัลบุคคลชาย ถือว่าเป็นการทำผลงานทะลุเป้าหมายที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ตั้งเป้าเอาไว้ก่อนการแข่งขันว่าจะคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งจากการชิงชัยทั้งหมด 5 รายการ

พลเอกเดชา กล่าวว่า การแข่งขันจักรยานในกีฬาเอเชี่ยน ยูธ เกมส์ มีประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันทั้งหมด 22 ประเทศ แต่มีเพียง 7 ประเทศที่ได้เหรียญรางวัล ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย โดยอันดับ 1 คาซัคสถาน ได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน, อันดับ 2 จีน ได้ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง, อันดับ 3 ฮ่องกง ได้ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง, อันดับ 4 อุซเบกิสถาน ได้ 1 เหรียญทอง, อันดับ 5 ไต้หวัน ได้ 2 เหรียญเงิน, อันดับ 6 ไทย ได้ 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และอันดับ 7 ซาอุดิอาระเบีย ได้ 1 เหรียญทองแดง ขณะที่ชาติมหาอำนาจอย่าง ญี่ปุ่น, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิหร่าน, อินเดีย, เกาหลีใต้ รวมถึงเจ้าภาพ บาห์เรน ที่จัดนักกีฬามาชุดใหญ่แต่ไม่ได้เหรียญรางวัลเลย รวมถึงชาติในอาเซียนไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ ต่างก็ไม่มีเหรียญรางวัลเช่นเดียวกัน

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สำหรับกฤตภาสนับว่าเป็นนักกีฬาฝีมือดีและเป็นสายเลือดใหม่ที่อายุเพียง 16 ปี การทำผลงานคว้า 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง จากกีฬาเอเชี่ยน ยูธ เกมส์ ในครั้งนี้ ทำให้กฤตภาสมีโอกาสที่จะได้รับการคัดเลือกจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้ไปแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์เยาวชน ครั้งที่ 4 หรือ ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 ที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล จะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 13 พฤศจิกายน 2569 เนื่องจากมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ตามที่สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) กำหนดเอไว้ทุกประการ คือสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันของ UCI ทั้งรายการชิงแชมป์เอเชีย และรายการชิงแชมป์โลก และผลงานการคว้าเหรียญรางวัลเอเชี่ยน ยูธ เกมส์ ครั้งนี้ด้วย

“นอกจากกฤตภาสแล้วบรรดานักกีฬาคนอื่น ๆ ในชุดนี้ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นไปเป็นทีมชาติชุดใหญ่ทดแทนรุ่นพี่ต่อไปในอนาคต ซึ่งสมาคมฯ ก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการส่งไปแข่งขันรายการนานาชาติเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ขณะเดียวกันสมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็เดินหน้าจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ประเภทต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ปีละ 28 สนาม เพื่อเฟ้นหาเพชรเม็ดงามขึ้นมาประดับวงการ หากเราไม่จัดแข่งขันก็จะไม่มีนักกีฬาหน้าใหม่เกิดขึ้น สมาคมกีจักรยานฯ เราทำงานกันอย่างหนัก ไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยต่อไป” พล.อ.เดชา กล่าวทิ้งท้าย

Advertisement