‘บิ๊กเอ’ ชั่งใจศึกษาไทยยื่นยูธ อลป. ย้ำต้องคำนึงผลประโยชน์ประเทศชาติ
หลังจากเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของ “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬฐา ได้แก่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
สำหรับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เกิดวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2519 ปัจจุบันอายุ 49 ปี เป็นบุตรของนายวีระชัย และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา มีพี่น้อง 5 คน ด้านครอบครัวสมรสกับ นางอิสสริยา พันธ์เจริญวรกุล
ด้านการเข้าบริหารงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ปัจจุบันย้ายมาตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ (อาคาร C) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ “บิ๊กเอ” นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ยังต้องรอการแถลงนโยบายต่อสภาฯ ระหว่างวันที่ 7-9 เมษายน ซึ่งคาดกันว่า นายสุรศักดิ์ จะมีกำหนดเข้ากระทรวงฯ วันแรกในวันที่ 10 เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนหยุดเทศกาลสงกรานต์
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวมีโอกาสสัมภาษณ์ “บิ๊กเอ” นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยได้รับการเปิดเผยว่า ตนพร้อมที่จะทำงานเพื่อพัฒนากีฬาของชาติ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ ควบคู่กันไป เพื่อทำให้กีฬาของไทย เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนที่ 14 กล่าวต่อว่า สำหรับภาพใหญ่ ๆ ของวงการกีฬา ที่จะต้องเร่งดำเนินการ เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงการสนับสนุนในหลายๆ ด้าน ซึ่งงบประมาณ ก็เป็นหนึ่งในนั้น รวมไปถึงการประสานงานกันก็ต้องทำให้ดีกว่าเดิมด้วย ส่วนอีเวนต์ใหญ่ระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการเสนอตัวจัดมหกรรมกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ ปี 2030 ซึ่งตอนนี้ไทย เข้ารอบสุดท้าย โดยต้องแข่งขันกับ ชิลี และปารากวัย ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ก็ยังจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยการใช้งบประมาณต้องคุ้มค่า และมีประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด
อนึ่งภารกิจใหญ่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องเร่งดำเนินการ 1.ผลักดันจัดตั้งกระทรวงกีฬา เป็นเอกเทศ โดยแยก “งานท่องเที่ยว” ออกไปควบรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าถ้าเริ่มทำตอนนี้จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีถึงจะทำสำเร็จ
และ2.ทำงานร่วมกับ “รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานกีฬาชาติ” ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นรองนายกฯ คนใด โดยรองนายกฯ คนดังกล่าวจะทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ ประธานบอร์ด กกท. เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการกกท. คนใหม่ แทนที่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ที่จะครบวาระการบริหารงานกลางปีนี้

