ไม่รอช้า! สองล้อไทยคึกจัด ลุยแผนเก็บตัวนักปั่น เตรียมสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์
“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ เริ่มเดินหน้าแผนการเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมรับศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้ ล่าสุดคณะกรรมการพิจารณาแผนงานและงบประมาณการเตรียมนักกีฬาแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ได้เชิญสมาคมกีฬาจักรยานฯ เข้าชี้แจงรายละเอียด โดยตนเองพร้อมคณะทำงานได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก กรุงเทพฯ
พล.อ.เดชา กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้พิจารณาการส่งนักกีฬาที่มีความหวังในการคว้าเหรียญรางวัลไปแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 จำนวน 13 รายการ จากที่มีชิงชัยทั้งหมด 20 รายการ ซึ่งเน้นการพิจารณาจากผลงานการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วยผลงาน 10 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และจากผลงานการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ผ่านมา สำหรับประเภทลู่มีแข่งขันทั้งหมด 12 รายการ แต่สมาคมจะเน้นไปที่การแข่งขันลู่ระยะสั้นทั้งรายการทีมสปรินต์, คีริน และสปรินต์ ซึ่งในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทีมชาติไทยนำโดย “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์, “แนว” นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ “มะขาม” ยืนยง เพชรรัตน์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ทีมสปรินต์จะได้เพียงเหรียญเงินแต่เวลาแพ้ทีมชาติมาเลเซียไปแค่ 0.220 วินาทีเท่านั้น
พล.อ.เดชา กล่าวอีกว่า ส่วนประเภทถนนมีแข่งขัน 4 รายการ คือไทม์ไทรอัลบุคคลชาย-หญิง และโรดเรซ บุคคลชาย-หญิง นักปั่นไทยก็มีโอกาสลุ้นเหรียญใดเหรียญหนึ่งทุกรายการ ซึ่งทีมชายนำโดย “วุฒิ” สราวุฒิ สิริรณชัย เจ้าของเหรียญทองโรดเรซบุคคลชายและทีมชายในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พร้อมด้วย “มะตูม” พีระพล ชาวเชียงขวาง เจ้าของเหรียญทองไทม์ไทรอัลบุคคลชาย รวมถึง อาทิตย์ ปูลาร์ด นักปั่นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่เคยลงแข่งขันกับทีมระดับโปรทัวร์มาแล้ว ขณะที่นักกีฬาหญิงนำโดย “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ เจ้าของเหรียญทองไครทีเรียม และโรดเรซบุคคลหญิง พร้อมด้วย “แพร” เพชรดารินทร์ สมราช และนักกีฬาคนอื่นๆ ที่เป็นนักกีฬาดาวรุ่งก็มีโอกาสทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกัน
เสธ.หมึก กล่าวอีกว่า สำหรับประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ มีชิงแค่ 2 เหรียญทอง คือรายการบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่งชาย-หญิง แน่นอนว่านักกีฬาทีมชาติไทย “เอ้” โกเมธ สุขประเสริฐ เจ้าของ 2 เหรียญทองซีเกมส์ และแชมป์เอเชีย 3 สมัย จะเป็นนักกีฬาความหวังของไทยในการคว้าเหรียญทอง โดยมี พุทธภูมิ นาคแป้น เจ้าของแชมป์เอเชีย 2024 และ 2025 รุ่นเยาวชน เป็นตัวสอดแทรกที่มีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลเช่นกัน ขณะที่นักกีฬาหญิงจะมี “ฟ้า” ชุติกาญจน์ กิจวาณิชเสถียร ที่เคยคว้าเหรียญเงินในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 และ เขมิกา ศรีโสภา และหทัยเพชร ใจสว่าง สองนักปั่นดาวรุ่งที่ทำผลงานติด 1 ใน 5 ของการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์เอเชีย 2024 และ 2025 ในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี
พล.อ.เดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านประเภทเสือภูเขา มีชิง 2 เหรียญทองเช่นเดียวกัน คือครอสคันทรี่ชาย-หญิง สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้พิจารณาจากผลงานการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรี่นานาชาติ “2026 ไทยแลนด์ เอ็มทีบี คัพ” ที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งแข่งขันไปเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา โดยนักกีฬาชายประกอบด้วย พลฉัตร นาคทองคำ อันดับ 5 รุ่นประชาชนชาย, วัชรกรณ์ อ่อนธุรี อันดับ 10 รุ่นประชาชนชาย, วรพงษ์ เมืองสุข อันดับ 5 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย, พงศ์พีระ พงศ์อายุกูล อันดับ 10 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย ส่วนนักกีฬาหญิงก็มี ภุมรัตน์ เฉลิมกิจ เจ้าของเหรียญเงินรุ่นเยาวชนหญิง, ปิ่นภัค เชียงสวน เจ้าของเหรียญเงินรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง และพระพักตร์ ประโพธิ์ทัง อันดับ 4 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง
นายกสองล้อไทย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอันดับโลกของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) อันดับของนักกีฬาไทยและประเทศไทยก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เช่นประเภทถนนชาย ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 43 โลก ส่วนประเภทถนนหญิงอยู่อันดับ 38 ของโลก ซึ่งกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกนักกีฬาไปโอลิมปิกเกมส์ 2028 จะคัดนักกีฬาจากประเทศที่อยู่อันดับ 1-45 ไปแข่งขันทั้งชายและหญิง ขณะที่ประเภทลู่ประเภทบุคคล จาย อังค์สุธาสาวิทย์ รั้งอันดับ 87 ของโลก และนรเศรษฐ์ธาดา บุญมา อยู่อันดับ 109 ของโลก ซึ่งนักปั่นไทยต้องเก็บคะแนนสะสมเพิ่มให้มากที่สุดเพื่อให้ได้สิทธิไปแข่งขันรายการชิงแชมป์โลก เนื่องจากการคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์จะคิดคะแนนจากรายการชิงแชมป์โลกปี 2026 และ 2027
“สำหรับนักกีฬาทุกประเภทจะเริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป โดยมีนักกีฬาทั้งที่เป็นตัวจริงและคู่ฝึกซ้อมตามระเบียบ ในประเภทถนนสต๊าฟโค้ชต้องหาข้อมูลเส้นทางการแข่งขันว่ามีภูมิประเทศเป็นอย่างไร จะได้หาสถานที่ฝึกซ้อมใกล้เคียงกัน ส่วนประเภทลู่อาจจะต้องส่งไปฝึกซ้อมที่เมืองไท่หยวน ประเทศจีน ซึ่งเป็นลู่ระยะ 250 เมตร ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ก่อนแข่งขันประมาณ 2 เดือน เพื่อให้นักปั่นทีมชาติไทยปรับตัวให้คุ้นเคย เพื่อผลงานที่ดีที่สุดในเอเชี่ยนเกมส์ เนื่องจากทางเจ้าภาพญี่ปุ่นจะใช้เวลโลโดรมอิซู ซึ่งเคยเป็นสังเวียนการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 เป็นสนามแข่งขันประเภทลู่ ในขณะที่บ้านเราขณะนี้มีเพียงเวลโลโดรมกลางแจ้งความยาว 333.33 เมตร ที่ผ่านมาสมาคมกีฬาจักรยานฯ ไม่เคยทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทยผิดหวัง เราทำงานกันอย่างหนักและต่อเนื่องโดยไม่เคยหยุดพัก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง” พล.อ.เดชา กล่าวทิ้งท้าย


