พิมล นั่งปธ.คณะอนุ กก.กีฬาสมัย 2 ดันมวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์ สร้างรายได้ 2.3 พันล้าน
“บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นั่งแท่นประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา อีกครั้ง หลังคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ชุดของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอนุกรรมการฯด้านกีฬาชุดใหม่ โดยคณะทำงานยังคงเป็นชุดเดิมเกือบทั้งหมดที่เคยทำงาน “มวยไทย ซอฟพาวเวอร์” มาตั้งแต่ต้นปี 2567 “บิ๊กเอ” ประธานสมัย 2 ยันเดินหน้างานต่อโครงการต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในปีนี้ โดยปี 2568 ทุกโครงการต้องเข้มข้น ตั้งเป้ามูลค่าทางเศรษฐกิจต้องมากกว่า 2,300 ล้านบาท ดีเดย์ประชุมนัดแรก วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ได้มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งการประชุมวันนั้นได้มีการแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬามา 1 ชุด มีคณะทำงาน 11 คน โดยแต่งตั้งให้ตนเป็น ประธานคณะอนุกรรมการฯด้านกีฬาอีกครั้ง พร้อมทั้งแต่งตั้งให้ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา เป็นรองประธาน ส่วนอีก 9 คนเป็นอนุกรรมการ มีผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ประธานสภามวยโลก มวยไทย (ดับเบิลยูบีซี), ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวันแชมเปี้ยนชิพ, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม, นายสมชาย พูลสวัสดิ์, พล.อ.อรชัย บุญสุขจิตเสรี, นายไพฑูรย์ ชุติมากรกุล, นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าฯ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และ นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าฯ กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ซึ่งทุกคนล้วนเป็นทีมงานมวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์ ชุดเดิมที่จะมาสานต่อการทำงานในปี พ.ศ.2568
“บิ๊กเอ” ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนด้านกีฬา กล่าวอีกว่า การทำงานของคณะอนุกรรมการฯด้านกีฬา ยังคงจะเน้นเรื่องของ “มวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์” ซึ่งทำโครงการต่างๆ มาตั้งแต่ต้นปี 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อยอดทุกโครงการให้เกิดประโยชน์สูงขึ้นไปอีก ไมว่าจะเป็น การพัฒนาองค์วามรู้กีฬามวยไทย, การเพิ่มจำนวนและประสิทธิ์ภาพของบุคคลในวงการมวยไทย, การแข่งขันมวยไทยเพื่อสร้างกระแสความตื่นตัวและเศรษฐกิจให้ประเทศ, การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มวยไทยทั้งในประเทศ และต่างประเทศ, รับรองมาตราฐานมวยไทยเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ และกำกับติดตามและประเมินผล ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินการมากขึ้นไปอีกในปี พ.ศ.2568 ตั้งแต่มูลค่าทางเศรษฐกิจ ต้องมากกว่าปี 2567 เกินกว่า 2,300 ล้านบาท โดยในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬาชุดใหม่ ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อวางกรอบต่างๆ ของโครงการ


