หน้าแรก กีฬา มวย มวยไทยในบราซิ...

มวยไทยในบราซิล กระแสนิยมข้ามโลก เชื่อมั่นอนาคตค่ายเติบโตเพิ่ม

27.04.25 | 16:30 น.

มวยไทยในบราซิล กระแสนิยมข้ามโลก เชื่อมั่นอนาคตค่ายเติบโตเพิ่ม

ความเคลื่อนไหวโครงการ โรดโชว์ มวยไทย มาสเตอร์ คลาส 2025 (Master Class Road Show Muay Thai Soft Power) ซึ่งจัดโดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2568 ที่นครรีโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายน นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา พร้อมด้วย นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย และคณะทำงาน ได้เดินทางไปเยี่ยมชม “โกลเด้น ฮีโร่ มวยไทย” หนึ่งในค่ายที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบค่ายมวยไทย ก่อนทำการมอบป้าย Standard Muaythai Gym หรือ SMG เพื่อเป็นการรับรองการผ่านมาตรฐานยิมมวยไทย

นางโปรดปราน สมานมิตร รเปิดเผยว่า การที่ค่ายจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบนั้น จะต้องมีองค์ประกอบเพื่อการฝึกสอน ไม่ว่าเวที กระสอบทราย หรืออุปกรณ์มวยที่มีจำนวนเพียงพอกับผู้ที่เข้ามาเรียนตามจำนวนในแต่ละรอบ และต้องมีอาณาเขตเหมาะสำหรับการฝึกซ้อม มีสุขลักษณะที่ดี แม้จะมีพื้นที่จำกัด แต่สามารถดำเนินการซ้อมมวย หรือฝึกมวยไทยได้ ประเทศบราซิล แม้จะนิยมยูยิตซู แต่มวยไทย ก็ถือว่าได้รับกระแสนิยม การมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ถือว่าพอใจเพราะบราซิล เป็นประเทศที่ห่างไทยเกือบครึ่งโลก แต่ก็มีบุคคลากรที่สนใจที่จะเรียนมวยเยอะก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจ

“บรรดาค่ายมวยที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยรับรองทั้ง 10 ค่ายจะมีการติดตามผลหากแต่ละค่ายนักมวยต้องการมาเมืองไทย ก็จะลงทะเบียนและจะติดต่อผ่านเราเพื่อยื่นวีซ่า เพราะทางเรามีกฎหมายออกวีซ่าให้ชั่วคราว 6 เดือน กับ 1 ปี เพราะเวลาซ้อมมวยที่จะต้องได้ใบรับรองจริงๆ จะต้องได้ไม่น้อยกว่า 25 ชั่วโมง ซึ่งนักมวยที่มาเมืองไทย ก็ต้องมีเวลาอยู่เมืองไทยอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ซึ่งก็จะส่งผลทางมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพราะเวลานักมวยเหล่านี้มาเมืองไทย ก็จะมากับเพื่อนๆ หรือ ครอบครัว ดังนั้นสิ่งนี้จะส่งผลกับประเทศไทยในหลายๆ ด้าน”

Advertisement

ด้านราฟาเอล ลิม่า เจ้าของค่าย โกลเด้น ฮีโร่ มวยไทย ที่เคยมาประเทศไทยถึง 3 ครั้งและเป็นลูกศิษย์ของโอโรโน่ พ.เมืองอุบล เปิดเผยว่า ทางค่ายเปิดมาตั้งแต่ปี 2008 โดยแรงบันดาลใจอยากนำต้นตำรับของมวยไทย นำมาสอนที่บราซิล ไม่ว่าจะเป็นการออกอาวุธ หรือเทคนิคต่างๆ โดยนักเรียนที่มาเรียนมวยไทย จะอยู่ที่ประมาณ 70 คน หรือมากถึง 200 คนที่มีฐานที่มาเรียนกับค่ายนี้ และค่ายของเขานั้นมองว่ามวยไทยสำคัญมากๆ เพราะว่านักกีฬาทุกๆ คนที่อยู่ในบราซิลนั้น เล่นยูยิตสู หรือว่า MMA ทุกคนนั้นต้องมาเรียนมวยไทย ซึ่งมวยไทยบางค่ายอาจเป็นแบบผสมคิกบ็อกซิ่ง แต่ว่าค่ายแห่งนี้เป็นมวยไทยแบบแท้จริง และนำมวยไทยมาเติบโตในค่ายแห่งนี้ พร้อมให้โอกาสเด็กๆ หลายๆ คนได้มาเรียนรู้ของจริงเนื่องจากค่ายของเขาเป็นค่ายแรกๆ ที่นำมวยไทยมาสอน

ขณะที่ นายอริยะวัฏ บุษราบวรวงษ์ ผู้บริหารค่ายแฟร์เท็กซ์ กล่าวว่า ได้เห็นค่ายที่เพิ่งย้ายสถานที่มาและเปิดใหม่ ซึ่งมีการตกแต่งที่ดูทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงความเป็นไทยเอาไว้อย่างชัดเจน ภายในค่ายมีทั้งมงคลแขวนประดับ และธงชาติไทยที่พวกเขานำกลับมาจากค่ายต่างๆ ที่เคยไปเยือนในช่วงฝึกซ้อมที่ประเทศไทย เรารู้สึกดีใจที่ได้เห็นพวกเขาเก็บเกี่ยววัฒนธรรมไทยและความเป็นมวยไทยเข้ามาอย่างสวยงาม หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าจริงๆ แล้ว ประเทศบราซิลเองก็ถือเป็นเมืองแห่งศิลปะการต่อสู้เช่นกัน โดยคนที่นี่ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากการฝึกยูยิตสู ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักกีฬา MMA แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หลายคนหันมาให้ความสนใจกับมวยไทย เพราะพวกเขามองว่ามวยไทยคือศิลปะการต่อสู้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

“จากการที่เราได้ไปเยี่ยมค่ายในวันนี้ เราก็สังเกตได้ว่าค่ายแต่ละแห่งต่างพยายามดึงเอาความเป็นมวยไทยแท้ๆ เข้ามาสู่การฝึกซ้อมของตัวเอง และปัจจุบันก็มีหลายคนที่เดินทางไปยังประเทศไทย เพื่อฝึกซ้อม แข่งขัน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริง ดังนั้น ตนเองจึงมองว่าที่บราซิลมีผู้คนที่สนใจมวยไทยจำนวนมากจริงๆ เพียงแต่โอกาสในการเดินทางมาแข่งขันที่ประเทศไทยยังมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากระยะทางที่ไกล อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่าในอนาคต มวยไทยจะสามารถเติบโตและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในบราซิลได้อย่างแน่นอน” นายอริยะวัฏ กล่าว