เสี่ยโก้ เดินหน้าบุกสำนักงาน ป.ป.ช. ทวงถามความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน เดินทางมาพร้อมทีมงานกฎหมายและคณะสื่อมวลชน เพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีร้องเรียนอดีตผู้บริหารระดับสูงของ ขสมก.กับพวก เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ปลอมลายมือชื่อ ใช้เอกสารปลอม และใช้อำนาจโดยทุจริตปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเหตุให้บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด ได้รับความเสียหายจากการเป็นเจ้าของสัญญาสัมปทานเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารยูโรทูของ ขสมก. มากกว่า 10 ปี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 5,000 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นผลต่อเนื่องให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐกว่า 1,000 ล้านบาท โดยกรณีดังกล่าวตนได้ยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.ในช่วงต้นปี 2568 ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ท.ได้รวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องร้องเรียนดังกล่าวนี้เป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งอยู่ในขอบข่ายอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงาน ป.ป.ท.ได้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวนี้ให้กับสำนักงาน ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2561 เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ ปป 0006/159 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 และในวันนี้คือวันอังคารที่ 6 มกราคม เป็นเวลาที่ล่วงเลยมา 322 วัน หรือมากกว่า 10 เดือนแล้ว ดังนั้นจึงมาขอติดตามการพิจารณา เรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ขสมก. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเป็นเหตุให้ บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของสัมปทานโฆษณาบนรถยนต์โดยสารยูโรทูของ ขสมก.ตัวจริงได้รับความเสียหายมานานกว่า 10 ปี เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท
จากนั้นนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับสื่อมวลชนถึงสาเหตุที่ต้องมาติดตามเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช.ในวันนี้ว่า “เหมือนมีการดำเนินการจากช่องทางอื่นๆ ในการชะลอการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยสังเกตได้จากหนังสือ ‘ด่วนที่สุด’ ที่ส่งจากสำนักงาน ป.ป.ท.มายังสำนักงาน ป.ป.ช.จนถึงวันนี้ 322 วัน แต่ไร้ความคืบหน้าใดๆ หรือความหมายของคำว่า ‘ด่วนที่สุด’ ระหว่างประชาชนที่ประกอบสัมมาอาชีพสุจริตแบบเรา กับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.จะเข้าใจไม่เหมือนกัน” นายก่อเกียรติทิ้งคำถามถึงสำนักงาน ป.ป.ช.
นายก่อเกียรติกล่าวถึงกรณี ผอ.ขสมก.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ตนทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ขอให้ ขสมก.ชี้แจงกรณีปลอมลายมือชื่อในการลงนามสัญญาเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสาร ขสมก.ว่าทาง ขสมก.ดำเนินการตรวจสอบเอกสารสัญญา ขั้นตอนดำเนินการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง และจากการตรวจสอบกับคู่สัญญา คือ บริษัทเอกชนชื่อดัง พบว่าเป็นข้อพิพาทเดิมที่เกิดขึ้นกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วนแล้ว อีกทั้ง ขสมก.เคยใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีกับผู้ร้องเรียนในประเด็นเดียวกันมาก่อน ทำให้ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ข้อกล่าวหาใหม่ และยุติแล้วในทางกฎหมาย จึงขอเรียนต่อสื่อมวลชนทุกท่านว่า “หลังจากได้มีข้อพิพาททางคดีความกับบริษัทเอกชนชื่อดังดังกล่าวแล้ว ได้พบหลักฐานใหม่อันเป็นเอกสารที่มีการปลอมลายมือชื่อ มีการใช้เอกสารปลอม และนำเอกสารดังกล่าวนี้ ไปใช้ในการปลอมแปลงลายมือชื่อ ในการลงนามเช่าเนื้อที่โฆษณา บนรถโดยสารของ ขสมก.อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต โดยมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ ขสมก.อีกมากกว่า 50 ฉบับ ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข สัมปทานเช่าเนื้อที่โฆษณา บนรถโดยสารของ ขสมก. จึงมีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ร้องเรียนการทุจริตสัมปทานโฆษณาบนรถยนต์โดยสารของ ขสมก.ในครั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทยคนหนึ่ง ตามที่มีปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการใช้สิทธิ ฟ้องร้อง ดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ ขสมก.ที่กระทำความผิดต่อกฎหมาย และบริษัทเอกชนชื่อดัง กับพวก ที่ร่วมกันกระทำความผิดด้วยสิทธิอันพึงมีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
นายก่อเกียรติกล่าวต่อไปว่า ยังอยากฝากพี่น้องสื่อมวลชนพิจารณาภาพประธานบริหารบริษัทเอกชนชื่อดัง กรณีดังกล่าว อยู่ในงานเลี้ยงร่วมเฟรมเดียวกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงว่ามีความเกี่ยวพันกับสแกมเมอร์อย่างมากในขณะนี้ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งอาจมีคำถามว่า การดำเนินการร้องเรียนเรื่อง เจ้าหน้าที่ ขสมก.ปฏิบัติหน้าที่ทุจริต ปลอมลายมือชื่อ ใช้เอกสารปลอม ใช้อำนาจโดยทุจริต ปฏิบัติราชการโดยมีชอบ ร่วมกับบริษัทเอกชนชื่อดัง กับพวกเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัมปทาน เช่าพื้นที่โฆษณาบนรถยูโรทูของ ขสมก.มากว่า 10 ปีเป็นเหตุให้เสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท และได้ดำเนินการร้องเรียนผ่านหลายองค์กรในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมาแต่จู่ๆ กลับเงียบหายไป จึงขอชี้แจงว่า มีบุคคลผู้หนึ่งมาพบกับตนแล้วแจ้งให้ทราบว่าขอให้หยุดการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ขสมก.และบริษัทเอกชนชื่อดังกับพวกที่ร่วมกันทุจริตเปลี่ยนแปลงสัมปทานเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารยูโรทู แล้วจะดำเนินการไกล่เกลี่ยเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้จบ และหมดปัญหาระหว่างกัน ซึ่งจากการที่บุคคลดังกล่าวแจ้งให้ทราบ ทำให้ตนได้หลงเชื่ออย่างสนิทใจ และหยุดการร้องเรียนดังกล่าวมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ทำให้สูญเสียโอกาสในการร้องเรียน เพื่อขอความเป็นธรรม และสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ หากท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อกับตนได้โดยตรง หรือติดตามทางสื่อออนไลน์ “โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์”

