หน้าแรก Sport Slide น้อมส่งเสด็จส...

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เจ้าหญิงนักกีฬา ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

12.06.26 | 13:17 น.

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เจ้าหญิงนักกีฬา ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

 

ตามที่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ

ในแง่มุมของกีฬา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระอัจฉริยภาพด้านกีฬา จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “เจ้าหญิงนักวิ่ง”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือ “องค์ภา” ทรงโปรดการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ กีฬาประเภทวิ่ง ทรงได้รับการขนานนามว่า “เจ้าหญิงนักวิ่ง”

วันที่ 17 มกราคม 2559 เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงลงแข่งขันในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร ในการแข่งขัน จอมบึงมาราธอน 2016 (ครั้งที่ 31) และ 15 มกราคม 2560 ทรงลงแข่งขันในระยะฟูลมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ในการแข่งขัน จอมบึงมาราธอน 2017 (ครั้งที่ 32)

Advertisement

 

 

วงการขี่ม้า พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงเคยฝึกซ้อมขี่ม้า รวมทั้งทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น ๆ เช่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งต่อมาได้ทรงม้าเป็นประจำจนก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย นอกจากนี้ พระองค์ภายังทรงเคยเสด็จฯ ไปทรงม้านำขบวนเปิดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลริมชายหาดการกุศล และทรงเปิดงานการแข่งขันกีฬาขี่ม้าชิงถ้วยประทานต่าง ๆ อยู่เสมอ

จากนั้นเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยังทรงฝึกซ้อมและมีส่วนร่วมกับวงการขี่ม้าอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 18-19 กันยายน 2553 ได้ทรงเข้าร่วมการแข่งขันขี่ม้ามาราธอน (Endurance Riding) ในรายการ Thailand Championship ครั้งที่ 18 ที่สโมสรไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยทรงม้าชื่อ “เอสเตียน” ลงแข่งขันในระยะทาง 20 กิโลเมตร ร่วมกับนักกีฬาคนอื่นอีก 14 คน

 

 

หลังปี 2553 เป็นต้นมา บทบาทของพระองค์ในวงการขี่ม้า เริ่มขยับจากการเป็นนักกีฬาไปสู่การทรงส่งเสริมและสนับสนุนวงการกีฬาขี่ม้าไทยในภาพรวมมากขึ้น เช่นในปี 2554 พระองค์ทรงม้านำขบวนเปิดการแข่งขันเอเชี่ยน บีช โปโล แชมเปี้ยนชิพ ที่หัวหิน ซึ่งแม้จะไม่ใช่การแข่งขันของพระองค์โดยตรง แต่สะท้อนให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและความผูกพันกับกีฬาขี่ม้าอย่างชัดเจน

ต่อมา พระองค์ยังทรงเป็นองค์ประธานและองค์อุปถัมภ์การแข่งขันขี่ม้ารายการสำคัญของประเทศไทยอย่าง “ปริ๊นเซส คัพ ไทยแลนด์” หลายสมัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันขี่ม้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมแข่งขันเป็นประจำทุกปี และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการขี่ม้าไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

นอกจากนี้ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยังทรงดำริจัดตั้งสโมสรกีฬาบีบีจี จากพระดำริในพระองค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ กีฬา เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส เยาวชนกลุ่มเสี่ยง และเด็กที่เคยกระทำความผิด โดยมุ่งหวังให้พวกเขาสามารถกลับตัว คืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณค่า และมีเส้นทางเดินชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น โดย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยังประทานถ้วยรางวัลในการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิส “บีบีจี ปริ๊สเซส คัพ 2017” แก่นักกีฬาที่ชนะเลิศ ยังความปลาบปลื้มแก่คณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงรับสั่งระหว่างเปิดงาน “ณภาฯ เดอะซีเคร็ท ซีนส์” ที่ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เกี่ยวกับด้านกีฬาว่า เด็ก และเยาวชนนับว่าเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติและสังคม ถือว่าประชากรรุ่นใหม่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ ปัญหาของเด็กและเยาวชนก็คือปัญหาหลักที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งกีฬานั้นเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา นอกจากกีฬาทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการฝึกให้บุคคลมีความเข้มแข็ง สามัคคี ส่งผลดีต่อจิตใจ ทำให้มีจิตใจแน่วแน่ หนักแน่น รู้จักแพ้รู้จักชนะ นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่เด็ก และเยาวชนได้มีโอกาสแสดงศักยภาพในวันนี้ นอกจากความตั้งใจในการฝึกฝนแล้วการดำเนินชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญควบคู่กัน ต้องเรียนรู้ที่จะข่มใจ ไม่กระทำสิ่งใดที่รู้สึกว่าผิด ต้องมีการบากบั่นในการกระทำความดี ทำความถูกต้อง และถ้าหากสามารถทำได้ก็จะเจริญเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้

ธ สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยความอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้