หน้าแรก Sport Slide กองทุนกีฬา กก...

กองทุนกีฬา กกท. เบื้องหลังสร้างโอกาสดาวรุ่งพุ่งสู่เวทีกีฬาอาเซียน

12.11.25 | 13:16 น.

กองทุนกีฬา กกท. เบื้องหลังสร้างโอกาสดาวรุ่งพุ่งสู่เวทีกีฬาอาเซียน

อีกหนึ่งพันธกิจกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คือการสนับสนุนนักกีฬาดาวรุ่งทีมชาติไทยทุกสมาคมกีฬาอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านการศึกษาและความเป็นเลิศทางการกีฬาเพื่อส่งเสริมให้นักกีฬาไทยก้าวจากระดับอาเซียนไปสู่ระดับเอเชีย และระดับโลกต่อไปในอนาคต

ที่ผ่านมากองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักกีฬา และบุคลากรกีฬาที่สังกัดสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย หรือสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด สนับสนุนเงินรางวัลแก่นักกีฬาที่ชนะการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งเงินรางวัลนี้จะแบ่งจ่ายให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังจัดทำโครงการพิเศษเชิญชวนเยาวชนเข้าร่วมฝึกฝนทักษะกีฬา รวมไปถึงช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่นักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ประสบอุบัติเหตุหรือได้รับความเสียหายจากการแข่งขัน

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) เปิดเผยว่า นอกจากจะสนับสนุนงบประมาณให้กับสมาคมกีฬาต่างๆ ของประเทศไทยแล้ว อีกนโยบายสำคัญคือการสนับสนุนส่งเสริมนักกีฬาเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ ในการที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยชุดใหญ่ กองทุนกีฬาฯ ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก ไม่เฉพาะสนับสนุนงบประมาณไปในเรื่องของการเก็บตัวฝึกซ้อม ส่งแข่งขัน เข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่าง ๆ ทั้งในประเทศและนานาชาติเท่านั้น แต่เรื่องของการศึกษา ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ตลอดระยะเวลา 20 ปี จนถึงปีการศึกษา 2568 มีนักกีฬาที่ได้รับทุนจากกองทุนกีฬาฯ รวมทั้งสิ้น 3,886 คน รวมเป็นมูลค่ากว่า 448 ล้านบาท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ในการสนับสนุนการพัฒนานักกีฬา ให้เติบโตทั้งในด้านการศึกษาและทักษะกีฬา

นายทนุเกียรติ กล่าวต่อไปว่า เรื่องของการแข่งขัน ผลงานล่าสุดของนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยคือ การเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชี่ยน ยูธ เกมส์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-31 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศบาห์เรน รายการนี้มีนักกีฬาเยาวชนไทยเข้าร่วม 326 คน ใน 24 ชนิดกีฬา คว้ามาได้ 15 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน 18 เหรียญทองแดง จากเป้าหมายที่วางไว้ 22 เหรียญทอง ซึ่งการจบอันดับ 5 ตารางเหรียญรวม ทำให้เป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนด้วย และจากรายการแข่งขันที่มีสถิติ 64 รายการนักกีฬาไทยสามารถทำลายสถิติไปถึง 25 รายการ สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนานักกีฬาเยาวชน ที่จะส่งไม้ต่อไปถึงมหกรรมกีฬาใหญ่ในระดับต่างๆ ทั้งซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ นั่นคือ ส่วนหนึ่งที่กองทุนกีฬาฯ สนับสนุนนักกีฬาเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทำกันเป็นระบบจากรากฐานสู่ความสำเร็จในอนาคต

Advertisement

“สำหรับซีเกมส์ที่จะถึงปลายปีนี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สนับสนุนงบประมาณในการเก็บตัวฝึกซ้อมของทุกสมาคมกีฬาเพื่อหวังเห็นทัพนักกีฬาไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการครองเจ้าอาเซียน โดยกองทุนฯ หวังเห็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติที่มีชื่อก้าวไปเล่นชุดใหญ่ทุกคนทำผลงานได้โดดเด่น ยกระดับพัฒนาศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่จนแจ้งเกิดมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยในอนาคต” ผู้จัดการกองทุน NSDF กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยใช้ 3 เมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา เป็นเจ้าภาพ จากนั้นจะเป็นการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา